เด้งผบ.คุกนครฯ สธ.สอบรพ.ด้วย

เด้งผบ.คุกนครศรีธรรมราช เซ่น ‘แป้ง นาโหนด’ หลบหนี ตั้งกก.สอบ4 จนท.รู้ผลใน 5 วัน ตร.คุมสอบ 2 สาวร่วมแก๊งหลบหนี ระดมล่าทั้งในพื้นที่พัทลุงและสตูล ลือหึ่งพบรถพาหนีจอดท่าเรือที่สตูล สงสัยเผ่นไปมาเลย์ ดีเอสไอ โดดร่วมด้วย เชื่อยังอยู่ในไทย แฉพิรุธเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ‘หมอ ชลน่าน’ สั่งเช็กไทม์ไลน์ร.พ.นครฯ แหล่งข่าวเผยเส้นทางหนี คาดที่สตูลเป็นแผนลวง

คุมสอบเข้ม 2 สาว
เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการติดตามตัวนายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” นักโทษคดีใหญ่หลายคดีในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ถูกศาลตัดสินจำคุก 20 ปี 6 เดือน อยู่ที่เรือนจำความมั่นคงสูงเรือนจำกลาง นครศรีธรรมราช หลบหนีออกจากร.พ.มหาราช นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ ได้จับกุมทีมงานที่ช่วยเหลือเสี่ยแป้ง ได้อีก 1 คนคือ นางยุวเรศ หรือ หมวย ผู้ที่โอนเงินให้ น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม หญิงสาวที่รับจ้างเฝ้าไข้เสี่ยแป้ง ที่ร.พ. โดยจับกุมตัวได้ที่ จ.พัทลุง และถูกควบคุมตัวไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างนั้น นางยุวเรศ ยังปิดปากเงียบไม่ยอมพูดกับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

แก๊งแป้ง – ตำรวจคุมตัวนางยุวเรศ หรือหมวย หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมกันช่วยเหลือ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง (ภาพเล็ก) หนีออกจากร.พ.มหาราชนครศรีธรรมราช มาสอบปากคำหลังจับตัวได้ที่จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 24 ต.ค.

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในคดี ดังกล่าวแล้วรวม 4 ราย คือ “เสี่ยแป้ง”, น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม, นายจีรวุฒิ หรือปอย, นายจักรี หรือบิ๊กและนางยุวเรศ หรือหมวย และสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 2 คนคือ น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม และนางยุวเรศ หรือหมวย เบื้องต้นทั้งคู่ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันกระทำการด้วยประการใดให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาล ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป หลุดพ้นจากการคุมขังไป” การสอบปากคำเบื้องต้น น.ส.วิลาวัลย์ให้การภาคเสธ ส่วนนางยุวเรศ หรือหมวย ยังให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานรัดกุมและมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีทั้ง 2 ได้อย่างแน่นอน

ลือหึ่งเผ่นไปมาเลย์
ส่วนการติดตามไล่ล่านายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากกองกำกับการ 6 กองบังคับการกองปราบปราม ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดคือพัทลุง ตรัง สตูล และพบว่า ขณะนี้นายเชาวลิตมีอาวุธปืนสงครามติดตัว หากเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะมีการยิงต่อสู้ โดยพล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รักษาการผู้ช่วยผบ.ตร.สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด และหากมีการยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่สามารถป้องกันตัวได้ตามสถานการณ์

ล่าสุดมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าภาค 8 ภาค 9 พบรถกระบะ ทะเบียน 8 กจ 9049 พัทลุง คันที่พาเสี่ยแป้งหลบหนีจาก ร.พ.มหาราชฯ ถูกจอดทิ้งไว้ใกล้ท่าเรือแห่งหนึ่ง ในจ.สตูล ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย โดยคาดว่า เสี่ยแป้งพร้อมคนช่วยเหลือ อาจหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

ด้านพล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.สตูล สั่งการให้ตำรวจตั้งจุดสกัดและตำรวจทุกสภ. เจ้าหน้าที่ตำรวจนปพ.สนธิกำลังกับตำรวจสภ.ควนกาหลง ทหารร.5 พัน 2 ตรวจเข้มรถเข้า-ออกทุกคัน พร้อมเน้นรถขาออก เป็นหลัก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่ารถคันดังกล่าวยังไม่ออกนอกพื้นที่จากการที่ติดตามกล้องวงจรปิดพบว่ารถคันดังกล่าวยังวงเวียนอยู่ในพื้นที่ อ.มะนัง และไม่ได้เข้าพื้นที่เขตท่าเรือแนวชายแดน ตามที่เป็นข่าว ซึ่งนอกจากทางบกแล้วเส้นทางทางทะเล เจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดกวดขันบริเวณลำคลองเส้นทางธรรมชาติ ที่ในพื้นที่ต.ตำมะลัง อ.เมือง อ.ท่าแพ คาดว่าอาจจะเป็นช่องทางออกนอกประเทศสู่ประเทศ เพื่อนบ้านได้อีกทางหนึ่ง

ส่วนพ.ต.อ.ธนิสสร แสงท่านั่ง ผกก.ตม.สตูล กล่าวว่า ตม.สตูลเองซึ่งมีด้วยกัน 3 ด่านคือด่านตม.ตำมะลัง ด่านตม.เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเป็นด่านตม.ทางทะเลและด่านทางบกคือด่านตม.วังประจัน อ.ควนโดน ทั้ง 3 ด่านเป็นด่านเขตแดนระหว่างรัฐเปอร์ลิสและรัฐเคดาห์ของประเทศมาเลเซีย โดยทางตม.เข้มงวดกวดขันมาตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา ยืนยันว่า ช่องทางปกติเสี่ยแป้งยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศ แต่เนื่องจากจ.สตูลเองมีรอยต่อแดนทางธรรมชาติยาวถึง 145 ก.ม. ทั้งทางทะเลและทางบก ช่องทางธรรมชาติมีมาก โดยเฉพาะช่องทางทางทะเล ที่มีอยู่ในหลายอำเภอ หากมีการหลบหนีทางเส้นทางธรรมชาติ ทางเราก็ไม่ทราบได้เพราะมีหลายเส้นทาง ตนคิดว่าช่องทางธรรมชาตินั้นทางฝั่งมาเลเซียเองก็มีการเข้มงวดกับการเข้าเมืองแบบผิดกฎหมายมาก

ผกก.ตม.สตูลกล่าวต่อว่า ทางด้านหน่วยงาน อื่นเช่นตำรวจน้ำ ทหาร ศรชลและตำรวจภูธร เราก็ประสานงานด้วยกันตลอด หากมีบุคคลดังกล่าวเล็ดลอดเข้ามาเราก็จะบูรณาการทำงาน ร่วมกัน หลังจากกระแสข่าวเสี่ยแป้งเข้ามาในพื้นที่จ.สตูล ทางจนท.เราไม่ได้นิ่งเฉยพยายามไล่ล่าและเข้มข้นในการตรวจตรารถเข้าพื้นที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับการเข้ามาในพื้นที่ จ.สตูลของเสี่ยแป้งนั้น ผู้ให้การช่วยเหลือคาดว่า เป็นเครือญาติของลูกน้องเก่าซึ่งเป็นซุ้มมือปืนในพื้นที่อ.มะนัง ตอนนี้ทางตร.เองกำลังสืบสวน ไล่ล่าอยู่เช่นกัน

‘ดีเอสไอ’ร่วมล่าเสี่ยแป้ง
วันเดียวกัน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สั่งการให้ดีเอสไอร่วมติดตามผู้ต้องขังหลบหนี ซึ่งพบปัญหาว่าข่าวไปเร็วมาก ทำให้ผู้ต้องหาไหวตัวทัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนักโทษหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ต้องใช้ขั้นตอนขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาหรือไม่ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ต้องหายังไม่ได้หลบหนีออกไป นอกประเทศ และเชื่อว่ากำลังตำรวจที่ไล่ล่าติดตามตัวจะมีข่าวดีในเร็วๆ นี้

“กรณีเสี่ยแป้ง นาโหนด นักโทษหลบหนี รมว.ยุติธรรมให้ความสำคัญและกำชับให้ ดีเอสไอตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ เนื่องจากมีพิรุธหลายจุด ทั้งการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล ที่ปล่อยให้นักโทษจ้างคนภายนอกมาเฝ้าไข้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่ เรือนจำต้องเข้าเวรเฝ้าผู้ต้องขัง 2 คน จึงกลายเป็นประเด็นสงสัยว่า จับตาเฝ้าระวังกันอย่างไร ส่วนกรณีการนำผู้ต้องขังหรือนักโทษรายสำคัญ ออกไปด้านนอกเรือนจำ เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ เป็นความลับ ญาติและคนภายนอกจะรู้ข่าวหรือความเคลื่อนไหวล่วงหน้าไม่ได้ เพื่อป้องกัน การวางแผนแหกหัก หลบหนี แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นคนภายนอกรับรู้ จนมีการว่าจ้าง คนไปเฝ้าไข้ จึงมีพิรุธถึงการปฏิบัติหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย โทษจะร้ายแรงมาก”อธิบดีดีเอสไอกล่าว

ราชทัณฑ์สอบจนท.คุก
ด้าน นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า การสอบข้อเท็จจริงประเด็น การหลบหนี เบื้องต้นได้ตรวจสอบบัญชีเยี่ยมญาติของนายเชาวลิต ซึ่งตามปกติการเยี่ยมญาติต้องแจ้งชื่อก่อนครั้งละไม่เกิน 10 คน ในกรณีนี้พบว่ามีญาติ 2 คนเข้าเยี่ยม คือ เมียและลูก โดยเยี่ยมผ่านทางออนไลน์ ทางราชทัณฑ์ จะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเข้าเยี่ยมทั้งหมด กี่ครั้ง รวมถึงสอบเพื่อนผู้ต้องขังและคนสนิทในเรือนจำด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลในการ หลบหนี นอกจากนี้ ในบัญชีเยี่ยมญาติยังมีชื่อทนายความเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นสิทธิอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นมีการจ้างคนนอกคนเฝ้าไข้นั้น นายณรงค์กล่าวว่า ห้องพักที่ผู้ต้องขังพักรักษาตัว เป็นห้องรวม เนื่องจากโรงพยาบาลแห่งนี้ไม่มีห้องแยก ยืนยันราชทัณฑ์ไม่ได้จ้างคนนอกเฝ้าไข้ แต่มีผู้คุมเฝ้าอยู่ตลอด แต่คนนอกอาจจะอาศัยช่วงเวลาที่ร.พ.เปิดให้ญาติเข้าไปเยี่ยมคนไข้ ในห้อง แอบเข้าไปพบผู้ต้องขัง ซึ่งต้องสอบว่าผู้คุมอนุญาตหรือรู้เห็นหรือไม่

นายณรงค์ยังระบุว่า ในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (25 ต.ค.) คณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว จะมีการลงพื้นที่ ส่วนของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชก็ได้ดำเนินการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ข้อมูลประเด็นต่างๆ จะยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อาทิ ประเด็น การนัดหมายของแพทย์ การเลื่อนนัดหมาย การเปลี่ยนโซ่ตรวน เป็นต้น

ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหา นอกจากนี้จริงๆ แล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่รับหน้าที่ในการเฝ้าไข้นายเชาวลิตมีจำนวน 2 ผลัด คือ ผลัดเช้า 2 ราย และผลัดบ่าย 2 ราย จึงทำให้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้งหมด 4 ราย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีหนึ่งในผู้คุมแจ้งให้ผู้คุมราชทัณฑ์ที่อยู่ผลัดกลางวันไม่ต้องเข้ามาในช่วงกลางวันแต่ให้เข้ามารับหน้าที่ในช่วงกลางคืนแทนนั้นเรื่องนี้ตนยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด แต่แน่นอนว่าผลัดกลางคืนในช่วงเกิดเหตุ มี 2 ผู้คุมราชทัณฑ์ ยืนยันว่าทุกประเด็นอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้ง 4 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องใดหรือมีการเอื้อประโยชน์ต่อการหลบหนีครั้งนี้ของนายเชาวลิตหรือไม่ มีความใกล้ชิดสนิทสนม อย่างไรหรือไม่

เด้งผบ.เรือนจำนครศรีฯ
ต่อมา นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัด กระทรวงยุติธรรม รักษาราชการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า มีคำสั่งให้ นายณรงค์ หนูคง ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มายังกรมราชทัณฑ์ และให้ผู้คุมที่เกี่ยวข้อง อีก 3 ราย ย้ายไปเรือนจำอื่น ในระหว่างที่ดำเนินการสอบสวน ตั้งกรรมการสอบ ข้อเท็จจริง ว่ามีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ หรือเกิดจาก ความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ โดยต้องสอบให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 5 วัน หากภายหลังการสอบสวน สืบสวนเพิ่มเติม พบว่าใครมีส่วน เกี่ยวข้อง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

รมว.สธ.สั่งเช็กไทม์ไลน์รพ.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราต้องไปดูข้อเท็จจริง ไล่ดูไทม์ไลน์เลยว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรอย่างในกรณีนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ 1. ผู้ต้องขัง ถูกส่งตัวมาก่อนเวลานัดหมาย แพทย์นัด บ่ายโมงแต่กลับมาถึงโรงพยาบาลช่วงเช้า อันนี้ยกตัวอย่างว่าจะเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน หรือไม่ 2. แพทย์คนที่นัดหมายมีอาการป่วยขึ้นมา แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็ต้องไปตรวจสอบอีก ว่าป่วยจริงหรือไม่จนเป็นเหตุที่จะต้องให้เลื่อนนัด และเมื่อป่วยแล้วมีแพทย์อีกคนรองรับอยู่ 3. มีข้อเท็จจริงว่าการสื่อสารคลาดเคลื่อน แต่ไม่ได้สื่อสารว่ามีแพทย์อีกคนรองรับอยู่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการเลื่อนนัด ทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในพื้นที่ แต่ก็ต้องไปสอบว่าเป็นจริงตามนี้หรือไม่ เท่าที่ตนได้รับรายงานมาเป็นเช่นนั้น

นพ.ชลน่านกล่าวว่า เอาหลักการคือเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจะตั้งข้อสังเกตว่ามันมีกระบวนการที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวข้องกับการหลบหนีนักโทษหรือไม่นั้น เราก็มีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง ในส่วนคนของเรามีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ หรือเป็นไปโดยธรรมชาติเป็นเหตุบังเอิญ หรือมีส่วนร่วม หรืออยู่ในขบวนการเลย อันนี้จะต้องไปสอบทั้งหมด ซึ่งเราจะทำควบคู่กับหน่วยงานยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ให้ทราบว่า เป็นไปตามข้อสังเกตและข้อสงสัยนั้นหรือไม่ อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบ และประกอบด้วยฝ่ายใดบ้าง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เบื้องต้นเป็นทางจังหวัด และเขต เป็นผู้ดูแลเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ ส่วนกลางจะคอยกำกับและสื่อสาร ถึงความคืบหน้า

ตร.เชื่อเสี่ยแป้งยังอยู่ไทย
ล่าสุดจากหลายข้อมูลที่มีกระแสว่าเสี่ยแป้ง ได้หนีออกไปยังต่างประเทศ โดยข้อมูลของตำรวจสืบสวนภาค 9 เชื่อว่ายังไม่ได้หนีออกไป เป็นแผนลวงของลูกน้องเสี่ยแป้ง เพราะเชื่อว่าฐานเสี่ยแป้ง ญาติพี่น้องที่คอยช่วยเหลืออยู่ในพื้นที่จ.พัทลุง และสตูล ทำให้เสี่ยแป้งมีโอกาส รอดมากกว่า โดยเป้าหมายที่หลบหนีล่าสุดคาดว่ายังอยู่ในพื้นที่อ.มะนัง จ.สตูล เพราะเสี่ยแป้ง อาศัยความคุ้นเคย และเคยชินพื้นที่ดังกล่าวพร้อมกับมีญาติพี่น้องเยอะบริเวณนั้น จึงเชื่อว่า ยังไม่หนีออกต่างประเทศ

ขณะรายงานข่าวแจ้งว่าตำรวจพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์ของกลุ่มผู้ต้องหา เสี่ยแป้ง เป็นรถยนต์เก๋งซีวิค สีดำทะเบียน ขม 1359 สงขลา และรถกระบะสี่ประตู สีขาว ดีแมคซ์ ในพื้นที่ จ.พัทลุง อ.กงหรา และ อ.ศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่กำลังหาข่าวเพิ่มเติมเพื่อไล่ล่ากลุ่มผู้ต้องหา และคาดว่ายังไม่หลบหนี ออกนอกประเทศ

ส่วนรถยนต์มิตซิบิชิ สีขาว 4 ประตู ที่ตรวจพบในพื้นที่จ.สตูลนั้น ล่าสุดตำรวจ มีข้อมูลว่ารถคันดังกล่าวนายจักรี หรือบิ๊ก เป็นคนขับไปยัง จ.สตูล เพื่อล่อลวงเจ้าหน้าที่ว่าเสี่ยแป้งหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เท่านั้น โดยเส้นทางการหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบข้อมูลการใช้รถขับจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช มาทางอ.เชียรใหญ่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และเข้ามาทางบ้านแหลมโตนด อ.ควนขนุน อ.ศรีบรรพต อ.ศรีนครินทร์ ก่อนรถเก๋งและรถกระบะอีซูซุหายบริเวณดังกล่าว ส่วนรถมิตชูบิชิ ไทรทัน ขับต่อไปมุ่งหน้า จ.สตูล ดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน