เริ่มใช้แล้ว25ตค.ช่วยบรรเทาโทษในคดีไม่ร้ายแรง

กฎหมาย ‘ปรับเป็นพินัย’ มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 25 ต.ค. ผบ.ตร.ออกคำสั่งถึงรองผบ.ตร. -ผบก. ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด สภาทนายความชี้แจงรายละเอียด พ.ร.บ.นี้ เพื่อช่วยผู้ต้องหาถูกลงโทษปรับไม่ต้องลงประวัติคดีอาญา ไม่ถูกจำคุก เพิ่มทางเลือกถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ สามารถขอจ่ายเป็นงวดๆ ขอลดหย่อนได้ หรือใช้แรงงานทดแทน จ่อปรับกฎหมาย 204 ฉบับเป็นพินัยตามบัญชีแนบท้าย ทั้งจราจร-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์- อุทยานฯ-อาวุธปืน-คุ้มครองแรงงาน-หอการค้า-คุ้มครองผู้บริโภค ให้สอดรับกัน

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มีหนังสือบันทึกข้อความที่ 0011.32/4129 ลงวันที่ 24 ต.ค.2566 เรื่อง แจ้งเวียนคำสั่ง ตร.เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ถึง รอง ผบ.ตร., จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. เพื่อทราบ ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผบก. หรือตำแหน่งเทียบเท่าในสังกัด สง.ผบ.ตร. ใจความว่าด้วย พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2566 เป็นต้นไป และได้กำหนดให้กฎหมายในบัญชี 1 และบัญชี 3 ท้าย พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 25 ต.ค.2566 เป็นต้นไป

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามนัยกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รอบคอบ และสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 จึงให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ตร. เรื่อง แนวทางการดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ตาม QR Code ตามที่ปรากฏท้ายหนังสือนี้ จึงแจ้งมาเพื่อทราบ

ด้านนายวีรศักดิ์ โชติวานิช รองโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า หลักการสำคัญที่มาของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 มาจากการที่เดิมกฎหมายได้กำหนดโทษทางอาญา กรณีผู้กระทำความผิดต้องถูกลงโทษปรับ แต่หากผู้กระทำผิดนั้นไม่สามารถชำระค่าปรับได้ ก็จะถูกนำตัวไปกักขังแทนค่าปรับ หรือเรียกง่ายๆ ว่าหากมีเงินก็ไม่ต้องเข้าคุก นักกฎหมายจึงมีแนวคิดว่า หากโทษปรับสถานเดียวเปลี่ยนให้ไปทำอย่างอื่นแทนตามรัฐธรรมนูญที่กําหนดให้การตรา กฎหมายพึงกําหนดโทษทางอาญาเฉพาะ ความผิดที่ร้ายแรง จึงได้ออกมาเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565 ใช้บังคับเพื่อเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาและโทษปรับทางปกครองมาเป็น “โทษปรับเป็นพินัย”

“ความหมายคือ เงินค่าปรับเป็นพินัยที่ต้องชำระให้แก่รัฐ ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ในมาตรา 3 ความผิดทางพินัย คือการกระทำหรืองดเว้นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และกฎหมายนั้นบัญญัติให้ต้องชำระค่าปรับเป็นพินัย โดยการปรับเป็นพินัยตามกฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญคือให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่บังคับใช้กฎหมายแต่ละฉบับนั้นมีอำนาจหน้าที่ในการออกคำสั่งปรับและจำนวนเงินค่าปรับให้เป็นไปตามที่กฎหมายฉบับนั้นๆ บัญญัติไว้” นายวีรศักดิ์กล่าว

นายวีรศักดิ์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่กระทำผิดแล้วมีฐานะยากจนขัดสนจริงๆ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลขอลดค่าปรับ หรือขอผ่อนชำระเป็นงวดๆ หากไม่มีเงินเลยก็ขอศาลใช้ผู้กระทำผิดแรงงานแทนเงินค่าปรับนั้นได้ แต่ถ้าเกิดไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลจะสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เพื่อชำระค่าปรับเป็นพินัยแทนได้ ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ห้ามให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบันทึกลงในประวัติอาชญากรกับผู้กระความผิดทางพินัย

ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปรับและอยู่ภายใต้การบังคับใช้ของกฎหมายพระราชบัญญัติการปรับเป็นพินัยนั้นเป็นไปตามบัญชีท้ายของ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีบัญชีท้าย 3 บัญชีรวมแล้ว 204 ฉบับ เช่น พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522, พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551, พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522, พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541, พ.ร.บ. หอการค้า พ.ศ.2509, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2522, พ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.กฎหมายยาเสพติด เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำว่า “พินัย” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 มีความหมายว่า “เงินค่าปรับที่จ่ายให้ทางราชการ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน