2ตัวตึงก้าวไกลก็โหวต

นายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย เชิญชวนโหวตโพลมติชน x เดลินิวส์ อยากให้รัฐบาลสนับสนุนกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งเรื่องคน-เงินงบประมาณ ถ้าองค์กรท้องถิ่นมีอิสระจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่านี้ ขณะที่นักธุรกิจเบตงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาปากท้องระดับรากหญ้าเป็นอันดับแรก จากนั้นแก้เศรษฐกิจให้เงินหมุนเวียนจะสร้างรายได้เข้าประเทศในที่สุด รองนายกฯ สมศักดิ์เชิญชวนประชาชนโหวตโพลกันเยอะๆ สะท้อนความต้องการมายังรัฐบาล

เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคึกคักของการทำกิจกรรมระหว่างสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ ทำโพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร เริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ต.ค. โดยกองบรรณาธิการเครือมติชนและเดลินิวส์ ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาเปิดให้ประชาชนโหวต ผ่านทางคิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก

คำถามมี 2 หัวข้อใหญ่ คือ 1.เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ และ 2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ

วันเดียวกัน รศ.(พิเศษ) ดร.วีระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนว่า “อยากให้ รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง หรือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” ว่า อยากฝากทางรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น อยากให้รัฐบาลมีนโยบายเรื่องการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน เรื่องเงิน ทุกอย่างถ้าท่านมีการจัดการกฎหมายเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นได้มีบทบาท ได้มีภารกิจที่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาประชาชนได้มันจะดีมากๆ เลย เพราะปัจจุบันนี้ท้องถิ่นเองยังถูกการกำกับดูแลจากรัฐบาลจากส่วนกลาง ไม่สามารถเป็นอิสระ ที่จะดูแลปัญหาให้กับท้องถิ่นได้

นายก อบต.คลองสามกล่าวอีกว่า เมื่อเราไม่สามารถแก้ปัญหาดูแลประชาชนได้ ด้านเศรษฐกิจก็ดี ด้านการที่ดูแลความทุกข์ ด้านการทำมาหากินของประชาชน เราไม่สามารถที่จะดูแลได้ แต่ถ้าเมื่อไรภารกิจตรงนั้นทางรัฐบาลส่วนกลางถ่ายโอนมาให้ท้องถิ่น ทางรัฐบาลส่วนกลางถ่ายโอนมาให้ท้องถิ่นดูแล ทั้งเงินทั้งงบประมาณทั้งอะไรทุกสิ่งทุกอย่าง ผมว่าปัญหาอะไรต่างๆ จะคลี่คลายและที่สำคัญที่สุด ถ้าท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหา รากหญ้าได้ รัฐบาลก็สามารถเข้มแข็งได้ เพราะปัจจุบันนี้ส่วนกลางได้ปฏิบัติหน้าที่เหมือนทำแทนท้องถิ่น แต่มันไม่ตรงจุดและไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างทั่วถึง ถ้ารัฐบาลเองเห็นความสำคัญของท้องถิ่นให้ท้องถิ่นเป็นคนแก้ไขปัญหา โดยอาศัยระเบียบกฎหมายที่รัฐบาลเองจะได้ออกกฎหมาย ในเรื่องการกระจายอำนาจเพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 40 ทางรัฐบาลบอกว่าจะกระจายเรื่องงบประมาณให้ 35 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ยังไม่ถึงและก็จะกระจายเรื่องภารกิจถ่ายโอนต่างๆ ที่เป็นเรื่องของท้องถิ่นเป็นคนดำเนินการมาก็ยังไม่ทำ ก็ฝากรัฐบาลนี้ช่วยดำเนินการตามรัฐธรรมนูญปี 40 ถ้าท่าน ทำอย่างนี้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาลก็จะเบาบางลง เรื่องปากท้องประชาชนกระจายมาครับ

1.เรามีเงินมีงบประมาณ 2.มีภารกิจ มีอำนาจ มีหน้าที่เราก็สามารถที่จะดูแลประชาชนได้ ในเรื่องการกินดี อยู่ดี เรื่องเกี่ยวกับโอท็อป เรื่องเกี่ยวกับเรื่องรายได้ เรื่องรายจ่ายต่างๆ เราสามารถมาบริหารในท้องถิ่นเราได้ ซึ่งไม่ต้องห่วงให้ท้องถิ่นดำเนินการดีกว่า ที่ท่านสั่งการลงมาตั้งแต่ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ขั้นตอนขบวนการมันเยอะ ท่านกระจายลงมาสู่ท้องถิ่นโดยตรงการแก้ไขปัญหามันจะตรงจุด และก็แก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงทีด้วย

“โครงการจะแจกเงินดิจิทัลหมื่นบาท เดือนก.พ.นี้ ก็เป็นสิ่งที่ดีแต่ว่าคืออยากจะให้ท้องถิ่นได้มีบทบาทด้วยเพราะว่าประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในละตำบล หมู่บ้าน และแต่ละในตำบล ในหมู่บ้าน ใครดูแลท้องถิ่นดูแลทั้งหมด ดังนั้นท่านมีนโยบายอย่างไร สั่งการยังผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาคมก็ได้ หรือ อบจ.เทศบาล อบต.ก็สามารถจะที่ดำเนินการได้เพราะเราสามารถที่จะรู้ว่าท้องถิ่นของเรา ร้านค้า ประชาชนของเรา เป็นอย่างไร ประชากรแฝงเรายังรู้เลย ดังนั้นเรารู้ทั้งหมดสำมะโนทะเบียนบ้าน เมื่อท่านรู้ ท่านใช้ท้องถิ่น นอกจากนี้ฝากโพลไปยังนายก อบต. ทั้งประเทศในนามของสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย ทำโพลที่ทางสื่อข่าวหน่วยงานข่าวที่ทำโพลเรื่องนี้ ขอให้ส่งโพลเอาความแท้จริง เรามีปัญหาอะไร ให้รัฐบาลทำอย่างไรกระจายอำนาจเป็นอย่างไรที่เรามีปัญหาปัจจุบันที่เราไม่สามารถดำเนินการได้ เราเขียนเข้าไปเพื่อรัฐบาลได้ช่วยเราแก้ไข” นายก อบต.คลองสามกล่าว

ขณะที่นายสรรเสริญ จิรรัตนโสภณ นักธุรกิจในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา เปิดเผยว่า อยากให้นายกฯเศรษฐาแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในระดับรากหญ้าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ มาทางด้าน รากหญ้ามากกว่า เพราะว่าปากท้องสำคัญ มาวันนี้เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญอันดับ 1 ของประเทศไทยทั่วทุกภูมิภาค แต่จริงๆ แล้วเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องในเรื่องของการเกษตร และเรื่องเศรษฐกิจที่มันหมุนเวียนได้ ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก หรือภาคธุรกิจในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้เป็นเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ประเทศ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด มันเกิดการหมุนเวียนของ Demand Supply หรือความต้องการซื้อและความต้องการขาย และการหมุนเวียนของเม็ดเงินที่จะนำเข้ามาในประเทศ ทำให้ธุรกิจ ถ้ามันฟื้น รากหญ้าก็จะฟื้นตามไปด้วย ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นที่ฐานตรงจุดนี้ด้วย

นายสรรเสริญกล่าวอีกว่า หากตรงนี้มีการหมุนเวียนเร็ว ภาคธุรกิจก็เติบโตได้เร็วแล้วก็เกิดการจ้างงาน จ้างคนและจะเกิดอาชีพขึ้นมาหลายๆ อาชีพ ที่นี้มาพูดถึงรากหญ้าจะกลายเป็นว่าในส่วนของเมืองต่างๆ ที่มีหาบเร่ แผงลอย มันจะเกิดการหมุนเวียน จะทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจแบบนี้ เหมือนที่ก่อนเกิดฟองสบู่หรือเกิดวิกฤตโควิดระบาด จะเห็นภาพเศรษฐกิจที่มีการหมุนเวียน แบบนี้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น ถ้าตรงนี้มันเกิดขึ้นเร็วเกิดขึ้นได้ง่าย โดยที่ภาครัฐคอยมาสนับสนุน เรื่องตรงนี้ผมเชื่อว่าทั้งหมดตรงนี้ มันจะกลับคืนสู่ ภาพเศรษฐกิจ ที่ดูแล้วมันสมบูรณ์มากกว่า ที่เราจะไปแจกเงินดิจิทัลหรือว่าจะไปกระตุ้นแบบปลายทาง มันต้องมองที่ต้นทางตรงนี้ คือเรื่องของการท่องเที่ยว เรื่องของการเพิ่มเศรษฐกิจ ให้มันแข็งแรง ด้วยวิธีที่มันเป็นการสร้างรายได้ เพื่อให้ท้องถิ่นเกิดรายได้ เพราะฉะนั้นครัวเรือนทุกครัวเรือน ถ้าหากมีงานทำเศรษฐกิจกลับมาบูมอีกครั้งแน่นอน นายสรรเสริญกล่าว

ชวนโหวต – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร่วมโหวตโพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ผ่านทาง ‘คิวอาร์โค้ด’ ในหนังสือพิมพ์ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมโหวตผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ทั้งเว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ของสื่อในเครือมติชน และเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.

ทางด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมกันโหวตการทำโพลของ มติชนและเดลินิวส์ ว่าสิ่งที่ประชาชนทุกคน อยากรู้ อยากเห็น อยากได้ คืออะไร เพื่อให้มติชนและเดลินิวส์สะท้อนภาพให้รัฐบาลเห็นและขอขอบคุณที่ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเรื่องเศรษฐกิจปากท้องเป็นเรื่องสำคัญแต่โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะช่วยได้เร็วกว่า เพราะบางครอบครัวที่มี 5-7 คน จะได้ 50,000-70,000 บาท หากนำไปใช้อย่างมีประโยชน์มีคุณภาพจะสามารถแก้ปัญหาความยากจนได้เลยทีเดียว ถึงอยากให้ทุกครอบครัวได้มีโอกาส

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงการทำโพลออนไลน์ “มติชนxเดลินิวส์” หัวข้อ “รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ว่า ขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมโหวตโพลเดลินิวส์xมติชน ตนก็อยากรู้เหมือนกันว่าประชาชนคิดอย่างไร มาร่วมโหวตได้ว่าจะเลือกให้รัฐบาลแก้ปัญหาโครงสร้างหรือปัญหาปากท้อง ประชาชนมีสิทธิเลือกว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาใด โดยโพลนี้จะสะท้อนเสียงของประชาชนไปสู่รัฐบาลได้ ประชาชนก็อาจจะมีทางที่จะเลือกว่าต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาอะไรบ้าง แต่สำหรับคนเป็นรัฐบาล ไม่มีสิทธิเลือกว่าฉันจะแก้ปัญหาปากท้องแต่ปัญหาโครงสร้างฉันไม่แตะ หรือจะเอาแต่ปัญหาโครงสร้าง แต่ละเลยปัญหาปากท้องประชาชน

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้คิดว่าผลโพล มันควรออกมา 50:50 เพราะสุดท้ายแล้ว ปัญหาโครงสร้างหลายอย่างมันก็เป็นเรื่องปากท้อง แล้วถ้าเกิดคุณมุ่งแต่จะแก้ปัญหาปากท้อง สักพักหนึ่งคุณก็จะชนตอกับปัญหาโครงสร้าง และจะกลายเป็นแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น เมื่อไรก็ตามที่คุณจะแก้ปัญหาปากท้องในระยะยาว มันก็ไม่พ้นเรื่องโครงสร้างทางสังคม ความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ระบบกฎหมายต่างๆ ที่ไม่ได้เอื้อให้ประชาชน หรือผู้ประกอบการตัวเล็กได้ลืมตาอ้าปาก มีการผูกขาดให้ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือกลุ่มทุนในเครือข่ายอุปถัมภ์ของผู้มีอำนาจ มีความได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้า สามารถกินรวบทรัพยากรของประเทศได้ สุดท้ายแล้วถ้าคุณจะแก้แต่ปัญหาปากท้อง คุณก็จะทำได้แค่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ พอจะทำมากเข้าเพื่อแก้ถึงต้นเหตุของมัน ก็ต้องแก้โครงสร้างอยู่ดี

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คิดว่าการสำรวจความเห็นของประชาชนในเรื่องของปัญหาที่พี่น้องประชาชนอยากจะสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่า ปัญหาอะไรทำนองไหน ที่สำคัญและฝากไปถึงรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลได้รู้นั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นเหมือนกระจกสะท้อนไปยังรัฐบาลว่า ประชาชนต้องการอะไร ประชาชนกำลังให้ความสำคัญกับอะไร คิดว่าเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่โพลจะสามารถบอกได้ระดับหนึ่งว่า นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมของเรา ดังนั้นอยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันในการที่จะแสดงความคิดเห็นต่อโพลที่ทางมติชนและเดลินิวส์ได้จับมือร่วมกัน เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้กับรัฐบาลต่อไปว่า อะไรคือสิ่งที่สังคมไทยหรือประชาชนไทยอยากจะเห็น

ขณะที่นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และนายกสมาคมองค์การบริหารจังหวัดแห่งประเทศไทย ได้ร่วมโหวตโพลพร้อมเปิดเผยว่า สำหรับตนมองว่าทั้ง 2 เรื่องมีความสำคัญ แต่ถ้าให้เลือกแก้ปัญหาอะไรก่อนตนอยาก ให้แก้ปัญหาเรื่องปากท้องประชาชน เรื่องเศรษฐกิจ เนื่องจากขณะนี้ประสบปัญหาหลายเรื่องมานาน อยากสนับสนุนให้แก้เป็นอันดับแรก สำหรับปัญหาเศรษฐกิจบ้านเรา 80% เรื่องการเกษตร เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตร การทำยังไงให้เกษตรสมบูรณ์ เรื่องน้ำ เรื่องปุ๋ย ถ้ารัฐบาลเป็นพี่ใหญ่บริหารจัดการตรงนี้ให้ดีได้ เชื่อว่า พื้นฐานของเราก็จะดี ถ้าเรื่องปากท้องดีความเข้มแข็งก็จะตามมา

นายขวัญเมือง แสงสำราญ ผู้ประกอบการร้านทองใน จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า สำหรับตนมองว่า รัฐบาลควรแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน อยากให้ลดค่าน้ำมัน ค่าไฟ ราคาอุปโภค บริโภค ลดลง เพราะมองว่าถ้าค่าใช้จ่ายของประชาชนน้อยลงจะทำให้มีเงินเหลือใช้มากขึ้น มีเงินออม มีเงินจับจ่ายใช้สอย สำหรับตนในฐานะผู้ประกอบการ หากเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าก็น้อยลง ไม่กล้าตัดสินใจซื้อ ไม่กล้าลงทุน ทำให้ขายสินค้าไม่ได้ รายได้ก็ลดน้อยลง ลูกจ้างคนงานที่เรามีอยู่เราจะต้องจ่ายเงินเดือนให้แต่เมื่อหากเราขายสินค้าได้น้อยลงเราก็มีผลกระทบอยู่แล้วก็เลยมองว่าถ้าเศรษฐกิจดีทุกคนจะใช้ชีวิตได้อย่างไม่มีความกดดัน

นายมงคล จุลทัศน์ ประธานหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลเข้าใจการทำธุรกิจของภาคเอกชน ถ้าสิ่งใดที่รัฐเอื้อให้ธุรกิจมีกำไร เราก็เสียภาษีให้กับรัฐได้มากขึ้น อย่างตอนนี้ที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว หลังเจอวิกฤตโควิด-19 มา 3 ปีเต็ม ประเด็นต่อมาที่อยากให้รัฐบาลเข้าใจและแก้ไขปัญหาให้ได้คือเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เป็นต้นทุนในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ น้ำมัน และที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งธุรกิจบริการยังมีความจำเป็นต้องใช้คนมาพูดคุย มาให้บริการอยู่ จึงมองว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญและวางระบบการนำเข้าแรงงานต่างชาติอย่างจริงจัง ให้ขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ง่ายและโปร่งใส เพราะไม่มีใครที่อยากทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะในส่วนของนายจ้างหรือลูกจ้างก็ตาม

นอกจากนี้มีประเด็นสำคัญในเรื่องของสังคม ที่เป็นพื้นฐานสำคัญของสังคมในขณะนี้ เพราะสิ่งที่น่ากังวลขณะนี้คือการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ ซึ่งทำให้คนวัยทำงานและจำนวนผู้เสียภาษีน้อยลง ขณะที่ภาระงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุจะสูงขึ้น อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโครงสร้างสังคมและเป็นการแก้ปัญหาระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน