สลดเสียชีวตอีก3-ถูกจับตัว16 สถานทูตร่วมทหารอิสราเอลบุกช่วยแรงงานมาศูนย์พักรอ

นายกฯ ใช้สัมพันธ์ส่วนตัว ขอเครื่องบินจีนลำใหญ่รับคนไทยออกจากอิสราเอล คาดเริ่มได้ 15 ต.ค. ไฟลต์ละ 350 คน ย้ำจุดยืนไทยเป็นกลาง ไม่ใช่คู่กรณีของฝ่ายใด ความปลอดภัยของคนไทยคือสิ่งสำคัญสุด เรียกถกด่วนช่วยตัวประกัน แจ้งย้ายโรงแรมศูนย์พักพิงสถานทูตแห่งใหม่ในกรุงเทลอาวีฟ ทอ.เรียกกำลังพลสำรองกลับมาช่วยชาติบินร่วมไฟลต์ไปอิสราเอล ช่วยสลับนักบินหลัก ธารน้ำใจภาคเอกชน-ประชาชนหลั่งไหลช่วยบริจาคข้าวสารอาหารแห้งช่วยคนไทยที่ตกค้างในอิสราเอล หนุ่มพะเยา-อุดรฯ กลับถึงบ้าน ญาติ-เพื่อนบ้าน แห่ทำพิธีรับขวัญ สลดคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 รวมเป็น 24 ราย ยอดขอกลับไทยพุ่งเกิน 7 พันคน

นายกฯเศร้าไทยเสียชีวิตเพิ่ม 3
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พิษณุโลก ถึงกรณีการให้ความช่วยเหลือคนไทยออกจากพื้นที่สู้รบตะวันออกกลาง ว่า เป็นที่น่าเสียใจว่า ทางสถานทูตไทยประจำอิสราเอลได้รายงานว่า มีคนไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รวมขณะนี้มีคนไทยเสียชีวิต 24 รายแล้ว และถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนเท่าเดิมคือ 16 ราย

นายเศรษฐากล่าวว่า ขณะนี้ยังมีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อจะเร่งนำคนไทยกลับมาสู่ประเทศไทยให้เร็วที่สุด ปัจจุบันมีผู้แสดงเจตจำนงจะเดินทางกลับไทยประมาณ 7,000 คน ซึ่งต้องขอขอบคุณสายการบินพาณิชย์ทั้ง 3 แห่ง คือนกแอร์ แอร์เอเชีย และการบินไทย ที่ได้ทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี ในการหาลู่ทางการที่จะนำคนไทยออกมาโดยเร็วที่สุด รัฐบาลเองก็ไม่ได้หยุดยั้ง ส่วนตนได้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวติดต่อกับภาคเอกชนที่มีเครื่องบิน และมีคอนเน็กชั่นกับประเทศจีน ที่จะมีการประสานใช้สายการบิน Spic Jet ซึ่งมีเครื่อง A340 แต่ละไฟลต์จะสามารถรับคนได้ประมาณ 350 คน อาจเร็วที่สุดคือวันที่ 15 ต.ค.นี้ โดยตนได้ให้ช่องทางการติดต่อกับกระทรวงการต่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทางสายการบิน ดังกล่าวจะมีการลำเลียงคนอินเดียไปส่งอยู่แล้ว หากเราสามารถตกลงกันได้ และเคลียร์กับทางรัฐบาลอิสราเอล เพื่อให้เครื่องบินลงจอดได้ก็จะจัดการทันที โดยเร็วที่สุด

ยืนกรานไทยวางตัวเป็นกลาง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีนักวิชาการฝ่ายความมั่นคงแสดงความกังวลถึงการวางตัวของรัฐบาลไทยกับอิสราเอล อาจจะกระทบเรื่องปาเลสไตน์ด้วยได้ปรึกษากับทางฝ่ายความมั่นคงแล้วหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวยืนยันว่า เราวางตัวเป็นกลาง เพราะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งของใครทั้งสิ้น

“หน้าที่ของผมคือการทำงานร่วมกับ ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นปาเลสไตน์ หรือทางสถานทูตอิสราเอลเพื่อปกป้องคนไทยให้ปลอดภัยจากวิกฤตสงครามครั้งนี้ ยืนยันว่าเราไม่ได้มีการช่วยเหลือใครทั้งสิ้น ไม่ได้มีการแสดงจุดยืนว่า เข้าข้างใคร เราเข้าข้างคนไทยที่ประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่รัฐบาลไทยเป็นห่วงตอนนี้คือ คนไทยอีกกว่าประมาณ 6,000-7,000 คน ที่อยากจะออกมา รวมทั้งพี่น้องของคนเหล่านี้ที่อยู่ในเมืองไทยกว่าหมื่นคนที่มีความกังวล เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญสูงสุด เรายินดีทำงานร่วมกับทุกฝ่าย เพื่อให้คนไทยปลอดภัย” นายเศรษฐากล่าว

เรียกถกบัวแก้วช่วยตัวประกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางนานาชาติได้มีการให้ความร่วมมือ กับประเทศไทยในการเปิดน่านฟ้า เพื่อบินไปรับคนไทยกลับประเทศหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานเข้ามายังไม่มีปัญหาอะไร ปกติจะใช้เวลาเป็น 10 วันในการขออนุญาต ตอนนี้ก็เหลือเพียง 2 วัน และถ้ามีปัญหาอะไรก็พร้อมที่จะยกหูพูดคุยกันทั้งหมด ที่ไปมาแล้วก็ขอความกรุณาในเรื่องของความมั่นคง เรื่องการติดต่อกับชาติต่างๆ ที่เป็นพันธมิตรกับคู่ขัดแย้ง เราเองก็ประสานงานกันอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยตัวประกัน รวมทั้งการดูแลตัวประกันให้ดี พูดคุยกันตลอด อย่างไรก็ตาม ช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค.นี้ ตนจะหารือร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางในการนำตัวคนไทยกลับประเทศ

ต่อมา เวลา 14.45 น. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายเศรษฐา นายกฯและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ได้รับแจ้งจากทูตไทยในอิสราเอลว่าเครื่องบินที่นำคนไทยกลับประเทศเพิ่งเดินทางออกมาอีกลำถือเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่น่ากังวลใจอยู่ คือมีคนไทยที่อยู่ในรายชื่อเดินทางกลับ ไม่ปรากฏตัว ติดต่อไม่ได้ บางส่วนเปลี่ยนใจไม่กลับ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบางคนแสดงเจตจำนง แต่แจ้งมาว่าออกจากพื้นที่ไม่ได้เพราะมีการถล่มจรวดมาต่อเนื่อง เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะความรุนแรงของสงครามไม่ได้ลดน้อยลงไป รัฐบาลจะจัดเครื่องบินให้ได้เยอะที่สุด มาไม่ได้ไม่เป็นไร แต่พยายามลำเลียงออกมา และทูตแจ้งว่าทหารอิสราเอลก็ช่วยลำเลียงคนจากจุดสุ่มเสี่ยงเต็มที่

เมื่อถามว่าทูตปาเลสไตน์เสนอให้รัฐบาลใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เพื่อดึงอิสราเอลมาเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์ นายเศรษฐากล่าวว่า เชื่อว่าคงมีการเจรจากันอยู่แล้ว ขอยืนยันว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ที่เดือดร้อน หน้าที่ของตนในฐานะนายกฯ คือต้องให้คนไทยปลอดภัยเยอะที่สุด ทั้งคนที่ตกค้างอยู่ หรือคนที่ได้รับบาดเจ็บ และที่น่ากังวลมากคือคนที่ตกเป็นตัวประกันเป็นเรื่องสำคัญมาก เราจะใช้ทุกทาง ทั้งทางปาเลสไตน์หรือประเทศอื่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดี เพราะสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย

ช่วยแรงงาน – จนท.สถานทูตไทยร่วมกับ จนท.เทศบาลเมืองเอชโคลและกองทัพอิสราเอล เข้าไปช่วยแรงงานไทยในพื้นที่อันตรายใกล้ฉนวนกาซ่าออกมาพักในศูนย์พักรอ เพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศ ไทย เมื่อวันที่ 14 ต.ค.

ทอ.ระดมกำลังสำรองช่วยบิน
รายงานข่าวจากกองทัพอากาศ (ทอ.) เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อม และจะออกเดินทางจากประเทศไทยไปรับคนไทยในประเทศอิสราเอล ในคืนวันเดียวกัน ซึ่งมีคนไทยที่แสดงความจำนง ต้องการกลับประเทศไทยมากกว่า 5,000 คน ทางกองทัพอากาศได้เตรียมส่งอากาศยาน เป็นเครื่องบิน A-340 และเตรียมอีกจำนวนหลายเที่ยวบิน แม้จะมีสายการบินพาณิชย์ที่จะเข้ามาร่วมบิน รับคนไทยกลับ แต่ด้วยระยะทางที่ไกล และต้องมีจำนวนเที่ยวบินหลายเที่ยวบิน จึงทำให้มีนักบินไม่เพียงพอ โดยเฉพาะนักบินแอร์บัส A340 ทางทอ. อยู่ระหว่างเรียกกำลังพลสำรอง ตามระบบที่จัดเตรียมไว้ในยามจำเป็น โดยจะขอให้นักบิน Airbus 340 จากการบินไทยที่มีประสบการณ์ มีความคุ้นเคยเส้นทางและเคยบินมากับเครื่องแบบนี้แล้วซึ่งได้ประสานงานกันแล้ว มีนักบินการบินไทยหลายคนพร้อมมาร่วมบินกับนักบินของกองทัพอากาศ โดยใช้เครื่องบินของทอ. เพื่อให้การหมุนเวียนและการพักผ่อนของนักบิน (Crew rest) ตามกฎการบินเพียงพอ ปลอดภัยต่อการบินเป็นไปตามมาตรฐานสากล เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือกับทุกภาคส่วน และเป็นการเตรียมกำลังพลสำรองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกระดมกำลังพลสำรองที่เป็นนักบินนำมาช่วยงานกันในภาวะวิกฤต ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง ที่ทุกคนพร้อมกลับมารับใช้ประเทศชาติและประชาชน

แจ้งย้ายโรงแรมศูนย์พักพิง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ภาพภารกิจของสถานเอกอัครราชทูตใน กรุงเทลอาวีฟตลอดช่วงบ่าย-ค่ำของวันที่ 13 ต.ค. ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงของเทศบาลเมืองเอชโคล และกองทัพอิสราเอล ได้เดินทางไปรับแรงงานไทยส่วนหนึ่งที่ติดอยู่ในพื้นที่อันตรายใกล้เคียงฉนวนกาซ่า เช่น โมชาฟมิฟตาคิม และโมชาฟอามิโอ๊ต เพื่อนำมาพักในศูนย์พักรอที่สถานเอกอัครราชทูต จัดตั้งขึ้น เพื่อรอโดยสารเที่ยวบินอพยพกลับประเทศไทยต่อไป

นอกจากนี้ กระทรวงได้แจ้งศูนย์พักพิงชั่วคราวของสถานทูตแห่งใหม่คือ โรงแรมเดวิด อินเตอร์คอนติเนนตัล ในกรุงเทลอาวีฟ (David InterContinental Tel Aviv) Kaufmann St 12, Tel Aviv-Yafo, 61501 โดยเปลี่ยนจากโรงแรมแดน พาโนรามา (Dan Panorama) ที่ได้แจ้งไว้เมื่อวานนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. เป็นต้นไป

ขณะที่ นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอลในขณะนี้ ทำให้มีแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบบางรายยังไม่สามารถทำงานได้และอยู่ในพื้นที่หลบภัยนั้น กระทรวงแรงงาน โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน จึงสั่งการให้เร่งให้ความช่วยเหลือ โดยจับมือกับภาคเอกชนบริจาคสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อไปช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล

น้ำใจเอกชนหลั่งไหลบริจาค
นายไพโรจน์กล่าวว่า มีผู้ประกอบการ ภาคเอกชน สมาคม ตลอดจนห้างร้านต่างๆ ได้ทยอยนำสิ่งของข้าวสาร อาหารแห้งมา บริจาคเพื่อให้กระทรวงนำไปช่วยเหลือแรงงานไทย อาทิ บริษัท อนุสรณ์มหาชัยซูริมิ จำกัด บริจาคปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศ ยี่ห้อ HICHEF สมาคมการค้าผู้ประกอบการรับเหมาแรงงาน มอบข้าวสาร บริษัท จีเอ็ม บิสสิเนส แอนด์ คอนซัลแท็นท์ จำกัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และบะหมี่

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนใดที่มีความประสงค์จะนำสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค มาบริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือแรงงานไทยที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่หลบภัยในอิสราเอล สามารถติดต่อได้ที่กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน โทร.0-2232-1142, 0-2232-1443, 0-2232-1156 และ 09-8416-3636, 08-9987-6016, 08-1248-0702

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลสุขภาพคนไทยที่เดินทางกลับจากเหตุการณ์ความ ไม่สงบในอิสราเอลว่า ได้รับรายงานจาก นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รักษาราชการแทนรองปลัด สธ. ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่า คนไทยชุดที่ 2 เดินทางกลับมาเมื่อวันที่ 13 ต.ค. รวม 56 คน เป็นชาย 55 คน และหญิง 1 คน

เร่งเยียวยาจิตใจคนบินกลับ
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ทีมคัดกรองสุขภาพจาก ร.พ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กรมสุขภาพจิต และกรมควบคุมโรค (คร.) ได้ตรวจ คัดกรองเพื่อประเมินสุขภาพกายและสุขภาพจิต พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิง 2 ราย รายแรกเป็นชายอายุ 38 ปี ภูมิลำเนา จ.นครพนม มีแผลบริเวณสะโพก ได้รับการรักษาบาดแผลมาแล้ว มีอาการปวดเข่าซ้าย และรายที่ 2 เป็นชายอายุ 26 ปี ภูมิลำเนา จ.ขอนแก่น มีแผลที่บริเวณเชิงกราน ได้รับการรักษาบาดแผลมาแล้วเช่นกัน ยังปวดแผลเล็กน้อย ทีมแพทย์ส่งตัวทั้งสองคนไปนอน ร.พ.บางพลี เพื่อสังเกตอาการและตรวจร่างกายเพิ่มเติม ล่าสุดเช้าวันเดียวกันพบว่า ทั้ง 2 ราย อาการทั่วไปปกติ และประสงค์ที่จะกลับไปรักษาต่อใกล้บ้าน แพทย์จึง อนุญาตให้ออกจากร.พ.ได้ นอกจากนี้ ยังพบผู้มีอาการเจ็บคอ 1 ราย ผลตรวจ PCR ไม่พบเชื้อแพทย์ได้ให้การรักษาก่อนให้กลับภูมิลำเนาเช่นกัน

ส่วนการตรวจคัดกรองด้านสุขภาพจิต นพ.ชลน่านกล่าวว่า มีผู้ต้องประเมินสุขภาพจิต 22 ราย ในจำนวนนี้พบมีภาวะเครียด 3 ราย มีอาการตื่นตัวมากเกินไป 5 ราย ทีม MCATT กรมสุขภาพจิต ได้ให้การเยียวยาก่อนส่งกลับภูมิลำเนา โดยจะประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และร.พ.ในภูมิลำเนาติดตามอาการต่อเนื่อง สำหรับการ เตรียมการรับคนไทยชุดต่อไป ซึ่งจะเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ในเช้าวันที่ 15 ต.ค. สำนักงานควบคุมป้องกันโรคที่ 6 ชลบุรี กองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค สนามบินอู่ตะเภา สสจ.ระยอง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านฉาง ร.พ.บ้านฉาง ร.พ.ระยอง และศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 ชลบุรี ได้เตรียมพื้นที่และกระบวนการคัดกรองสุขภาพกาย/สุขภาพจิตไว้พร้อมแล้ว

พะเยาสืบชะตาเรียกขวัญ
ที่บ้านเลขที่ 203 หมู่ 8 ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นายกรัชกร พุทธสอน อายุ 40 ปี ชาวต.บ้านถ้ำ ที่ได้รับการบาดเจ็บจากสงครามที่อิสราเอลเดินทางกลับถึงบ้านเกิดแล้วค่ำวันที่ 13 ต.ค. โดยช่วงเช้า พระสงฆ์ ญาติพี่น้อง ที่เดินทางมารับและร่วมแสดงความยินดีที่ได้รับความปลอดภัยจากการถูกยิงดังกล่าว โดยพระสงฆ์ได้ทำพิธีรดน้ำมนต์เพื่อขจัดปัดเป่าเคราะห์ให้หมดทุกข์หมดโศกซึ่งเป็นความเชื่อของชาวล้านนา นอกจากนั้น ยังได้จัดเค้กวันเกิดซึ่งเสมือนตายแล้วเกิดใหม่ ขณะแม่ของนาย กรัชกรได้เข้ารักษาตัวที่ร.พ.ดอกคำใต้เมื่อคืนที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดอาหารเป็นพิษโดยคาดว่า 4-5 วันหากแม่ออกจากร.พ.ก็จะจัดพิธีสู่ขวัญสืบชะตาแบบล้านนาเพื่อปัดเป่าเคราะห์ที่เกิดขึ้นให้ หายไป

นายกรัชกรเล่าว่า หลังจากทราบข่าวว่าจะได้เดินทางกลับตนเองรู้สึกดีใจมาก และเมื่อเดินทางกลับมาถึงบ้านเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ตนได้กลับบ้าน โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะอยู่ในพื้นที่จ.พะเยาจนกว่าอาการจะดีขึ้น ส่วนอาการของการบาดเจ็บนั้นเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง ปวดเหมือนมีอะไรอยู่ในขา คิดว่าหลังจากที่เหตุการณ์สงบจะเดินทางกลับไปทำงานที่อิสราเอลเหมือนเดิม เนื่องจากยังมีภาระหนี้สิน รวมทั้งเรื่องการหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัวเพราะมีภาระอีกมาก

รับขวัญ – ครอบครัวทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือเรียกขวัญให้นายวิชัย คำศรี แรงงานไทยวัย 40 ปี หลังได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่สู้รบในประเทศอิสราเอล กลับมาบ้านที่บ้านบัวงาม ต.บัวงาม อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 14 ต.ค.

อุบลฯจัดบายศรีหนุ่มวัย 40
ส่วนที่จ.อุบลราชธานี นายวิชัย คำศรี อายุ 40 ปี ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านเกิดที่บ้านบัวงาม ต.บัวงาม อ.เดชอุดม โดยมีนางสมัย พัดทอง อายุ 64 ปี มารดาพร้อมครอบครัวต้อนรับ

เมื่อเจอหน้ากันทุกคนต่างโผเข้ากอดด้วยความดีใจและโล่งใจที่รอดปลอดภัยกลับมาได้ และร่วมทำพิธีบายศรีรับขวัญ โดยมีนายเสนีย์ นะโม นายอำเภอเดชอุดม พร้อมด้วยผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้านกว่า 50 คน ร่วมกันทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือเรียกขวัญให้ นายวิชัย ตามประเพณีพื้นบ้านอีสาน ท่ามกลางความดีใจของญาติๆ และชาวบ้านในชุมชน

นายวิชัยเผยว่า ขณะเกิดเหตุเช้าวันที่ 7 ต.ค. ตนนอนอยู่ในแคมป์คนงานเวลา 06.00 น. ได้ยินเสียงไซเรนเตือนให้วิ่งเข้าอุโมงค์หลบภัย หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงระเบิดดังตามมาหลายลูก โดยระเบิดลูกหนึ่งตกลงกลางห้องครัวแคมป์คนงาน ซึ่งขณะนั้นคนงานทั้งหมดได้ไปหลบภัยอยู่ในอุโมงค์แล้วจึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้หลบหนีออกจากที่ทำงานมาอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ตนยังสับสนว่าจะดีใจหรือเสียใจที่เดินทางกลับประเทศ เพราะความจริงสัญญาทำงานยังเหลืออยู่อีก 4 ปี จึงอยากอยู่ทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้หมด ขณะนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต เพราะจะขอดูสถานการณ์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจ.อุบลราชธานี มีผู้สมัครไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ผ่านกระทรวงแรงงานทั้งหมด 719 คน เป็นชาย 700 คน หญิง 19 คน มีแรงงานเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 1 คน บาดเจ็บ 1 คน และเดินทางกลับมาแล้ว 1 คน ส่วนอ.เดชอุดม มีผู้ที่ไปทำงานประเทศอิสราเอลทั้งสิ้น 95 คน

บินลงอู่ตะเภาอีก 100 คน
ก่อนหน้านี้ นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการ ต่างประเทศ เปิดเผยว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จะจัดเที่ยวบินอพยพคนไทยครั้งที่ 3 นำพี่น้องแรงงานจำนวน 100 คนกลับประเทศไทย โดยสายการบิน Fly Dubai เที่ยวบิน FZ1550 ออกเดินทางจากอิสราเอลใน วันที่ 14 ต.ค. เวลา 11.00 น. เปลี่ยนเครื่องที่นครดูไบ เพื่อโดยสารต่อโดยเที่ยวบิน FZ1837 ออกจากนครดูไบเวลา 20.00 น. และถึงสนามบินอู่ตะเภา ประเทศไทย ในวันที่ 15 ต.ค. เวลา 07.25 น. จากนั้นจะมีรถบัสรับไปยัง โรงแรมเอสซีปาร์ก เพื่อให้ญาติพี่น้องรับกลับภูมิลำเนา ได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

ยอดขอกลับไทยกว่า 7 พันคน
นางกาญจนากล่าวว่า มีผู้กรอกแบบฟอร์มของสถานทูตแล้ว 7,142 คน โดยต้องการกลับไทย 7,058 คน

สำหรับการพิสูจน์อัตลักษณ์ศพ ประเด็นที่ญาติกังวล นางกาญจนากล่าวว่า ต้องใช้เวลาพอสมควร ทางการอิสราเอลนำร่างไปเก็บรวมกันและทยอยพิสูจน์อัตลักษณ์ ซึ่งทูตไทยได้ย้ำหลายครั้งว่าใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากอยู่ในสถานการณ์สงคราม ซึ่งส่วนใหญ่ยังอยู่ในภารกิจสู้รบ ความพยายามในการช่วยตัวประกันในทุกช่องทาง และมีความพยายามคุยกับทุกฝ่าย

สำหรับความคืบหน้าช่องทางการอพยพ คนไทย มีเครื่องบินเช่าเหมาลำของอิสราเอล ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษจุได้ 250 ที่นั่ง โดยออกจากอิสราเอลในวันที่ 16 ต.ค. ลงจอดที่สนามบิน แต่ยังไม่ทราบเวลาลงจอด และสำหรับแผนที่เครื่องบินของทัพอากาศจำนวน 135 ที่นั่งที่จะไปรับคนไทยในอิสราเอลในที่ 16 ต.ค. นั้นเป็นไปตามสถานการณ์ในอิสราเอล ซึ่งยังอยู่ในภาวะสงคราม สมมติหากเกิดความเสี่ยงในสนามบินเทลอาวีฟ ดังนั้นต้องปรับแผนให้มีความคล่องตัว

อพยพเบิกค่าตั๋วได้ทุกคน
สำหรับประเด็นเอกสารที่อาจทำให้การอพยพกลับไทยช้าลงนั้น นางกาญจนากล่าวว่า ในกรณีจอร์แดน ซึ่งเป็นประเทศที่รองรับคนไทย มีสายการบินมาไทยและคนไทยอพยพกลับได้ด้วย โดยน.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ ทูตไทยในอิสราเอลได้คุยเรื่องเอกสารกับกระทรวงการต่างประเทศจอร์แดนในเรื่องการอนุโลมกรณีเอกสารหลักฐานและได้คุยกันเกี่ยวกับการเดินทางเข้าไปทางบก ซึ่งทางการจอร์แดนอนุโลมให้ด้วยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีประเทศใกล้เคียงที่เป็นจุดอพยพคนไทย เช่น นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี โดยไทยเปิดรับทุกทางเลือกประเทศใกล้เคียงที่สามารถขนคนไทยกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยและราบรื่น โดยเร็วที่สุด ซึ่งหากได้เที่ยวบินตรงถึงไทยเลยจะดีที่สุด เพราะหากต้องต่อเครื่องกลับ คนเดินทางอาจเหน็ดเหนื่อยเพิ่ม นอกจากนี้ สถานทูตได้จัดศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับคนไทย เพื่อเป็นพื้นที่พักรอก่อนขึ้นเครื่อง

นางกาญจนากล่าวว่า รัฐบาลเห็นชอบในหลักการจ่ายค่าชดเชยให้ทุกคนที่กลับมาจากภาวะสงคราม โดยการยื่นหลักฐานเป็นตั๋วเครื่องบิน หรือบอร์ดดิ้ง พาส บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ซึ่งยื่นผ่านแรงงานจังหวัดหรือกระทรวงแรงงานได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินและเป็นผู้เบิกงบกลาง จากนั้นกระทรวงแรงงานรับดำเนินการต่อไป

นางกาญจนากล่าวอีกว่า เวลา 16.00 น. วันที่ 15 ต.ค. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน