กอบศักดิ์เชียร์เศรษฐา สร้างไทย-ศูนย์ลงทุน
‘ปวีณา’ ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ร่วมโหวตโพล ชื่นชม ‘เครือมติชน-เดลินิวส์’จับมือกันสำรวจความต้องการของประชาชน ให้ส่งเสียงถึงรัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไรก่อน ชี้การเมือง สังคม และเศรษฐกิจจะต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน ห่วงปัญหายาเสพติดขณะนี้แพร่ระบาดหนัก เด็กวัย 7-8 ขวบก็ติดยาแล้ว แถมถูกพ่อค้ายาเสพติดใช้เป็นไดเร็กต์เซลแพร่กระจายในชุมชน ด้าน ‘ดร.กอบศักดิ์’ แนะแก้เศรษฐกิจ สร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งที่แท้จริง ยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการลงทุน การทำธุรกิจในภูมิภาค ลดอุปสรรคทางกฎหมาย การนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผลิตภัณฑ์ของชุมชนออกสู่ตลาดโลก
เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และอดีตสส.และรัฐมนตรี ได้ร่วมโหวตโพลรัฐบาลเศรษฐา:ควรแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมืองหรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง โดยโหวตโพลผ่านแพลตฟอร์มของสื่อเครือมติชนและเดลินิวส์
นางปวีณากล่าวว่าขอแสดงความชื่นชมหนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด เดลินิวส์ ที่ได้จับมือกันร่วมทำโพล ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่คนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศก็จะได้มีโอกาสเสนอความคิดเห็นให้รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลใหม่เอี่ยมปัญหาตรงนี้ก็จะต้องได้รับการแก้ไขให้ถึงที่สุด เพราะว่าปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะในประเทศไทย และปัญหาโลกเป็นปัญหาใหญ่หลวงยิ่งในขณะนี้ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจและสังคมหรือปัญหาการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยที่รุมเร้า
นางปวีณากล่าวว่าจะทำแต่เศรษฐกิจและไม่ทำสังคมก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจ สังคม การเมืองต้องเดินหน้าพัฒนาควบคู่กันไป การเมืองเป็นเรื่องสำคัญยิ่งทุกอย่างมาจากการเมือง ถ้ามีรัฐบาลที่ดี รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และมีนโยบายปฏิบัติให้บังเกิดผล ก็จะทำให้เศรษฐกิจสังคมดีขึ้นแน่นอนที่สุด ผู้บริหารประเทศมีหลักเป้าหมายที่มีนโยบายชัดเจนในการทุ่มเทฟื้นเศรษฐกิจ และฟื้นฟูสังคมก็จะต้องดูในเรื่องการเมืองก่อน มีเสถียรภาพที่มั่นคง ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพที่มั่นคง รัฐบาลมีเสถียรภาพ ก็สามารถที่จับมือกันได้ ไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ทุกคนก็อยากจะทำงานเพื่อประเทศชาติ อะไรที่เกิดประโยชน์ประเทศชาติก็จับมือกันไว้
“ดิฉันเชื่อว่า ถึงเวลาแล้วที่เราร่วมกันฟื้นเศรษฐกิจในเรื่องสังคมฟื้นการเมืองให้ชัดเจน เพราะปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่า ประเทศไทยเราปัญหาเศรษฐกิจความมั่นคง ความยากจนมันมีมานานและมีโควิด ผ่านโควิดมาเศรษฐกิจก็ไม่ดีเท่าที่ควร คนจนก็คือจนมากๆ เลยในขณะเดียวกันก็ลามไปถึงสังคม เมื่อความยากจนเกิดขึ้นสังคมก็ตกต่ำ สังคมในครอบครัวอ่อนแอมาก บางครอบครัวแทบจะล่มสลายเลย” นางปวีณากล่าว

ปิ๊กโหวต – นางปวีณา หงสกุล ร่วมโหวตโพลมติชน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมทำโพลสะท้อนความคิดเห็นถึงรัฐบาล โดยอยากให้แก้ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองไปพร้อมกัน ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อวันที่ 18 ต.ค.
นางปวีณากล่าวต่อว่ามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รับเรื่องราวร้องทุกข์วันหนึ่ง 40-50 เรื่อง เดือนหนึ่งเป็น 500 เรื่อง ปีหนึ่ง 6-7 พันเรื่อง ปัญหาสังคมมาอันดับหนึ่ง ปัญหาครอบครัว ปัญหาครอบครัวคืออะไร คือความยากจน การแตกแยกกัน เมื่อแตกแยกกันก็มีอะไรที่ตามมาก็คือยาเสพติด ทุกวันนี้ไม่น่าเชื่อทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน และในต่างจังหวัดแม้แต่ในกรุงเทพมหานคร มียาเสพติดเข้าไปแฝงให้เด็กเล็กๆ 7-8 ขวบก็ยังติดยา เสพติด นี่คือประเทศไทยที่เราจะสร้างอนาคตได้อย่างไร ในเมื่อเยาวชนของเรายังติดยาเสพติดแล้ว อนาคตเราจะอยู่ได้อย่างไร ฉะนั้นตนมองหลักสำคัญทำเศรษฐกิจฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมากระตุ้นการส่งออกคือรายได้หลักของประเทศ เพราะประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากมาย ถ้าพัฒนาการท่องเที่ยวแหล่งวัฒนธรรม วัดวาอารามท่องเที่ยวเชิงท้องถิ่น มีความเป็นไทยมากมาย สามารถเอาแหล่งท่องเที่ยวไปโปรโมตการท่องเที่ยว เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทย และเงินก็จะไหลเข้ามามหาศาล
ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวด้วยว่าสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง เรื่องสังคม เรื่องสังคมนั้นเราจะต้องดูด้วยว่า การท่องเที่ยวเราก็จะทำเชิงคุณภาพ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และสังคมของเราขณะนี้น่ากลัวมาก ถ้าเราไม่เอาจริงเอาจังไม่ฟื้นสังคมเราล่มสลายแน่นอน ยาเสพติดเป็นบ่อเกิดตัวเหตุการณ์ล่มสลาย คนรวยรวยไม่กี่คนและถามว่า ขนาดนี้ยังมีขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาแสวงหาประโยชน์ ทำเรื่องยาเสพติดครบวงจรหรือก่ออาชญากรรมข้ามชาติ และการค้ามนุษย์ก็อยากให้รัฐบาลภายในใต้การนำของนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ควรจะทำอันดับหนึ่งคือเรื่องปัญหา ยาเสพติดปราบปรามยาเสพติดให้สิ้นซาก ยาเสพติดไม่ใช่จับปลายเหตุจับมายึดไปเท่านั้นต้องสาวถึงต้นตอใครเป็นหัวขบวนจับให้ได้ และผู้ที่บำบัดผู้ที่ติดยาต้องนำมาบำบัด ไม่ใช่บำบัดแค่เดือนเดียว ต้องไปบำบัดอย่างน้อยหนึ่งปีแล้วให้ฝึกงานและฝึกอาชีพ
“รัฐบาลของนายกฯ เศรษฐา ตอนนี้สามารถเข้ากับทหารได้ ทหารนี่แหละที่จะมีบทบาทสำคัญนำผู้ที่ติดยาเสพติดไปบำบัดเปลี่ยนสภาพจิตใจได้ ปัจจุบันนี้การบำบัด ยาเสพติดล้มเหลวมาก เพราะ 1 เดือนกลับมาแล้ว 3 อาทิตย์ก็กลับแล้วและก็กลับมาอยู่ที่เดิมเข้าวงจรเดิม ดิฉันขอกราบเรียนเลยว่า ยาเสพติดคนที่ติดยาเขาเหมือนไดเร็กต์เซล เป็นเซลส์ให้พ่อค้ายา ขณะเดียวกันก็แจกฟรี ยาเสพติดเม็ด 10 บาทเองให้เด็กเสพยาฟรี พอเด็กเสพติด พอติดเด็กจะต้องขวนขวายหายาเสพขอเงินจากพ่อ แม่ และต้องไปขายยาให้ พ่อค้ายาเขาพยายามให้คนติดยาไปเป็น ไดเร็กต์เซลขายยาให้ได้ 10 เม็ดเขาก็จะได้ยามาเม็ดหนึ่งเป็นการขยายกระจายยาเสพติดเข้าไปในชุมชนอย่างรวดเร็ว รัฐบาลและตำรวจผู้เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที” นางปวีณาระบุ
วันเดียวกัน น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมโหวตโพลมติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.นี้ ผ่านทางออนไลน์ หรือสแกนผ่านคิวอาร์โค้ดทางหนังสือพิมพ์ข่าวสด-มติชน-ประชาชาติธุรกิจ
น.ส.เกณิกากล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านมาร่วมกันโหวตแสดงความเห็น ว่าอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาในเรื่องใดให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยโหวตผ่านทางออนไลน์หรือสแกนคิวอาร์โค้ดทางหนังสือพิมพ์ เชื่อว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อมูลที่ได้จากประชาชนในการทำงาน และขณะนี้รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหาให้ครอบคลุมกับความต้องการของประชาชน พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนช่วยเป็นกำลังใจให้รัฐบาลในการทำงานต่อไป
ด้านดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมโหวตโพล “มติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” โดยดร.กอบศักดิ์มองว่ารัฐบาลนายเศรษฐาควรแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการมุ่งประเด็นต่างๆ ที่จะช่วยสร้างอนาคต สร้างพื้นฐานที่เข้มแข็งที่แท้จริงให้กับประเทศ เช่น การยกระดับให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการลงทุน การทำธุรกิจในภูมิภาค การลดอุปสรรคทางกฎหมาย การนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาระบบน้ำ การนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนออกสู่ตลาดโลกซึ่งทั้งหมดจะช่วยเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน และช่วยแก้ไขปัญหาปากท้องอย่างแท้จริง
“ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนร่วมโหวตผ่านโพลออนไลน์ของ “มติชน X เดลินิวส์ ” เพื่อเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนไปยัง ผู้นำประเทศและผู้บริหารประเทศให้ได้รับรู้รับทราบว่าประชาชนมองเห็นปัญหาอะไร และต้องการให้แก้ปัญหาอะไร เป็นการเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลได้แก้อย่างตรงจุด” ดร.กอบศักดิ์กล่าว
ด้าน “แนน” ทัดดาว นึกแจ้ง นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลเร็ว ปัจจุบันไปเล่นอาชีพกับสโมสรเจที มาร์เวลลัส ในลีกของญี่ปุ่น ก็ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้วเช่นกัน โดย “แนน” ทัดดาว นักตบลูกยางสาวขวัญใจคนไทย วัย 29 ปี กล่าวว่า กิจกรรม “โพลมติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร” เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่ทางเดลินิวส์และมติชน ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทย ได้เสนอความคิดเห็น ผ่านการทำโพล ซึ่งเป็นสะท้อนความต้องการของตนเองไปยังรัฐบาล ที่จะได้นำข้อเสนอและมุมมองของประชาชนไปแก้ปัญหาปากท้อง เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ตนจึงขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำโพลทางออนไลน์กับทางเดลินิวส์กันเยอะๆ ด้วย
ที่ จ.เพชรบูรณ์ นายเทพ เพียมะลัง ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลเศรษฐาควรเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและเรื่องปากท้อง โดยเฉพาะแก้ปัญหาการเกษตร โดยจังหวัดเพชรบูรณ์ส่วนใหญ่เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูงคือการต้นปลูกและหยอดข้าวโพด 2-3 ครั้งสาเหตุคือภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องร้องขอฝนหลวงจาก จ.พิษณุโลกมาทำให้ไม่ทันการณ์ ความจริงจ.เพชรบูรณ์มีสนามบินอยู่ ฉะนั้นหากมีหน่วยฝนหลวงมาตั้งอยู่ และมีงบฯ อุดหนุนอย่างพอเพียง นอกจากความเสียหายไม่เกิดขึ้นแล้วยังทำให้เกษตรกรลดต้นการผลิตได้
นายเทพกล่าวว่า ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันนั้น หากรัฐบาลจะช่วยเหลือเกษตรกรจริงๆ ควรจะมีสวัสดิการช่วยเหลือ อาทิ การให้ส่วนลดทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ โดยเฉพาะค่าน้ำมันแก่เกษตรกร ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนได้ ส่วนที่มาของเงินชดเชยเหล่านี้ควรมีการจัดเก็บภาษีส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเกษตรกรโดยตรง ซึ่งกองทุนอื่นๆ อาทิ กองทุนพลังงานซึ่งมีหลายแสนล้านยังมีได้ ทำไมกองทุนเกษตรกรตรงนี้จะมีโอกาสทำได้เหมือนกัน ซึ่งกองทุนเกษตรกรนั้นมีภาคเกษตร มีโรงงานอุตสาหกรรมการเกษตร มีโรงงานปุ๋ยยาสารเคมี แนวทางคือเราไม่ได้เอาเงินจากรัฐบาล แต่จัดเก็บเงินส่วนหนึ่งเข้ากองทุน เพื่อจะนำเงินจากกองทุนเกษตรกรมาช่วยอุดหนุนเป็นสวัสดิการแก่เกษตรกร
สำหรับโพล “มติชน X เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐา ควรแก้ปัญหาอะไร?” เปิดโหวตเริ่มตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. สามารถโหวตโพลได้ผ่านทาง “คิวอาร์โค้ด” ที่อยู่ในหนังสือพิมพ์ รวมไปถึงโหวตผ่านคิวอาร์โค้ดและลิงก์ในช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก ของสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์