ชวนประชาชนส่งเสียงสะท้อนผ่าน2สื่อใหญ่
สส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านหนุนโหวต โพลมติชนxเดลินิวส์ เชิญชวนประชาชนสะท้อนความต้องการผ่านโพล 2 สื่อใหญ่ไปยังรัฐบาล เพื่อรัฐบาลจะได้ใช้เป็นข้อมูลบริหารประเทศและดูแลประชาชน โดย เชื่อว่าสามารถทำพร้อมกันได้เลยทั้งด้านเศรษฐกิจและแก้ปัญหาปากท้อง ดูแล ค่าครองชีพ
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานความคึกคักของการร่วมกิจกรรมในการโหวต โพลมติชน x เดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร เริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ตุลาคม 2566 โดยระยะเวลาการโหวตใกล้เข้าโค้งสุดท้าย ทางกองบรรณาธิการในเครือมติชนและเดลินิวส์ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาเปิดให้ประชาชนโหวตผ่านทางคิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก
คำถามมี 2 หัวข้อใหญ่ คือ 1.เร่งแก้ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ และ 2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สิน ครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่า น้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ
หลังจากประชาชนโหวตโพลจนครบกำหนดถึงวันที่ 31 ต.ค.แล้ว จะมีกิจกรรมเจาะลึกเรื่องโพลของมติชน-เดลินิวส์ในเดือนพ.ย. โดยเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองมาร่วมวิเคราะห์ผลโพลด้วย

วันเดียวกัน น.ส.ณัฐจิรา อิ่มวิเศษ ส.ส. นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการโหวตโพลมติชน x เดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชนว่า “อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” ว่าจริงๆ นโยบายของพรรค พท.เน้นแก้ปัญหาปากท้องประชาชนก่อน เช่น นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตที่จะไปแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนมาร่วมทำโพลกันว่าควรแก้ปัญหาอะไร เพื่อที่รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
ขณะที่นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการทำโพลมติชน x เดลินิวส์ ที่ร่วมสำรวจความคิดเห็นประชาชน รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ไขปัญหาอะไรก่อนระหว่างเศรษฐกิจหรือการเมืองว่า เรายืนยันทุกครั้ง ว่าปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองแก้ไขพร้อมกันได้ เพราะมีหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบในแต่ละเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจตนก็เห็นด้วยที่ต้องสนับสนุนให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักโดยเร็ว แต่เรื่องการเมืองที่หมักหมมเราก็เห็นด้วยที่ต้องแก้ไขเรื่องการเมืองและสังคม เป็นสิ่งที่สามารถแก้พร้อมกันได้ ไม่มีความจำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
“อยากเชิญชวนประชาชนมาร่วมทำ โพลมติชน x เดลินิวส์ เพื่อยืนยันว่า ปัญหาเรื่องการเมืองและปากท้องสามารถแก้พร้อมกันได้ เราอยากเห็นประเทศไทยที่มีความก้าวหน้ามากขึ้น ประเทศไทยที่มีความปรองดอง ข้ามความขัดแย้งต่างๆ ผ่านการพูดคุยบนโต๊ะเพื่อหาข้อสรุปและแนวทาง เป็นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศ ไทยกลับมาสู่ความปรองดอง และประชา ธิปไตยที่มีความเข้มแข็งมากขึ้น”
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เชิญชวนโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ สอบถามประชาชนว่า อยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไรก่อนระหว่างเศรษฐกิจและการเมือง หากตอบในฐานะนักการเมือง ไม่ควรมีนักการเมืองคนไหนเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะคุณมีเสียงในสภา คุณสามารถทำอะไรหลายๆอย่าง ขับเคลื่อนอะไรหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน ไม่จำเป็นต้องบอกว่า เลือกเรื่องหนึ่ง อีกเลือกหนึ่งยังไม่ทำ ไม่มีเรื่องไหนสำคัญกว่าเรื่องไหน คุณสามารถเลือกทั้ง 2 เรื่องให้สำเร็จไปพร้อมๆ กันได้ อย่าเอาข้ออ้างว่าเรื่องไหนสำคัญกว่าเรื่องไหนมาอ้าง เราสามารถทำได้พร้อมๆ กันทั้ง 2 เรื่อง ถ้ามองถึงในพื้นที่ของตนเอง ต้องการแก้ปัญหาแรงงาน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีคนใช้แรงงานเยอะ ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ รู้สึกว่าค่าครองชีพพุ่งขึ้นสูง แต่ค่าแรงไม่ได้ปรับขึ้นตามไปด้วย 300 ต้นๆ มาเกือบ 10 ปีแล้ว อยากให้ดูเรื่องค่าแรง
“อยากให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตกันอย่างมีศักดิ์ศรีและเท่าเทียมกันไปพร้อมกัน อีกประเด็นที่สำคัญคือหากขนส่งมวลชนสาธารณะดี และเข้าสู่เส้นเลือดฝอยตามชุมชนได้ จะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าเดินทาง หากมีขนส่งมวลชนหลากหลายและมีประสิทธิภาพจะช่วยประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยได้ดียิ่งขึ้น” น.ส.รักชนกกล่าว
ส่วนนายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมทำโพลมติชน x เดลินิวส์ สอบถามประชาชนว่าอยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไรก่อนระหว่างเศรษฐกิจและการเมืองว่า ในส่วนการทำงานของรัฐบาล อย่างที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสภา หลังจากนี้ก็คงจะเป็นกระบวนการของการจัดทำงบประมาณปี 67 ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าพี่น้องประชาชนฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดนี้มากพอสมควร ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดคือเรื่องของปากท้อง เศรษฐกิจ ที่เราต้องยอมรับว่าอยู่ในช่วงของวิกฤตเศรษฐกิจที่คิดว่ารุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ อาจจะยังไม่เห็นผล กระทบ ณ วันนี้ แต่ตนเชื่อว่าปีหน้าเราอาจจะได้เห็นการเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าปีนี้ เพราะฉะนั้นตนก็อยากเห็นรัฐบาลมีการเตรียมตัวรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
นายสรรเพชญกล่าวต่อว่า พี่น้องประชาชนอยากเห็นรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องให้ในหลายๆ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือการลดภาระค่าครองชีพภาคครัวเรือน ลดค่าน้ำมัน ขณะเดียวกันต้องมีการแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนที่กำลังพุ่งสูงขึ้นและสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพราะฉะนั้นตนคิดว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน รวมไปถึงนโยบายที่รัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เพราะถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารายละเอียดของโครงการจะเป็นอย่างไร ตนไม่ได้บอกให้ยกเลิก แต่ถ้ารัฐบาลยืนยันว่าจะทำเงินดิจิทัลต่อไปก็ ขอให้มีการทบทวนหรืออาจจะต้องปรับหลักเกณฑ์ สำคัญที่สุดคือรัฐบาลต้อง ตอบพี่น้องประชาชนให้ได้ว่าเงินดิจิทัล ที่รัฐบาลจะนำมาแจก คือ 1.แหล่งที่มา ของเงิน 2.หลักเกณฑ์ในการแจกต้องแจกทุกคนหรือไม่ และ 3.ทำไมต้องเป็นเงินดิจิทัล ทำไมไม่แจกเป็นเงินสด ซึ่งเป็น สิ่งที่รัฐบาลยังไม่ให้ความชัดเจน
“ผมจึงอยากให้นายกฯ หรือผู้ที่เกี่ยว ข้องออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ต่อ พี่น้องประชาชน เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ รับทราบ เพราะสุดท้ายแล้วการที่รัฐบาลเอาเงินมาแจกได้ก็ขึ้นอยู่กับภาษีของพี่น้องประชาชนและภาระของพี่น้องประชาชนที่จะต้องจ่ายในอนาคต” นายสรรเพชญกล่าว
นายสรรเพชญกล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันการปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปสังคม การทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่ได้ตกลงกันไว้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งตนเชื่อว่าต้องดำเนินควบคู่กันไป ขณะเดียวกันก็อยากเห็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ทำงานร่วมมือกันอย่างเข้มข้น เราสงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วม เพื่อที่จะทำงานร่วมกันในการผลักดันกฎหมายต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และครอบคลุมสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เชื่อว่า พี่น้องประชาชนตั้งความหวังอยากจะให้สภาชุดนี้ได้ช่วยกันแก้ไขและออกกฎหมายดีๆ ที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และ ลดผลกระทบของปัญหาต่างๆ ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ จึงขอฝากประเด็นนี้ให้รัฐบาลได้พิจารณาด้วย
นายสรรเพชญกล่าวว่า ดังนั้น ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ท่านใดมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถที่จะเข้าไปในคิวอาร์โค้ด สแกนเข้าไปแสดงความคิดเห็นทำโพลเพื่อสะท้อนให้กับรัฐบาลและสภา ได้รู้ เพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประชาชนสามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่อรัฐบาลได้
ด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ร่วมทำโพลมติชxเดลินิวส์ สอบถามประชาชนว่าอยากให้รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไรก่อนระหว่างเศรษฐกิจและการเมือง ว่า ขอเรียนเชิญ พี่น้องประชาชนร่วมกิจกรรมโพล โพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ว่าต้องการให้รัฐบาลทำงานสิ่งใดเพื่อประชาชนเป็นลำดับแรกในแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดก็คือเรื่องอะไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้องหรือความเป็นอยู่ ความมั่นคง
ต้องขอขอบคุณเครือมติชนที่ได้จัดทำโพลครั้งนี้ขึ้นมาสะท้อนให้ทางรัฐบาลได้รับทราบถึงความต้องการของพี่น้องประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ทางรัฐบาลจะได้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ตรงความประสงค์ของพี่น้องประชาชน
ที่บูธสำนักพิมพ์มติชน J47 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 28 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายสุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการชื่อดังด้านการต่างประเทศ เชิญชวนประชาชนร่วมกันโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ โดยกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่า ต้องปรับเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่การจะปรับเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจได้ ก็ต้องปรับโครงสร้างรัฐบาล เพราะรัฐบาลเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ มิฉะนั้น การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยไม่ปรับโครงสร้างรัฐบาล หรือปรับตัวบุคลากรทั้งหลาย อาจจะเดินไม่ได้จริง
“ในการปรับโครงสร้างนโยบายความมั่นคงต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ หรือทางการเมือง สุดท้ายก็ต้องปรับที่โครงสร้างรัฐบาล ซึ่งวันนี้หากเราตามดูจากสื่อ หรือสิ่งที่ปรากฏในข้อมูลของมติชนเอง มีข้อ ถกเถียงในเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจ และโครงสร้างรัฐบาล ในตัวบุคคลใน คณะรัฐมนตรีซึ่งก็เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบันในการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ผมเองมีคำถามอยู่เสมอว่า วันนี้ใครออกไปจับจ่ายใช้สอยในตลาดบ้าง คือการใช้ชีวิต ในฐานะคนปกติ ใครที่ไปตลาด ความ ต่อเนื่องอย่างที่เห็นได้ชัด คือสินค้าขึ้นราคา หลายคนพูดว่า การไปรับประทานอาหารในราคาเดิมนั้นไม่อิ่มแล้ว หาก จะอิ่มท้อง ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ต้องรับประทานถึง 2 ชาม โดยพี่ๆ แท็กซี่ก็บ่นถึงการจับจ่ายใช้สอยราคาอาหารที่แพงขึ้นจำนวนมาก ในชีวิตประจำวันก็พบว่าประชาชนพูดถึงเรื่องนี้จำนวนมาก ว่าราคาอาหารขึ้นเยอะ ผมคิดว่าคำตอบที่สำคัญ มันอยู่ที่เศรษฐกิจพื้นฐาน หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจประจำวันของชีวิตประชาชน” นายสุรชาติกล่าว