ไล่วงจรปิดหนีจากรพ. จับสาวเฝ้าไข้-ล่าอีก4
นายกฯ จี้คดี ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ แหกคุก กำชับ บิ๊กต่อ-ผบ.ตร.ตามจับแก๊งพาหนี บิ๊กวี-รมว.ยุติธรรม สั่งอธิบดีดีเอสไอร่วมสอบ ชี้พบพิรุธหลายปม ยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้การนครศรีฯ สั่งชุดสืบสวน เช็กวงจรปิดเส้นทางหนีจากร.พ. พบนาทีกลุ่มชาย-หญิง 4 คนเข้าช่วยเหลือ ผู้การนครศรีฯ ยกทีมประสาน ผบช.ภาค 8 บุกค้นบ้าน 3 ผู้ต้องหาที่พัทลุง ถิ่นอิทธิพลเก่า เสี่ยแป้ง จ่อออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหาร่วมแก๊งพาหนี จับสาวรับจ้างเฝ้าไข้ รับสารภาพ เสี่ยแป้งใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจโซ่ตรวนที่ขาในผ้าห่มแต่ไม่สำเร็จ ก่อนแจ้งผู้คุมขอเปลี่ยนโซ่ให้หลวม ตกดึกใช้กุญแจผีไขจนสำเร็จ มีปืนซุกอยู่ด้วย จ้าง 2 แสน ซื้อบ้านที่ภูเก็ตให้ แต่ก่อนหนีไปให้เพียง 2 พัน ราชทัณฑ์ ตั้งกก.สอบ 3 จนท.ผู้คุม ตั้งรางวัลนำจับ เสี่ยแป้ง 1 แสนบาท
เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” นักโทษที่หลบหนีระหว่างเข้ารักษาตัวที่ ร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มีรางวัลนำจับให้จำนวน 100,000 บาทว่า ได้กำชับให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแลกรมราชทัณฑ์ต้องไปสืบให้ได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการกับผู้มีส่วนร่วมในการพาหลบหนีอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ถ้าทำอย่างนั้นต้องเอาผิดอยู่แล้วโดยไม่ต้องถามถ้าผิดต้องเอาผิดถึงที่สุด เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง
ด้านพล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. จัดกำลังชุดสืบสวนออกหาข่าวการหลบหนีแล้ว เนื่องจากเสี่ยแป้งนั้นถือว่าเป็นกลุ่ม ผู้มีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่จ.พัทลุง จึงมอบหมายให้พ.ต.อ.พงศ์ปณต ที่มีความชำนาญในพื้นที่ และที่ผ่านมามีผลงานปราบปรามกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่มาโดยตลอด คาดว่าน่าจะมีความคืบหน้าเร็วๆนี้
ส่วนพ.ต.อ.พงศ์ปณตกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาในการหลบหนีอย่างแน่นอน ล่าสุดตนรับรายงานว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาไม่ต่ำกว่า 4 นาย ซึ่งจะดำเนินตามกฎหมาย ต่อไปด้วย ส่วนตัวของนายเชาวลิต ผู้ต้องหานั้นจากการประสานงานกับตำรวจของจ.นครศรีธรรมราช และบก.สส.ภาค 8 เชื่อว่าน่าจะยังหลบหนีไปได้ไม่ไกล และน่าเชื่อว่าอาจหลบหนีเข้ามาในเขตอิทธิพลเดิมของตนเองคือในพื้นที่จ.พัทลุง ซึ่งยังมีลูกน้องเก่าคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ด้วย ตนจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนของกก.6 บก.ป.เข้าตรวจสอบเป้าหมายต้องสงสัยหลายจุดในพื้นที่ เพื่อเร่งหาเบาะแสของตัวผู้ต้องหาแล้ว คาดว่าอาจเจอตัวได้เร็วๆ นี้ อีกด้วย
ขณะที่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภาค8 เร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวให้ได้โดยด่วน พร้อมสั่งให้ตำรวจกองปราบปรามเข้าสนับสนุนการปฏิบัติร่วมกับตำรวจพื้นที่
พล.ต.ท.อาชยนกล่าวต่อว่า ขณะนี้ตำรวจมีพยานหลักฐานทราบตัวบุคคลที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ นักโทษชายเชาวลิต ในการหลบหนีแล้ว คาดว่าในวันเดียวกันจะมีการออกหมายจับได้ รวมทั้งการขยายผลเพิ่มเติม หากมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดทุกราย เพราะถือเป็นคดีอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ ผบ.ตร.ได้กำชับไปยังตำรวจฝ่ายปฏิบัติทุกนาย ให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ตามหลักยุทธวิธี คนร้ายถือเป็น ผู้ต้องหาสำคัญ เกี่ยวข้องกับคดีปล้นทรัพย์ คดียาเสพติด มีประวัติโชกโชน เคยยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาแล้ว

สอบเค้น – ตร.คุมตัวสาวรับจ้างเฝ้าไข้ มาสอบปากคำคดีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด (ภาพเล็ก) นักโทษอุกฉกรรจ์หลบหนีออกจาก ร.พ.มหาราช ขณะถูกส่งมาตรวจร่างกายและรักษาฟัน ที่บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 23 ต.ค.
ด้านพล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้ประชุมเร่งรัดคดีกับ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ รองผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.พิศิษฐ์ วิเศษวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช โดยพล.ต.ต.สมชายได้สั่งการให้แต่ละหน่วยดำเนินการเพิ่มเติม ทั้งตรวจสอบและเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในเขต ร.พ.มหาราชฯ โรงแรมพร้อมใจ และเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดในเขตเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งข้อมูลการเยี่ยมผู้ต้องขัง ตรวจสอบและเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในเส้นทางที่ใช้หลบหนี
ต่อมา พล.ต.ต.สมชาย พร้อมกับ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ นำตัว น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม (สงวนนามสกุล) หญิงสาวที่รับจ้างเฝ้าไข้ เสี่ยแป้ง มาให้ปากคำ
จากนั้น พล.ต.ต.สมชายเปิดเผยว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอศาลขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง 3-4 คน ในการช่วยเหลือนายเชาวลิต หลบหนี และอยู่ในระหว่างติดตามตัว ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเอื้อหรือมีส่วนหรือไม่นั้นยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน และเมื่อออกหมายจับแล้วจะส่งหมายไปยังท้องที่ใกล้เคียงที่บุคคลตามหมายจับอาศัยเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดี
พล.ต.ต.สมชายกล่าวต่อว่า นายเชาวลิต นั้นเป็นบุคคลอันตราย หากพบเห็นแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนพฤติการณ์หลบหนี จากการติดตามกล้องวงจรปิดพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องเบื้องต้นรวม 4 คนที่คอยช่วยเหลือในการหลบหนี ใช้รถยนต์อย่างน้อย 2 คัน คือ รถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ทะเบียนจังหวัดพัทลุง ซึ่งทราบแล้วว่าเป็นรถของมารดาหนึ่งในผู้ช่วยเหลือนายเชาวลิต หลบหนี อีกคันเป็นรถอีซูซุสีขาว และยังมีรถเก๋งต้องสงสัยสีดำอีกคัน ซึ่งกำลังตรวจสอบความชัดเจนว่าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสังเกตความหละหลวมของการควบคุมนักโทษรายนี้ ทั้งการเปลี่ยนกุญแจข้อเท้าได้อย่างง่ายดายเป็นการเอื้อต่อการหลบหนีหรือไม่ และยังพบด้วยว่าตลอดเวลาที่นอนอยู่ในหอผู้ป่วย นายเชาวลิตได้รับปืนขนาด 9 ม.ม. จากลูกน้องซ่อนติดตัวอยู่ตลอดเวลาด้วย
พล.ต.ต.สมชายกล่าวถึงผลการสอบสวนว่า น.ส.วิลาวัลย์ ผู้รับจ้างเฝ้าไข้ ให้การเป็นประโยชน์ต่อคดีอย่างมาก โดยเฉพาะขั้นตอนการเข้าถึงตัวเสี่ยแป้งและลูกน้อง โดยมีการนำเอาอาวุธปืน กุญแจไขโซ่ข้อเท้าไว้พร้อม รวมทั้งการจ่ายเงินค่าแรงเฝ้าไข้ ส่วนผู้เกี่ยวข้องมีด้วยกัน 3 คน คือ นายจีรวุฒิ ชุมศรี หรือบอย, นายจักรี แป้นน้อย หรือบิ๊ก และนางยุวเรศ หมื่นรักษ์ หรือหมวย แบ่งหน้าที่กันทำ ส่วน น.ส.วิลาวัลย์ยืนยันว่า นายเชาวลิตได้นำโทรศัพท์มือถือของเธอไปใช้ และประสานงานให้หลบหนี หากสำเร็จจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน 2 แสนบาท และให้บ้านที่ จ.ภูเก็ต อีก 1 หลัง แต่ที่ได้จริงตอนนี้คือเงิน 2 พันบาท ที่นางยุวเรศโอนให้เท่านั้น
พล.ต.ต.สมชายกล่าวว่า น.ส.วิลาวัลย์ ยังให้ข้อมูลสำคัญกับเจ้าหน้าที่ว่า นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง ได้ใช้คีมตัดเหล็กตัดกุญแจ โดยทำในผ้าห่มคืนวันที่ 20 ต.ค. 66 แล้ว 1 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ วันรุ่งขึ้นได้แจ้งผู้คุมขอเปลี่ยนโซ่ปรากฏว่าผู้คุมได้นำโซ่มาเปลี่ยนให้ มีการพันธนาการแบบหลวมมาก จนกระทั่งตอนดึกคืนวันที่ 21 นายจีรวุฒิ หรือปอย ทำทีมาเฝ้าอยู่ด้วย โดยอยู่ปะปนกับญาติคนอื่นๆ แบบเนียนๆ ได้ลงไปรับกุญแจจากนายจักรี หรือบิ๊ก ด้านล่างแล้วนำมาส่งให้ หลังจากนั้นนายเชาวลิตได้ใช้ผ้าห่มคลุมทับไขจนสำเร็จแล้วไปเปลี่ยนผ้าเดินลงไปด้านล่างหนีหายไป ส่วนตนเองนั้นด้วยความตกใจยังอยู่ด้านบนจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ทราบเรื่อง
พล.ต.ต.สมชายกล่าวต่อว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คนที่มารับนายเชาวลิตชื่อ นายเฉลิมพงษ์ อายุ 35 ปี และนายจักรี อายุ 41 ปี โดยนายจักรีนั่งรอในรถ ก่อนที่เสี่ยแป้งจะขึ้นรถกระบะสี่ประตูสีขาว ทะเบียน 8 กจ 3212 กรุงเทพฯ หลบหนีไป โดยส่วนของการหลบหนีนั้น จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบมีรถยนต์ 3 คันคือ รถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว, รถกระบะอีซูชุ สีขาว และรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิคสีดำ
พล.ต.ต.สมชายกล่าวอีกว่า หลังออกจากร.พ. เสี่ยแป้งกับลูกน้องได้ขับมุ่งหน้าเข้าจ.ตรัง และไปที่จ.กระบี่ เพื่อไปหาลูกพี่ แล้วมุ่งหน้าชายแดนประเทศเมียนมา แต่ถูกปฏิเสธให้ผ่านเข้า จึงต้องย้อนกลับมาที่จ.พัทลุง ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อทางครอบครัวของเสี่ยแป้งให้ประสานพามอบตัวโดยเร็ว
สำหรับช่วงเวลาก่อนการหลบหนีนั้น เมื่อวันที่ 20 ต.ค. มีอดีตนักการเมืองจากจ.พัทลุงและตำรวจเดินทางไปเยี่ยมเสี่ยแป้ง หลังจากนั้นเจ้าตัวได้พบแพทย์ เพื่อนัดรักษาทันตกรรม แต่แพทย์ขอเลื่อน จึงแกล้งวูบหมดสติ แล้วนอนรักษาตัวที่ร.พ. โดยวันที่ 22 ต.ค. มีกำหนดการออกจากร.พ. แต่ก็มาหลบหนีออกไปก่อน
ต่อมา พล.ต.ต.สมชายได้เดินทางไปยัง บก.ภ.จว.พัทลุง เข้าประสานงานกับ พล.ต.ต. กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง ติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 รายคือ นายเชาวลิตและผู้ช่วยเหลือที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจ.พัทลุง ขณะที่ พล.ต.ต.กิตติสัณห์ยืนยันว่า นายเชาวลิต คือผู้มีอิทธิพลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีอยู่แล้ว และอยู่ในระหว่างการติดตามตัวที่บ้านของ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งแหล่งอาศัยหลบไปพักพิงจุดไหนเจ้าหน้าที่ต้องเร่งรัดติดตามเนื่องจากเป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก
รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่เป้าหมาย 3 จุดคือ ที่บ้านนายจีรวุฒิ หรือบอย ท้องที่ อ.ควนขนุน, บ้านนายจักรี หรือบิ๊ก และน.ส.หมวย ในพื้นที่ อ.เมือง เพื่อติดตามจับกุมตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ล่าเสี่ยแป้ง – เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านต้องสงสัยหลายจุดที่ จ.พัทลุง ไล่ล่านาย เชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด (รูปเล็ก) นักโทษคดีอุกฉกรรจ์หลบหนีออกจากร.พ. มหาราชนครศรีธรรม ราช ขณะถูกส่งมาตรวจร่างกายและรักษาฟัน เมื่อวันที่ 23 ต.ค.
จากนั้น ที่สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พล.ต.ท.สุรพงษ์ ผบช.ภาค 8 ได้เดินทางมาติดตามคดี โดยพล.ต.ต.สมชาย ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช มารายงานคดี และได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานการสืบสวน ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอยู่ระหว่างการยื่นสำนวนต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อขอหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ นายเฉลิมพงษ์ ฤทธิ์รงค์ ได้เข้าพบกับ พล.ต.ต.สมชาย เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หลังจากตกเป็นข่าวว่า เป็นบุคคลที่พานายเชาวลิตหลบหนี ซึ่งนายเฉลิมพงษ์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง แต่ยอมรับว่ารู้จักกับเสี่ยแป้ง พร้อมนำครอบครัวและพยานมายืนยันว่าในระหว่างเกิดเหตุไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย จากนั้นได้ลงบันทึกประจำวันเพื่อแสดงตัว
นายเฉลิมพงษ์กล่าวยืนยันว่า คืนเกิดเหตุตนได้เดินทางไปเปลี่ยนยางรถยนต์ให้ลูกค้า บริเวณเขาพับผ้า พื้นที่รอยต่อจ.พัทลุง และ จ.ตรัง และไม่ทราบเรื่องเลย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าตนรู้จักกับเสี่ยแป้ง เพราะก่อนหน้านี้เคยไปทำงานให้ที่อู่ซ่อมรถเสี่ยแป้ง แต่หลังจากเสี่ยแป้งติดคุกไม่ได้ไปมาหาสู่กัน อยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับตนเองว่าตามที่มีการนำเสนอข่าวออกไปนั้นไม่ใช่ตน แต่เป็นคนอื่นที่ตนก็รู้จัก แต่ไม่ได้สนิทกัน
ส่วนภรรยานายเฉลิมพงษ์เผยว่า รู้สึกงงเหมือนกันว่าสามีไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อย่างไร เพราะช่วงเกิดเหตุสามียังเดินทางไปซ่อมรถให้ลูกค้านอกสถานที่ โดยมีพยานเพื่อนข้างบ้าน และเจ้าของรถที่ไปซ่อมพร้อมกับภาพกล้องวงจรปิดว่าสามีตนเองไม่ได้ไปช่วยเหลือเสี่ยแป้งตามที่เป็นข่าว
รายงานข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมราชทัณฑ์ได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การนำตัวนายเชาวลิตออกนอกเรือนจำ โดยข้อสังเกตคือผู้รับหน้าที่ดูแลนายเชาวลิต มีอยู่ด้วยกัน 3 คน มี 1 คน ได้แจ้งให้อีก 2 คนไม่ต้องมาเข้าเวรในช่วงกลางวัน แต่ให้มารับเวรช่วงหลังเที่ยงคืน และในช่วงกลางวัน น.ส.วิลาวัลย์ ผู้รับจ้างเฝ้าไข้ยืนยันว่า มีการเปลี่ยนโซ่ข้อเท้าให้นายเชาวลิต หลังจากคืนก่อนหน้านายเชาวลิตได้พยายามตัดโซ่แล้วแต่ไม่สำเร็จ จึงมีการเรียกร้องให้เปลี่ยนเจ้าหน้าที่ กระทั่งช่วงดึกมีการเปลี่ยนเวรใหม่เพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง เหตุการณ์จึงเกิดขึ้น
นอกจากนั้นต้องสอบแพทย์ และผู้เกี่ยวข้องที่ ร.พ.มหาราชฯ ด้วยว่า ในวันที่ 20 ต.ค. เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งเลื่อนนัดไปยังเรือนจำหรือไม่ และหากแจ้งเลื่อนนัดแล้วเหตุใดจึงยังพาตัวนายเชาวลิตออกมาจากเรือนจำได้อีก ใครเป็นผู้สั่งการให้นำออกมา ใครเป็นผู้ควบคุม และก่อนหน้านั้นนายเชาวลิตถูกนำตัวออกมากี่ครั้งแล้ว
ด้านนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ทางกรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ผู้คุมของราชทัณฑ์ 2 คน ที่มีหน้าที่เฝ้าระวังนายเชาวลิต ผู้ต้องโทษชาย ซึ่งเป็นไปตามระเบียบข้าราชการ หากเกิดความผิดพลาดในส่วนใดที่ดูแล้วพบว่าเหตุเหล่านี้ไม่ใช่เหตุปกติ คณะกรรมการจะมีหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าเกิดจากสาเหตุใด เกิดจากความประมาท หรือเกิดจากการประพฤติที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ และผู้ใดที่เกี่ยวข้องด้วยก็จะต้องร่วมรับผิดชอบ ต้องให้เวลาคณะกรรมการได้สืบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อตรวจสอบเบื้องต้นก่อน ทั้งการตรวจสอบจากผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และตรวจสอบจากผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ
นอกจากนี้ หากเจ้าหน้าที่ผู้คุมทั้ง 2 คน มีความเกี่ยวข้อง เป็นตัวการทำให้นักโทษชายหนีไปได้ ต้องถูกดำเนินการทางวินัย รวมทั้งดำเนินการทางอาญาร่วมด้วย
ผู้สื่อข่าวถามถึงช่วงนาทีที่เกิดเหตุ ผู้คุมราชทัณฑ์ 2 คน ไปอยู่ที่ไหน จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้นักโทษชายก่อเหตุ นายสหการณ์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบเช่นเดียวกันว่าทั้ง 2 ผู้คุม ในระหว่างเกิดเหตุนั้น ทั้งคู่ไปอยู่ที่ไหน
ส่วนเรื่องกุญแจที่นักโทษชายใช้ก่อเหตุ นายสหการณ์กล่าวว่า ได้รับรายงานทราบว่า มีการทำกุญแจผีรอไว้ และกุญแจผีนั้นถูกฝากไว้ที่ เจ้าหน้าที่รับจ้างเฝ้าไข้ ซึ่งเป็นลูกจ้างของ โรงพยาบาล และลูกจ้างรายนี้ก็รับหน้าที่ไปเอากุญแจผีที่มีการจ้างช่างทำกุญแจผีข้างนอก อย่างไรก็อยู่ระหว่างรอข้อเท็จจริงจากทาง เจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องไปสอบถามในส่วนของช่างที่รับจ้างทำกุญแจว่ามีการทำกุญแจดอกดังกล่าวจริงหรือไม่ ส่วนเรื่องนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงว่านักโทษชายรายดังกล่าว ใช้กุญแจผีในการ ก่อเหตุ เพราะผู้คุมราชทัณฑ์ทั้ง 2 คน ยังคงมีกุญแจครบอยู่กับตัว ไม่มีกุญแจดอกใดหายไป
เมื่อถามว่าสังคมตั้งข้อสงสัยว่าการเลื่อนนัดของแพทย์นั้น ส่วนใหญ่คนไข้มักจะทราบการแจ้งเลื่อนนัดล่วงหน้า ไม่ใช่ว่าทราบภายหลังจากอยู่ที่โรงพยาบาล นายสหการณ์กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่เช่นเดียวกัน รายละเอียดส่วนนี้ตนยังไม่อยากชี้ชัดอะไร จนกว่าจะได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนในทุกมิติ มิเช่นนั้นข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อนได้
ขณะที่ กรมราชทัณฑ์ ขอความร่วมมือจากญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว หากผู้ใดพบเห็นแจ้งเบาะแสได้ที่ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช 0-7580-3905 หรือ 09-6641-1495 ซึ่ง ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มีรางวัลนำจับให้จำนวน 100,000 บาท
ด้านพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากพบข้อสงสัยแปลกประหลาดในหลายประเด็น ทราบว่าทางกรมราชทัณฑ์ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว คงต้องรอเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลก่อนจะพิจารณาว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร ตนไม่ได้นิ่งนอนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะได้สั่งการตรวจสอบทันที เนื่องจากเป็น ผู้ต้องขังที่โทษสูงและเกี่ยวพันอีกหลายคดี คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในไม่ช้า