บ้านเรือนพัง-สะพานขาด บางบาลอ่วมจม200หลัง ‘แม่มูน’ทะลักท่วมพิมาย

พะเยาสลดน้ำป่าซัดดับ 5 ศพ หลังเกิดฝนตกหนัก น้ำทะลักพัดสะพานขาด ชาวบ้านสูญหาย 7 ราย ก่อนเจอเป็นศพ 5 ส่วนอีก 2 ราย ช่วยเหลือไว้ได้อย่างปลอดภัย ส่วน 2 รายปลอดภัย ส่วนที่โคราช น้ำมูนเอ่อท่วมบ้านเรือนพิมาย ด้านร้อยเอ็ดเดือดร้อนหนัก น้ำชีล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนไร่นาจมบาดาลนานกว่า 10 วันแล้ว ที่บางบาล อยุธยา เดือดร้อนหนัก น้ำเจ้าพระยาที่ปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาเอ่อท่วม 200 หลังในพื้นที่ 5 หมู่บ้าน ส่วนที่พัทยา ฝนตกหนัก ท่วมรถแทบมิดคัน

พะเยาสลดน้ำป่าถล่มดับ 5 ศพ
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.00 น. เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จ.พะเยา ทำให้น้ำป่าไหลหลากซัดคอสะพานถนนสายดอกคำใต้-เชียงม่วน บริเวณพื้นที่บ้านสองแคว หมู่ที่ 6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา นอกจากนี้รถชาวบ้านเสียหาย และมีชาวบ้านสูญหาย รวม 7 ราย เบื้องต้นพบเสียชีวิต 3 ราย เป็นชาวบ้านในพื้นที่อ.เชียงม่วน และกำลังค้นหา 2 ราย เจ้าหน้าที่และชาวบ้านระดมค้นหา ส่วนอีก 2 รายเป็นชาวบ้าน อ.ดอกคำใต้ เจ้าหน้าที่และชาวบ้านค้นหาพบรอดชีวิตอยู่บนเขา เป็นชายอายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้

นายขาว เมืองอินทร์ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 56 หมู่ 6 ตำบลหนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ เล่าว่า เมื่อเวลา 03.00 น. ตนกำลังนอนอยู่ ในบ้าน ภรรยาได้เรียกให้ตื่น เนื่องจากน้ำป่าเข้าไหลทะลักพัดรถกระบะและรถไถออกไปจากบ้านไปกว่า 50 เมตร ถ้าตนและภรรยา ไม่ตื่นหนีตายก็อาจจะถูกน้ำพัดไปด้วย

นายนาวิน สุธรรมเม็ง ปลัดอำเภอดอกคำใต้ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำป่าทะลักคอสะพานขาด บริเวณเขตติดต่อระหว่างอ.เชียงม่วนและ อ.ดอกคำใต้ รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.หนองหล่ม มีผู้สูญหาย 2 ราย เจ้าหน้าที่กำลังค้นหา ตอนนี้พบผู้สูญหาย 2 รายยังมีชีวิตอยู่ สำหรับในพื้นที่อ.เชียงม่วน มีผู้สูญหาย 5 รายและพบเป็นศพ 3 ราย ส่วนอีก 2 รายเจ้าหน้าที่กำลังระดมค้นหา ส่วนคอสะพานที่ขาด เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงระดมช่วยกำจัดกอไผ่ที่ติดใต้สะพานและ เศษสวะออกหลังจากนั้น จะนำดินเข้าไปถมบริเวณคอสะพานเพื่อให้รถสัญจรไปมาชั่วคราวได้ก่อน

เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดพะเยาต้องเร่งเข้าซ่อมแซมคอสะพานบริเวณพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางสายดอกคำใต้-เชียงม่วน หลังได้รับความเสียหายหนักเนื่องจากเกิดน้ำป่ากัดเซาะทำให้คอสะพานขาด ขณะที่ทรัพย์สินอย่างอื่นในพื้นที่อ.ดอกคำใต้ พบว่ามีไร่ข้าวโพดเสียหายเป็นวงกว้าง

ขณะที่พื้นที่บ้านห้วยก้างปลา หมู่ที่ 13 ต.สระ อ.เชียงม่วน ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าเช่นกัน

ล่าสุดในพื้นที่อ.ดอกคำใต้ พบผู้สูญหายแล้วทั้ง 2 ราย อาการปลอดภัย ส่วนชาวบ้านที่สูญหายในตำบลบ้านสระ อ.เชียงม่วน พบเป็นศพ 5 ราย

พิษน้ำป่า – สภาพน้ำป่าไหลหลากซัดสะพาน และบ้านเรือนในพื้นที่บ้านสองแคว ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ได้รับความเสียหาย หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก มีชาวบ้านสูญหาย 7 ราย ก่อนพบเสียชีวิต 5 ราย ปลอดภัย 2 ราย เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

เผย 5 เหยื่อน้ำป่าซัดดับ
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพะเยารายงานเหตุด่วนสาธารณภัย (อุทกภัย) จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ หมู่ 6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ และหมู่ 13 ต.สระ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ซึ่งมีผู้สูญหายรวม 7 ราย และพบผู้สูญหาย พื้นที่ต.หนองหล่ม 2 ราย และในพื้นที่ต.สระ พบผู้เสียชีวิต 5 ราย

โดยพื้นที่หมู่ 6 ต.หนองหล่ม มีผู้สูญหาย 2 ราย ต่อมาเมื่อเวลา 11.30 น. พบผู้สูญหายแล้ว

ขณะที่หมู่ 13 ต.สระ อ.เชียงม่วน มี ผู้สูญหาย 5 คน ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. พบผู้เสียชีวิต 4 คน อยู่ระหว่างการค้นหา 1 คน

โดยมีรายชื่อของผู้สูญหายจากเหตุน้ำป่าพัดถล่มในพื้นที่ของ อ.เชียงม่วน และอ.ดอกคำใต้ ดังนี้ ม.6 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ ผู้สูญหาย 2 ราย ชื่อนายชาย แปลกปลาด และนายไสว อินต๊ะนาม

ในต.สระ อ.เชียงม่วน ผู้เสียชีวิตประกอบด้วย นายภาณุวัฒน์ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 50 ปี นางปาลิดา ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 44 ปี นายศรัญ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 22 ปี นายภานุพันธ์ สุรเมธีมานพ อายุ 50 ปี และด.ญ.กัญญารัตน์ ฟุ้งเรืองฤทธิ์ อายุ 10 ขวบ

น้ำมูนล้นตลิ่งท่วมพิมาย
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาพมุมสูงพบว่าเขื่อนพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำเต็มความจุ เจ้าหน้าที่จัดสรรน้ำโครงการศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ยังคงเปิดประตูเขื่อนเพื่อเร่งระบายน้ำภายในเขื่อนพิมายลงสู่ลำน้ำมูนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนของประชาชน ในเขตเทศบาลตำบลพิมาย

ส่วนปริมาณน้ำในลำน้ำมูนพื้นที่บ้านวังกุ่ม อ.พิมาย ล่าสุดเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูนแล้วกว่า 10 หลัง ระดับน้ำสูง 30 ซ.ม. ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องรีบเก็บของขึ้นที่สูง นอกจากนี้น้ำยังท่วมพืชสวน บ่อเลี้ยงปลาและสัตว์เลี้ยงต่างๆ ได้รับความเสียหาย โดยมวลน้ำไหลมาจาก อ.เฉลิมพระเกียรติอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นพื้นที่เหนือเขื่อนพิมาย

ขณะที่โครงการศูนย์ส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ เขื่อนพิมายยังคงเร่งระบายน้ำภายในเขื่อนพิมายลงสู่ลำน้ำมูน หลังจากปริมาณน้ำเหนือเขื่อนพิมาย มีความจุ 3.6 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 100% ของความจุ จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออก เพื่อเตรียมรับมวลน้ำก้อนใหม่ และเพื่อป้องกันไม่ให้ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมแหล่งเศรษฐกิจใน พื้นที่อ.พิมาย

ร้อยเอ็ดอ่วมน้ำชีเอ่อท่วม 10 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ร้อยเอ็ด ว่าน้ำจากแม่น้ำชีเอ่อท่วมบ้าน คุยขนวน หมู่ 8 ต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด เกือบ 1 สัปดาห์แล้ว โดยบ้าน คุยขนวน หมู่ 8 จำนวน 76 ครัวเรือน บางส่วนอพยพหนีน้ำท่วมสูง 1-1.50 เมตร มาอาศัยกินนอนบนถนนพนังกั้นน้ำของหมู่บ้าน ผู้ประสบอุทกภัยที่ยังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านท่ามกลางน้ำท่วมสูงกว่า 1-1.50 เมตร โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งเป็นห่วงบ้านของตนเอง ถ้าบ้านสองชั้น ก็ยังพออาศัยอยู่ได้ จากการนั่งเรือสำรวจพบน้ำท่วมหมดทั้งหมู่บ้านต้องอาศัยเรือในการเข้าออกหรือเดินลุยน้ำ

นางพัฒรา คำภักดี ผู้ใหญ่บ้านคุยขนวน หมู่ 8 กล่าวว่า น้ำท่วมหมู่บ้านมากว่า 10 วันแล้ว น้ำท่วมบ้าน 76 ครัวเรือน วัด 1 แห่ง รพ.สต. 1 แห่ง พื้นที่ทางการเกษตรเสียหายโดยสิ้นเชิง 100% จำนวน 482 ไร่ ขณะนี้ พี่น้องก็รอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะถุงยังชีพ น้ำดื่ม ยารักษาโรค คาดว่าน้ำจะท่วมอีกนานกว่า 2 เดือนจึง จะลดจากหมู่บ้าน

ด้านพล.ต.ประเสริฐ ข่าทิพย์พาที ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 จัดกำลังพลจากกองร้อยช่วยเหลือประชาชน 1 ชป.พร้อมเรือ และยานพาหนะในการช่วยเหลือร่วมปฏิบัติงานกับราษฎรต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากระดับน้ำแม่น้ำชีในพื้นที่หมู่บ้านสูงขึ้นต่อเนื่อง

อุบลฯขออาหารปรุงเลี้ยงผู้หนีน้ำ
ส่วนที่จ.อุบลฯยังคงถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ น้ำท่วมเป็นวงกว้าง 10 ชุมชน 275 ครอบครัวต้องอพยพ โดยชาวบ้านชุมชนท่ากอไผ่รวมตัวตั้งครัวกลางขึ้นมาทำอาหารเลี้ยงผู้อพยพ เพื่อลดความเดือดร้อน แต่เนื่องจากมีอาหารสดจำนวนน้อย สามารถปรุงเลี้ยงได้เพียง วันละ 1 มื้อ ซึ่งไม่เพียงพอแก่การดำรงชีพ จึงร้องขอผู้มีจิตเป็นกุศลช่วยบริจาค อาหารสด เครื่องปรุง เพื่อนำมาปรุงเลี้ยงช่วยบ้านด้วย รวมทั้งยังขอแพมเพอร์สของผู้ใหญ่และเด็กเล็ก นมใช้เลี้ยงเด็ก เนื่องจากหลายครอบครัวที่มีอาชีพรับจ้างรายวัน เมื่อบ้านถูกน้ำท่วม ไม่สามารถไปทำงานหาเงิน จึงขาดแคลนทั้งอาหารและสิ่งของเครื่องใช้ดูแลผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

สำหรับแนวโน้มแม่น้ำมูนที่จ.อุบลราชธานี ลดระดับลง แต่ยังล้นตลิ่งและน้ำไหลท่วมที่อยู่อาศัยสูงเกือบ 2 เมตร

ฝนถล่มจมพัทยาอีก
เมื่อเวลา 03.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ประกอบกับมีลมกระโชกแรง ส่งผลให้ เกิดมวลน้ำเอ่อขึ้นท่วมขังหลายจุดในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดเดิมที่เคยท่วมอยู่เป็นประจำ ทุกครั้งที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน คือบริเวณบนถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ ถนนสายเลียบหาดพัทยา ถนนสายสามบริเวณแยกเพนียดช้าง หรือแยกมุมอร่อย รวมถึงถนนเส้นเลียบทางรถไฟช่วงซอยเขาตาโลถึงวัดธรรมถึงสามัคคี มีปริมาณน้ำท่วมสูง ตั้งแต่ 30 ซ.ม. ถึงกว่า 1 เมตร ในบางจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

จากปริมาณน้ำที่ไหลเอ่อขึ้นท่วมขังอย่างรวดเร็ว มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมสถานประกอบการที่อยู่ริมทาง เช่นในซอยบัวขาว ริมถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ ถนนสายสามพัทยา รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรผ่าน เส้นทางเหล่านี้ ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยาใช้แผงเหล็กพร้อมเปิดสัญญาณไฟเตือน ห้ามรถที่มีขนาดเล็กผ่านโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเกรงว่าจะเกิดอันตราย

จม‘บางบาล’ – สภาพแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ ต.บางหลวง อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำลงมาท้ายเขื่อน บางจุดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างหนัก เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

เจ้าพระยาเอ่อท่วมอยุธยา
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน 1,800 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นวันที่สามติดต่อกัน ส่งผลทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงแม่น้ำน้อยและคลองสาขาที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ถนนทางเข้าชุมชน สวนกล้วย พืชผลทางการเกษตร ที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ โดยพบว่า ที่ต.บางหลวง อ.บางบาล จ.พระนคร ศรีอยุธยา เป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ติดกับคลองบางหลวงที่รับน้ำมาจากแม่น้ำน้อย ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30-50 ซ.ม. บางจุดท่วมสูงถึง 1 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมสูง ต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกบ้าน หมู่บ้านรวมถึงพืชผลทางเกษตร ที่ปลูกเอาไว้ภายในบริเวณบ้านถูกน้ำท่วมด้วย

นายมนตรี สมาธิ กำนันตำบลบางหลวง เปิดเผยว่า ในพื้นที่มีบ้านเรือนประชาชนอาศัย 290 หลัง ใน 5 หมู่บ้าน ตอนนี้ถูกน้ำท่วมแล้ว 200 หลังคาเรือน สูงต่ำไม่เท่ากัน บางบ้านสูง 50 ซ.ม. โดยได้รับผลกระทบมาประมาณ 1 สัปดาห์ ล่าสุดมาเช้าวันนี้น้ำล้นเข้าท่วมถนนภายในชุมชน เมื่อวานตอนเย็นยังแห้งอยู่ ซึ่งอาจเกิดจากที่หลังมีประกาศระบายน้ำเพิ่มขึ้นติดต่อกัน เทียบกับเมื่อปีที่แล้วช่วงเดือนส.ค. ถูกน้ำท่วมกันอย่างหนักแล้ว แล้วในเดือนต.ค.ระดับน้ำเริ่มลดลง มาปีนี้น้ำเพิ่งจะมาท่วม จนชาวบ้านหลายคนมีความเข้าใจว่าจะแล้งน้ำจะไม่ท่วม จึงมีการปลูกพืชผลทางเกษตร เช่น กล้วยหอม กล้วยน้ำหว้า ยังมีความกังวลว่าถ้ายังมีการระบายน้ำต่อเนื่องน้ำท่วมสูงมากขึ้นจนชาวบ้านบางส่วนอาจจะต้องย้ายมาพักอาศัยอยู่ริมถนน

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสาขา และแม่น้ำน้อยที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น ล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำนอกแนวคั้นน้ำไปแล้วจำนวน 9 อำเภอ 70 ตำบล 11,950 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางซ้าย อำเภอบางปะหัน และอำเภอมหาราช อำเภอบางปะอิน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบน้ำฝนท่วมขัง

อินทร์บุรีเสริมคันดินกั้นน้ำ
จากการที่เขื่อนเจ้าพระยาปล่อยน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาที่ 1,800 ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เป็นวันที่สองแล้วระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นอีกประมาณ 50 ซ.ม. ทำให้ จ.สิงห์บุรีเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว

โดยที่หมู่ที่ 5 ต.อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นมาเสมอแนวถนนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีต้องเสริมคันดินเพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าบ้านเรือนประชาชน

ที่บ้านบางโฉมศรี หมู่ที่ 1 ต.อิชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำเริ่มเข้าท่วมบางจุดที่อยู่ต่ำติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาบ้างแล้ว

เพิ่มศักยภาพ‘บางระกำโมเดล’
นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ติดตามนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ตรวจราชการจ.พิษณุโลกด้วย เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบของจ.พิษณุโลก เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งรองรับสถานการณ์เอลนีโญว่า ขณะนี้กรมชลประทานดำเนินงานในโครงการบางระกำโมเดลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรับน้ำเข้าพื้นที่แล้ว 180,643 ไร่ คิดเป็น 68.16% ปริมาณน้ำ 362.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 90.62% และแผนเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ ทุ่งบางระกำ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักจากเดิม 400 ล้าน ลบ.ม. เป็น 550 ล้าน ลบ.ม. ขยายพื้นที่ดำเนินการจากเดิม 265,000 ไร่ เป็น 382,000 ไร่ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชนในการรับน้ำเข้าทุ่งเก็บไว้ใช้ทำการเกษตร ช่วงหน้าแล้ง หรือส่งเสริมอาชีพอื่นในช่วงระหว่างงานได้ด้วย

นายอนุชากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้เสนอแผนงานโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำทั้งระบบส่งของจังหวัดพิษณุโลกเพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในระยะยาว มีโครงการสำคัญแบ่งเป็นระยะเร่งด่วนปี 2567 ระยะกลางปี 2568-2569 และระยะยาวปี 2570-2573 เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน และลุ่มน้ำสาขา เช่นการก่อสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำน่าน จ.พิษณุโลก โครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำยมฝั่งขวา ในการเก็บกักน้ำ ระบายน้ำ และพัฒนาเป็นพื้นที่ชลประทาน โครงการเพิ่มศักยภาพการส่งน้ำในพื้นที่โครงการบางระกำโมเดล เป็นต้น

นายอนุชากล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในแม่น้ำยมสายหลักในเขต อ.บางระกำ ว่ามี แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ยวันละ 5-10 ซ.ม. ซึ่งกรมชลประทานได้ควบคุมน้ำที่ผ่าน อ.บางระกำ ให้ส่งผลกระทบกับพื้นที่ชุมชนน้อยที่สุด แต่ด้วยปริมาณน้ำจากฝนที่ตกต่อเนื่อง จึงยังมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ต.บางระกำ ต.ท่านางงาม ต.บางระกำเมืองใหม่ ต.ชุมแสงสงคราม ต.วังอิทก ขณะที่แม่น้ำยมสายเก่าในเขต อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ สถานการณ์เฝ้าระวัง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยควบคุมระดับน้ำที่มาจาก จ.สุโขทัย ผ่านคลองเมม-คลองบางแก้ว ไม่ให้เกินศักยภาพ 200-250 ลบ.ม./วินาที ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นย้ำกรมชลประทานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยริมตลิ่งแม่น้ำยมบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

‘สมศักดิ์’ประชุมแก้ปัญหาน้ำ
วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามโครงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย โดยมีนายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าฯสุโขทัย, นายมนู พุกประเสริฐ นายก อบจ.สุโขทัย, นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย, นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง สส.สุโขทัย, น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย

นายสมศักดิ์กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำในจังหวัดสุโขทัยถือเป็นโอกาสดี ที่ตนดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. รวมถึงได้ดูแลกระทรวงคมนาคม ที่จะเชื่อมโยงในเรื่องถนนและสะพาน ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาน้ำในจังหวัดได้ ดังนั้น ตนจึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนในจังหวัด เร่งช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างเต็มที่ รวมถึงเป็นโอกาสดี ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานงานลอยกระทงพระราชทาน ที่จังหวัดสุโขทัย ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ตนจึงอยากให้ทุกภาคส่วนเร่งติดตามโครงการแก้ปัญหาน้ำ เพื่อเตรียมเสนอท่านนายกรัฐมนตรี

“ท่านนายกฯให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำเป็นอย่างมาก ผมเลยขอให้ทางจ.สุโขทัยมาร่วมประชุมกันในวันนี้ เพื่อติดตามโครงการต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ ประตูระบายน้ำ ธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้ง ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันเร่งรัด เพราะการของบประมาณ ต้องใช้เวลา เพราะมีขั้นตอนจำนวนมาก ดังนั้น รอช้าไม่ได้ จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการติดตามโครงการแก้ปัญหาน้ำในจ.สุโขทัย โดยมอบหมายให้ผู้ว่าฯ เป็นประธาน นายกอบจ.สุโขทัย เป็นรองประธาน พร้อมให้ทุกภาคส่วน เป็นกรรมการ เพื่อให้มีความคืบหน้าในแต่ละโครงการ ซึ่งให้รายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน และต้องมีความชัดเจนทุกโครงการ ก่อนที่ท่านนายกฯ จะลง พื้นที่จังหวัดสุโขทัย” รองนายกรัฐมนตรีกล่าว

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องการทำฝายแกนดินซีเมนต์ ตนขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันสำรวจว่าจุดใดควรจะสร้างบ้าง โดยขอให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรับเป็น เจ้าภาพ ซึ่งเราต้องวางแผนให้ดี เพราะขณะนี้ ตั้งงบประมาณ 2,000 ล้านบาทที่จะทำทั่วประเทศ ตนจึงขอให้จ.สุโขทัยเสนอจุดที่ต้องการทำฝายด้วย เช่นเดียวกันธนาคารน้ำใต้ดินที่ขณะนี้ให้จ.ชัยนาทนำร่อง แต่ตน มองว่าจ.สุโขทัยก็สามารถทำได้ จึงขอให้อบจ.สุโขทัยสำรวจว่าตรงไหนสามารถทำได้ จะได้เสนอทำนำร่อง 2 จ.ชัยนาท-สุโขทัย ขณะเดียวกันโครงการปรับปรุงคลองชักน้ำแม่น้ำยมฝั่งขวา ที่ดำเนินการออกแบบเรียบร้อยแล้ว เตรียมเสนอเข้ากนช.วันที่ 26 ต.ค.นี้ ตนอยากให้ตำบลที่ได้รับผลกระทบ ช่วยชี้แจงกับประชาชนว่า ถ้าดำเนินโครงการแล้ว น้ำจะ ไม่เข้าท่วมตัวเมือง โดยโครงการนี้ มีความ คืบหน้าแล้ว 4 ระดับ จาก 6 ระดับ ในการของบประมาณ คาดว่าจะได้งบประมาณในปีงบประมาณ 2568

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน