ส่งเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาล นครชัยทัวร์ให้แก้ราคานํ้ามัน

ประธานสภากทม.ขอบคุณ‘เครือมติชน-เดลินิวส์’จับมือกันทำโพล ชี้เป็นสิ่งดีที่ประชาชนจะได้สะท้อนเสียงถึงรัฐบาล เพื่อนำมาเป็นแนวทางจัดทำเป็นนโยบายบริหารประเทศต่อไป พร้อมรณรงค์ขอให้ ชาวบ้านร่วมโหวตแสดงความคิดเห็นกันมากๆ ด้านบิ๊ก‘นครชัยทัวร์’บริษัทเดินรถโดยสาร ชั้นนำร่วมโหวต‘โพลมติชน-เดลินิวส์’ด้วย หนุนรัฐบาลเดินหน้าแก้เศรษฐกิจปากท้องและเร่งฟื้นฟูส่วนที่ได้รับความเสียหายจาก โควิดระบาดให้กลับฟื้นคืนมาโดยเร็ว แนะปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและสาธารณูปโภคต่างๆ แบบถาวรดีกว่าทำแบบวูบวาบ

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ผู้สื่อข่ารายงานการโหวตโพลมติชนxเดลินิวส์ : รัฐบาลเศรษฐาควร แก้ปัญหาอะไร เริ่มเปิดโหวตเมื่อวันที่ 1-31 ต.ค. โดยกองบรรณาธิการในเครือมติชนและ เดลินิวส์ ได้ประมวลชุดคำถาม รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร? แล้วนำมาเปิดให้ประชาชนโหวต ผ่านทางคิวอาร์โค้ดที่อยู่ในสื่อทั้ง 2 เครือ ทั้งหนังสือพิมพ์ 4 เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, เอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), ยูทูบ, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก

สำหรับคำถามมี 2 หัวข้อใหญ่ คือ 1.เร่งแก้ ปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม ประกอบด้วย 1.1 แก้รัฐธรรมนูญ, 1.2 ปฏิรูปกองทัพ, 1.3 กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น, 1.4 ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, 1.5 รัฐสวัสดิการ และ 1.6 ปัญหาอื่นๆ

2.เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง ประกอบด้วย 2.1 แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท, 2.2 “แก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน-หนี้สาธารณะ, 2.3 แก้ปัญหาการเกษตร, 2.4 เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนปริญญาตรี, 2.5 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าน้ำมัน และ 2.6 ปัญหาอื่นๆ

ทั้งนี้ หลังจากประชาชนโหวตโพลจนครบกำหนด เมื่อถึงวันที่ 31 ต.ค.แล้ว จะมีกิจกรรมเจาะลึกคำตอบในโพลของมติชน-เดลินิวส์ ในเดือนพ.ย.โดยเชิญนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญการเมืองมาร่วมวิเคราะห์ผล

วันเดียวกัน นายวิรัตน์ มีนชัยนันนท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการโหวตโพล มติชนxเดลินิวส์ ร่วมกันทำโพลสอบถามความเห็นประชาชน ว่า “อยากให้ รัฐบาลเศรษฐาแก้ปัญหาอะไร ระหว่างปัญหาการเมือง-ปฏิรูปโครงสร้างสังคม หรือปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง” ว่า ต้องขอขอบคุณเครือมติชนกับเดลินิวส์ที่ได้ร่วมมือกันจัดทำโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ตนถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่ารัฐบาลขณะนี้เป็นรัฐบาลผสม มีหลายนโยบายที่นำเสนอสู่ประชาชนในช่วงของการเลือกตั้ง การที่เป็นรัฐบาลผสมจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือนโยบายของหลายพรรคการเมืองที่นำสู่พี่น้องประชาชนและประชาชนตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองนั้นเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนตั้งแต่สส. กระทั่งมาเป็นรัฐบาล จะได้นำนโยบายต่างๆ มารวบรวมจัดทำเป็นรูปธรรมสู่ประชาชน แต่ข้อเสียคือบางนโยบายที่เป็นนโยบายที่ขัดแย้งกัน หรือไม่เหมือนกันไม่ตรงกัน ก็จะมีปัญหา ดังนั้น การทำโพลจะทำให้ประชาชน ได้แสดงออกและได้แสดงความเห็นให้กับทางรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขอรณรงค์ให้ทุกคน ร่วมกันทำโพลกับเครือมติชนและเดลินิวส์ เพื่อจะได้ให้รัฐบาลนำมาเป็นแนวทางการบริหารประเทศต่อไป

“เรื่องสำคัญที่ควรเร่งแก้ปัญหาคือเรื่องปากท้อง ปัจจุบันประชาชนบ่นเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก ปัญหาภายในไม่สำคัญเท่าปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ยิ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ได้มากเท่าใด การทะเลาะเบาะแว้ง จะกลับมาหันหน้า เข้าหากัน” นายวิรัตน์กล่าว

ด้านน.ส.สุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท กราน-มอนเต้ จำกัด ตัวแทนผู้ทำไร่องุ่นและไวน์ กราน-มอนเต้ เขาใหญ่ กล่าวว่า โพลของมติชนxเดลินิวส์ในหัวข้อ อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาอะไรก่อนกันระหว่างเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจ ตนอยากเห็นรัฐบาลว่าจะทำเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ใช่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

น.ส.สุวิสุทธิ์กล่าวต่อว่า การให้เลือกระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจ อย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะไม่ถูกต้อง การเมืองและเศรษฐกิจคือเรื่องเดียวกัน เรื่องของเศรษฐกิจอยู่ในเรื่องการเมือง การเมืองเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งสองเรื่องควรต้องควบคู่กันไป

“อยากฝากถึงรัฐบาลว่าจะทำอะไร ควรคิดถึงผลประโยชน์ของประชาชนทั้งประเทศ อุตสาหกรรมแอลกอฮอล์รายย่อย และการ ทำธุรกิจของเรา เป็นกลุ่มน้อยที่ไม่ได้รับความสนใจนักจากนโยบายใหญ่ๆ ของรัฐบาล ควรจะมีนโยบายใหญ่ๆ ของรัฐบาลที่ส่งเสริมในธุรกิจนี้ ควรจะมีการควบคุมที่ถูกต้อง เพราะเราประสบปัญหาอยู่เสมอในการควบคุม กฎหมายใหม่มักจะออกมาควบคุมลิดรอนสิทธิ์สิทธิเสรีภาพในการผลิตของผู้ประกอบการ เราอยากส่งเสียงถึงรัฐบาลในฐานะผู้ทำธุรกิจแอลกอฮอล์รายย่อย หวังว่าเขาจะได้ยินและจากผู้ประกอบการรายย่อยหลายๆ คน อยากให้รัฐบาลใช้จินตนาการในการแก้ปัญหา ไม่ต้องยึดติดสิ่งที่ผ่านมา คิดเพื่ออนาคต” ผอ.ฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท กราน-มอนเต้ จำกัด ตัวแทนผู้ทำไร่องุ่นและไวน์กราน-มอนเต้ เขาใหญ่กล่าว

ที่ จ.นครราชสีมา นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด และนครชัย 21 กล่าวว่า เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนปัญหาถึงรัฐบาลและช่วยกระตุ้นให้ประชาชนฉุกคิดถึงสถานการณ์การเมืองไทยกันมากขึ้น ถือเป็นเรื่องดี ตนมองว่าปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง เพราะเกี่ยวข้องกับประชาชนทุกคน ส่วนเรื่องการเมืองเกี่ยวข้องเหมือนกัน แต่จะมีบริบทความเกี่ยวเนื่องมายาวนาน ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเดินหน้าก่อนจึงเป็นเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและการฟื้นฟูส่วนที่ได้รับความเสียหายจากโควิด-19 ระบาด ให้กลับฟื้นคืนมาโดยเร็วนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลผลักดันออกมา อาทิ เรื่องการลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชน เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องมองระบบการคลังของประเทศด้วยว่าจะต้องใช้เงินเท่าไร จะเกิดผลกระทบต่ออะไรบ้าง ถ้าเป็นเรื่องกองทุนที่มีเงินสำรองอยู่แล้ว จะลดราคาหรือหยิบมาใช้ก่อน ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นค่อยเก็บเข้าคืน ก็ช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของ เม็ดเงินในช่วงนี้ได้และเป็นไปตามที่รัฐบาลรับปากเอาไว้ ส่วนการพักหนี้ รัฐบาลชุดก่อนและชุดนี้ทำอยู่แล้วแต่ในมิติที่ต่างกัน

“เรื่องดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทอยากให้รัฐบาลอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้ว่าหลังจาก รับทราบปัญหา ข้อกังวล และข้อติติงจาก ภาคประชาชนและนักวิชาการแล้ว รัฐบาลจะมีคำอธิบายหรือชี้แจงผลกระทบหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นว่าอย่างไร หลังขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตนี้ออกมา จะปรับเปลี่ยนข้อจำกัดหรือทบทวนวิธีการขับเคลื่อนให้เหมาะสม หรือไม่ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ได้มากขึ้นหรือส่งผลกระทบที่น้อยลง” นายชัยวัฒน์ระบุ

รองกรรมการผู้จัดการบริษัท นครชัยทัวร์ฯ กล่าวต่อว่า เรื่องการลดค่าพลังงานต่างๆ เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและผู้ประกอบการ เป็นการแสดงศักยภาพและความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน แต่การปรับลดค่าพลังงานจะส่งผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจ หรือเงินกองทุนต่างๆ ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปดูแลจัดการอย่างเหมาะสม ไม่ควรลดเพื่อให้ได้ราคาต่ำลงให้ประชาชนดีใจ แต่พอถึงช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ก็ควรลดลงได้มากกว่านี้อีก แต่ผลสุดท้ายก็กลับมาเก็บกับกองทุนน้ำมันเพิ่ม จึงเสมือนแค่ยืดเวลา การใช้จ่ายของประชาชนออกไปเท่านั้น จึงไม่ แตกต่างกันเท่าไหร่ ดังนั้นถ้าอยากจะแก้ไขเรื่องนี้จริงๆ ต้องกลับไปดูเรื่องโครงสร้างว่า จะปรับราคาน้ำมัน หรือสาธารณูปโภคต่างๆ แบบถาวร มีความเป็นไปได้หรือไม่ ถ้าสามารถปรับแก้กฎหมายหรือระเบียบต่างๆ ที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ โดยไม่เกิดผล กระทบต่อฐานะทางการเงินของรัฐวิสาหกิจหรือของประเทศ แต่ได้ประโยชน์กับประชาชนจริง จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ถ้ารัฐบาลชี้แจง เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน จะเป็นเรื่องที่ดี

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ไม่ว่าเสียงสะท้อนจากประชาชนทั่วประเทศที่ช่วยกันโหวตผ่านโพล มติชนxเดลินิวส์ ในครั้งนี้ หรือการสอบถามประชาชนโดยตรงผ่านแอพพลิเคชั่น กูเกิ้ลฟอร์ม หรือผ่านทางช่องทางใดก็แล้วแต่ เมื่อมีการสำรวจความคิดเห็นประชาชนขึ้นมาแล้ว ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องดีทั้งนั้น แต่จะสะท้อนถึงรัฐบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะสนใจหยิบไปพิจารณาหรือไม่ ถ้าแต่ละกระทรวงหยิบผลสำรวจเหล่านี้ไปเป็นข้อมูลประกอบการวางแผน ตัดสินใจ และรับทราบความคิดเห็นจากภาคประชาชนและภาคสังคมที่สะท้อนออกมา อยากให้กำลังใจรัฐบาลใหม่ชุดที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียงเดือนกว่า อยากให้กำลังใจทุกด้านที่ดำเนินการอยู่ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำให้ทุกคนทุกภาคส่วนพึงพอใจเท่าเทียมกัน สุดท้ายระยะเวลา 4 ปีที่เข้ามาบริหาร ต้องมาดูกันอีกทีว่าประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมมากน้อยแค่ไหน โครงการต่างๆ เช่น ด้านสาธารณูปโภคมีการเดินหน้ารวดเร็วแค่ไหน มีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาจริงหรือไม่ สถิติการคอร์รัปชั่นลดลงหรือไม่ ภาคการลงทุน การท่องเที่ยว เป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ขับเคลื่อนเป็นห่วงโซ่กันอยู่แล้ว อยากให้กำลังใจรัฐบาลและต้องรอดูผลงานกันต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน