โดนคดีเรียกเงินค่าต่อสัญญาจ้าง
จับคาห้องทำงาน นายกอบต. ถูกร้องเรียนเรียกรับเงินค่าต่อสัญญาจ้างลูกจ้าง ป.ป.ช.มหาสารคาม ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัด ซ้อนแผนนำเงินไปส่งให้ ก่อนบุกค้นเจอเงินของกลางในลิ้นชักโต๊ะทำงาน เจ้าตัวปฏิเสธไม่เคยเรียกรับเงิน
เมื่อวันที่ 11 ต.ค. นายเสกสรรณ์ สมมาตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมหาสารคามและเจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 4 ภายใต้การอำนวยการของนายประทีป จูฑะศร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 4 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภูธรจังหวัดมหาสารคามนำกำลังจับกุม นายเกรียงไกร นาคแย้ม ตำแหน่งนายก อบต.หนองม่วง ภายในห้องทำงานนายก อบต.หนองม่วง ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอม จะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือ ไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และเป็นความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พร้อมของกลาง ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 20 ฉบับ ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ซึ่งเป็นธนบัตรที่ได้ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานไว้แล้ว หลังมีผู้กล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินเพื่อเป็นค่าต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้าง ที่หมดสัญญาในวันที่ 30 ก.ย.66 และจะมีการประเมินเพื่อมีการต่อสัญญาจ้างต่อในเดือน ต.ค.

นาทีจับ – เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ซ้อนแผนล่อจับนายเกรียงไกร นาคแย้ม คาห้องทำงาน นายก อบต.หนองม่วง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม พร้อมของกลางเงินสด 2 หมื่นบาทที่เรียกรับจากลูกจ้างเป็นค่าต่อสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 11 ต.ค.
นายเสกสรรณ์เผยว่า ทางป.ป.ช.มหา สารคามได้รับแจ้งจากพนักงานจ้างตามภารกิจหลายราย จากองค์การบริหารส่วนตำบลหนองม่วง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม ว่าถูกนายเกรียงไกรเรียกรับเงินค่าต่อสัญญารายละ 15,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและเงินเดือนของแต่ละราย โดยมีผู้เสียหายจำนวนประมาณ 17 ราย โดยมี 6 รายที่ประสงค์จะดำเนินคดีจากนั้น สำนักงาน ป.ป.ช.มหาสารคาม จึงได้ประสานไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ตำรวจภูธรภาค 4 และทางตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคามเชิญผู้เสียหายที่ถูกเรียกเงิน มาบันทึกสอบปากคำ ก่อนวางแผนจับกุม
หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนหลายรายแล้วปรากฏว่า มีผู้เสียหายเพียง รายเดียวที่มีเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายให้กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 10 ต.ค. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 นำภาพถ่ายสีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 20 ฉบับ รวมเป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ซึ่งรับมอบจากผู้เสียหายไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมให้ผู้เสียหายนำธนบัตรที่ลงบันทึกประจำวันไว้ จำนวน 20,000 บาท นำไปมอบให้กับนายก อบต.หนองม่วง ตามที่ ผู้เสียหายกับนายก อบต.หนองม่วง ได้ตกลงกันไว้ โดยนัดหมายมอบเงินจำนวนดังกล่าวที่ห้องทำงานของนายก อบต. ในเวลาก่อนเที่ยง แต่ปรากฏว่าในเวลาก่อนเที่ยงเจ้าตัวเดินทางไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ ผู้เสียหายจึงได้รอมอบเงินจำนวนดังกล่าวในช่วงบ่าย
ต่อมาในช่วงบ่ายนายเกรียงไกรเดินทางกลับมาที่สำนักงาน อบต. ผู้เสียหายจึงนำเงินของกลางดังกล่าวไปมอบให้ที่ห้องทำงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวจับกุม และขอตรวจค้นลิ้นชักโต๊ะทำงาน ปรากฏว่าพบของกลางธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 20 ฉบับ รวมจำนวน 20,000 บาท อยู่ภายใน มีเลขหมายเดียวกันกับที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ครบถ้วนทั้ง 20 ฉบับ
สอบสวนเบื่องต้นเจ้าตัวปฏิเสธ อ้างว่า เจ้าหน้าที่เอาเงินมาใส่แฟ้มไว้เฉยๆ แล้วก็ ไม่ได้พูดอะไร เงินที่มามอบให้ ก็ไม่ทราบว่าเป็นเงินอะไร และไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาต่อสัญญา เนื่องจากยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาจ้าง และอยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการประเมินเพื่อต่อสัญญาจ้างกำลังทำอยู่ แต่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมมีหลักฐานแน่นหนา จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาทำบันทึกการจับกุม และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป