นายกฯนำร่องพิษณุโลกลุยเยี่ยมชาวบ้านน้ำท่วม ยกเครื่องใหญ่แก้ประปา
นายกฯ เศรษฐาลุยตรวจน้ำท่วมเมืองสองแควพิษณุโลก เดินหน้าเร่งแก้ปัญหาบริหารจัดการ ขจัดน้ำท่วม-ภัยแล้ง และระบบน้ำประปา เล็งตั้งธนาคารน้ำใต้ดิน ปภ.รายงาน 6 จังหวัดน้ำยังท่วม ประสานพื้นที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย ชลประทานแจ้งเตือนมวลน้ำทะลักเข้าท่วมอ.พิมายหลังเขื่อนเร่งระบายน้ำออก อ.จักราชท่วมพื้นที่การเกษตรและโรงเรียน ชาวบ้านหาผักปลาจมน้ำดับ พิจิตรอ่วมน้ำจากทุ่งกำแพงเพชรและแม่น้ำยมขยายเข้าท่วม 12 อำเภอ นาข้าวจมน้ำเกือบ 2 หมื่นไร่

หนุน1หมื่น – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พบปะเยี่ยมเยียนประชาชนและตรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.พิษณุโลก โดยมีชาวบ้านแห่มาต้อนรับพร้อมชูป้ายสนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 14 ต.ค.
นายกฯตรวจน้ำท่วมพิษณุโลก
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รอง นายกฯ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย และนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ออกเดินทางไปยังจ.พิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยนายเศรษฐา ทวีตข้อความและภาพระหว่างนั่งอยู่บนเครื่องบินว่า “รับฟังข้อมูลและปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัยก่อนลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน”
เวลา 09.38 น. นายเศรษฐาและคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 จ.พิษณุโลก จากนั้นนายกรัฐมนตรีนั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด หมายเลขทะเบียน 1ขศ 87 กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติภารกิจ โดยเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เข้า สักการะพระพุทธชินราช พร้อมถวายสังฆทาน พระสุธรรมมุนี (สมบูรณ์) รักษาการแทน เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พระราชรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก เพื่อความเป็นสิริมงคล พระสุธรรมมุนี มอบพระเครื่องรุ่นสมโภช พระพุทธชินราชครบรอบ 666 ปีให้นายกฯ และคณะ โดยนายกฯ ทักทายประชาชนที่มาต้อนรับและให้กำลังใจพร้อมป้ายสนับสนุนโครงการเงินดิจิทัล
ดูงานประปา-มอบถุงยังชีพ
จากนั้นคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปยังโรงผลิตน้ำประปาเพื่อพูดคุยปัญหาเรื่องน้ำประปากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่บึงตะเครง ต.บางระกำ อ.บางระกำ มอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม 720 ถุง รวมทั้งมอบเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ 50 ถุง และมอบหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 500 ฟ่อน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งตั้งศูนย์กองบัญชาการกองทัพไทยร่วมกับกองทัพบกช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบอุทกภัย ต่อมานายเศรษฐาลงเรือที่ชุมชนปากคลองตลาด แม่น้ำยมฝั่งขวา ซึ่งน้ำท่วมชุมชนมานานกว่า 1 สัปดาห์ โดยนายกฯ มอบถุงยังชีพแก่ประชาชนที่น้ำท่วมขังบ้านเรือน
เร่งแก้ทั้งน้ำท่วม-ภัยแล้ง
ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหอกลอง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาเรื่องน้ำประปาที่เป็น ท่อระบบเก่าผ่านมา 87 ปี ว่าโทรศัพท์ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยแล้ว นายอนุทินจะเดินทางมาดูเองและจะช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปใน การบริหารจัดการน้ำตรงนี้ให้ดี ส่วนพื้นที่บางระกำ เรื่องคลองส่งน้ำก็ยังไม่ดีพอ พื้นที่นี้ยังมีปัญหา ถึงฤดูฝนน้ำก็ท่วม ฤดูร้อนก็แล้ง หน้าที่เราต้องทำให้ไม่ท่วมไม่แล้ง เห็นใจประชาชนที่ประสบภัย เพราะบางพื้นที่ท่วมแล้วท่วมอีก แล้งแล้วแล้งอีก ต้องแก้ไขอย่างบูรณาการ ตนเพิ่งเข้ามาได้เดือนเดียว ปัญหาสะสมมานานแต่จะช่วยบรรเทาพื้นที่ที่น้ำท่วม ทั้งนี้ต้องคิดระยะกลางและระยะยาว ต้องมีโครงการออกมาอีกพอสมควร
สำหรับธนาคารน้ำใต้ดินที่จะป้องกันน้ำแล้งซึ่งจะทำได้ภายใน 3 เดือนนั้น ทฤษฎีน้ำใต้ดินเป็นทฤษฎีที่หลายภาคส่วนเห็นด้วย แต่ต้องถามพื้นที่ว่าต้องการธนาคารน้ำใต้ดินด้วย จะนำร่องที่จังหวัดชัยนาท ทำธนาคารน้ำใต้ดินทั้งจังหวัดแล้วดูว่าจะช่วยให้ไม่ท่วมไม่แล้งได้จริงหรือไม่ อยากเห็นระบบบูรณาการน้ำสำเร็จในวาระรัฐบาล 4 ปี ถ้าหลายอย่างเริ่มต้นได้เร็วก็อยากเร่งทำ
ปภ.รายงาน 6 จว.ยังท่วม
วันเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมาทำให้ระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-14 ต.ค. เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 35 จังหวัด รวม 145 อำเภอ 553 ตำบล 2,809 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 58,748 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และอุบลราชธานี รวม 23 อำเภอ 115 ตำบล 689 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผล กระทบ 20,363 ครัวเรือน แยกเป็น เพชรบูรณ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ เมืองเพชรบูรณ์ และหล่มสัก รวม 20 ตำบล 124 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 3,886 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง, พิษณุโลก น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ วังทอง บางระกำ และเมืองพิษณุโลก รวม 11 ตำบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 351 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง, สุโขทัย น้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ สวรรคโลกและคีรีมาศ รวม 12 ตำบล 81 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,819 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง, ร้อยเอ็ด น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ เชียงขวัญ จังหาร และธวัชบุรี รวม 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 106 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง
กาฬสินธุ์ น้ำท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ เมืองกาฬสินธุ์ ร่องคำ ฆ้องชัย ยางตลาด กมลาไสย สามชัย ท่าคันโท หนองกุงศรี สหัสขันธ์ และห้วยเม็ก รวม 59 ตำบล 397 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,138 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น อุบลราชธานี น้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ เมืองอุบลราชธานี วารินชำราบ และสว่างวีระวงศ์ รวม 10 ตำบล 49 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,063 ครัวเรือน ระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยผู้ประสบภัย
ภาพรวมสถานการณ์ระดับน้ำลดลงเกือบทุกพื้นที่ ยังคงมีที่จังหวัดกาฬสินธุ์และอุบลราชธานีที่มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น สำหรับการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบส่งน้ำระยะไกล เครื่องสูบน้ำ รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร เพื่อแก้ไขปัญหา เร่งระบายน้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่เดือดร้อนจากสาธารณภัยแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอพ พลิเคชั่น “THAI DISASTER ALERT”
เตือนมวลน้ำทะลักท่วมพิมาย
ที่จ.นครราชสีมา นายปิยะภัทร สายเมฆ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ (เขื่อนพิมาย) อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.พิมาย แจ้งให้นายกเทศมนตรีตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง กำนันทุกตำบล และผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน เตรียมความพร้อมป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังในพื้นที่ อ.พิมาย โดยเขื่อนพิมายเร่งระบายน้ำออกหลังปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น ป้องกันปริมาณมวลน้ำสะสมล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนเพื่อระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ที่ไหลเข้ามาสมทบกับปริมาณน้ำภายในตัว อ.พิมาย ทำให้ระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย อ.พิมาย เป็นพื้นที่รองรับปริมาณน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ของจ.นครราชสีมา
อ.จักราชท่วมพื้นที่เกษตร
ส่วนพื้นที่ อ.จักราช จ.นครราชสีมา มวลน้ำจากฝนที่ตกสะสมไหลหลากจากพื้นที่ อ.ปักธงชัย เข้ามาที่ต.จักราช อ.จักราช จำนวนมาก มวลน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและโรงเรียนบ้านตะกุดเครือปลอกสูงกว่า 40 ซ.ม. ปริมาณน้ำยังไหลเข้าท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านเป็นระยะทางยาวกว่า 300 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ล่าสุดตำรวจทางหลวงจ.นครราชสีมา นำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง จำนวน 50 ชุด ไปแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชน
ชาวบ้านหาผักปลาจมน้ำดับ
สภ.โนนไทยรับแจ้งเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 12 ต.ค.ว่านายแก้ว มีสันเทียะ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 หมู่ 10 ต.กำปัง อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ออกหาปลาที่หน้าฝายน้ำบ้านโนนหัวนา ต.กำปัง ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากเพราะฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะเดินลงไปดูกับดักจับปลา กระแสน้ำวนพัดดูดร่างลงน้ำไป ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ไม่สามารถช่วยได้ทันจึงโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ชีพกู้ภัย และกู้ภัยใต้น้ำ ฮุก 31 โคราช จุดโนนไทย ร่วมค้นหาผู้สูญหาย กระทั่งเวลา 00.45 น. วันที่ 14 ต.ค. พบร่างผู้สูญหายห่างจากฝาย 200 เมตร ที่ระดับน้ำลึก 4 เมตร นอนจมอยู่ที่พื้น นำส่งชันสูตรและติดต่อญาติรับศพนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีเหตุบุคคลจมน้ำสูญหายอีกราย อาสากู้ภัยฮุก 31 โคราช จุดพิมาย รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อช่วงเวลา 19.30 น. วันที่ 13 ต.ค.ว่ามีผู้สูญหาย จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้ฝายน้ำ บ.กระชอน ต.กระชอน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ริมฝั่งพบเศษขวดเครื่องดื่มชูกำลังและรถจักรยานยนต์พ่วง ร่องรอยผักบุ้งถูกเด็ดเป็นกำวางไว้ในพงหญ้า คาดว่าน่าจะมาหาผักบุ้งแล้วอาจโดนกระแสน้ำวนดูดร่างจมหายไป
พิจิตรอ่วมนาข้าวจม 2 หมื่นไร่
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิจิตร น้ำฝนสะสมจากทุ่งกำแพงเพชรและแม่น้ำยมที่มาจากจ.พิษณุโลก สุโขทัย ยังคงมีระดับสูงและขยายเข้าท่วมพื้นที่ย่านชุมชนที่พักอาศัยในเขต ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร มวลน้ำที่ไหลผ่านคลองหลากท่วมถนนและบ้านเรือนใน 6 หมู่บ้าน ซึ่งเป็น ย่านชุมชนที่พักอาศัย บ้านเรือนกว่า 60 หลังถูกน้ำท่วมขังกว่า 50 ซ.ม. บางจุดท่วมสูงเกือบ 1 เมตร น้ำในแม่น้ำยมยังคงเพิ่มระดับท่วมสูงขึ้นต่อเนื่องและกระแสน้ำไหลแรง
นายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิจิตร แจ้งว่าสถานการณ์แม่น้ำน่านที่ไหลผ่าน อ.เมืองพิจิตร ตะพานหิน และบางมูลนาก ปริมาณน้ำเริ่มทรงตัวและลดลง ส่วนแม่น้ำยมที่ไหลผ่านอ.สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง และโพทะเล ลดลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์วิกฤต ส่วนมวลน้ำที่ไหลล้นตลิ่งหลากไปท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนนั้น ชลประทานจังหวัดพิจิตรเร่งผันมวลน้ำไปกักเก็บตามพื้นที่โครงการแก้มลิงทางธรรมชาติ สถานการณ์มวลน้ำเหนือตอนบนเริ่มลดลงส่งผลให้มวลน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ไหลมายังจ.พิจิตร ทั้งแม่น้ำน่านและแม่น้ำยมลดระดับลง
สถานการณ์อุทกภัยแม่น้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลากจังหวัดพิจิตรแผ่ขยายวงกว้างได้รับผลกระทบ 12 อำเภอ 46 ตำบล 223 หมู่บ้าน 2,193 ครัวเรือน นาข้าว 17,537 ไร่ พืชไร่ 314 ไร่