เศรษฐาชี้ยังไม่สรุปลดกลุ่ม-แจก‘1หมื่น’เพื่อไทยประชุมวันนี้ตั้ง‘อิ๊ง’หัวหน้าพรรค
เพื่อไทยประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าพรรควันนี้ ชู ‘อิ๊ง’ เป็นศูนย์รวมจิตใจ-นำทัพได้ ‘สรวงศ์’ นั่งเลขาฯ ‘เศรษฐา’ ยังอุบปรับเกณฑ์แจก 1 หมื่น คลังโวเสียงตอบรับกระหึ่ม เชียร์ตัดคนรายได้เกิน 5 หมื่นหรือมีบัญชีเงินฝากเกิน 5 แสนบาทออก ป.ป.ช.ตั้ง ‘สุภา’ เป็นประธานจับตาทุจริต ‘ศิริกัญญา’ เตือนถ้าออกพ.ร.ก.กู้เงินมาใช้ในโครงการ เป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองสภาวุ่น ‘ชัยธวัช-ก้าวไกล’ โวยถูกเลื่อนกระทู้ถามสด จงใจให้นายกฯ ไม่ตอบ ด้าน‘เศรษฐา’ลั่นให้เกียรติสภาเสมอ นายกฯไปหนองคายเปิดงานบั้งไฟพญานาคโลก 29 ต.ค.นี้ ต่อด้วยเยือนประเทศลาว
‘เศรษฐา’กั๊กเกณฑ์แจกเงิน 1 หมื่น
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านระบบดิจิทัลวอลเล็ตว่า ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม ส่วนกรณีคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตมีข้อสรุปเกี่ยวกับเกณฑ์ของโครงการ 3 ข้อนั้นตนได้เห็นแล้ว เรารับฟังทุกความคิดเห็น แต่ไม่อยากพูดให้เป็นประเด็นแตกย่อย ไม่อยากให้มาตอบทีละข้อ เพราะจะทำให้เกิดความสับสน ขอให้มีคำตอบทั้งหมดก่อน
ขอยืนยันว่ามีการพูดคุยกันตลอดในเรื่องนี้ และวันเดียวกันนี้จะมีการพูดคุยกับเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และอีกหลายภาคส่วน จึงขอให้คอยอีกนิด ถ้าจะตอบคำถามต้องพูดในองค์รวมทั้งหมดเพื่อจะได้ทราบความต้องการที่แท้จริง รวมถึงผลกระทบด้านงบประมาณและการ กระตุ้นเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการจะทำในแต่ละวิธี นั้นต้องสอบถามประชาชนก่อนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องสอบถามอยู่แล้ว และการลงพื้นที่ก็มีการสอบถาม ที่ผ่านมาตนลงพื้นที่ตลอด เมื่อถามว่าจะตอบสังคมอย่างไรถึงการที่รัฐบาลลดกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับเงินนายกฯ ย้อนว่า “ยังไม่ได้ตอบว่าจะลดอะไร อย่างไร คุณก็ถามแล้ว ผมยังไม่ได้บอกว่าผมจะลด ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ หรือจะเอายังไง ยังไม่ได้บอก เพราะไม่อยากให้เกิดความสับสน ถ้าอยากจะตอบก็ต้องตอบทั้งหมด”
รายงานจากทำเนียบรัฐบาล เผยว่า วันที่ 27 ต.ค. เวลา 06.30 น. นายเศรษฐานิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาทำบุญตักบาตร ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการส่วนตัว โดยเชิญเฉพาะคนใกล้ชิดมาร่วมทำบุญ ไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการ เป็นที่น่าสังเกตว่าการทำบุญครั้งนี้ไม่ใช่การทำบุญใหญ่เหมือนเช่นที่ผ่านมาที่ มักจัดที่ตึกสันติไมตรี หรือตึกภักดีบดินทร์ คาดว่าเป็นการทำบุญก่อนนายเศรษฐาจะพักค้างคืนที่ตึกไทยคู่ฟ้า ตามที่ประกาศไว้
คลังโวเสียงตอบรับกระหึ่ม
ที่กระทรวงการคลัง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตเปิดเผยว่า ได้พบกับนายเศรษฐา ในช่วงตอบกระทู้ที่สภา ได้เดินไปพูดคุย และรายงานความคืบหน้าผลสรุปคณะอนุกรรมการ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ที่กำหนดกรอบการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต นายกฯ เพียงแต่ตบบ่า ให้กำลังใจ ไม่ได้พูดอะไร และยิ้มให้ ซึ่งยอมรับว่า เมื่อเป็นนักการเมือง ย่อมต้องเจอสถานการณ์แบบนี้
ทั้งนี้ หลังที่ประชุมคณะอนุกรรมการมีมติแจกเงินดิจิทัลให้ประชาชน 3 กลุ่ม ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนอย่างมากตลอดช่วงค่ำวานนี้ ยืนยันว่า ไม่หนักใจ เข้าใจ ไม่มีปัญหา เพราะต้องรับฟังเสียงให้รอบด้าน และขอชี้แจงว่าข้อสรุปจากการหารือชั้นคณะอนุกรรมการในการตัดกลุ่มผู้ได้สิทธิ์ ถือว่ายังไม่เป็นที่สิ้นสุด ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่งตามมติคณะอนุกรรมการ ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่มีนายเศรษฐาเป็นประธาน คาดว่าจะมีการประชุมสัปดาห์หน้า
สำหรับทั้ง 3 ทางเลือก คือ 1.ให้สิทธิ์เฉพาะผู้ยากไร้ ราว 15-16 ล้านคน โดยใช้ฐานข้อมูลจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้งบราว 1.5 แสนล้านบาท 2.ตัดกลุ่มผู้มีเงินเดือนเกิน 25,000 บาท และ/หรือ มีบัญชีเงินฝากเกิน 1 แสนบาทออก เหลือผู้ได้สิทธิ์ 43 ล้านคน ใช้งบราว 4.3 แสนล้านบาท และ 3.ตัดกลุ่มผู้มีเงินเดือนเกิน 50,000 บาท และ/หรือ มีบัญชีเงินฝากเกิน 5 แสนบาทออก เหลือผู้ได้สิทธิ์ 49 ล้านคน ใช้งบราว 4.9 แสนล้านบาท
เล็งตัดคนรายได้เกิน 5 หมื่นออก
การคัดกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์ เป็นการมองปัญหาที่แตกต่างกันของคณะอนุกรรมการ โดยฝั่งรัฐบาลมองว่า มีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากยังโตไม่เต็มศักยภาพ ประชาชนยังมีความเดือดร้อน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสศช.มองว่าควรดูแลเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจและการบริโภคฟื้นตัวแล้ว ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ไม่เห็นด้วยที่จะดูแลเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่เห็นว่าควรตัดกลุ่ม ผู้มีรายได้ ที่ได้เงินไปแล้ว แต่ไม่เกิดการ ใช้จ่าย ดังนั้น ทางเลือกที่มีรายได้เกิน 50,000 บาท และ/หรือ มีบัญชีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท น่าจะมีความเหมาะสมที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ได้ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้หรือไม่ เป็นการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าเปลี่ยนเป็นการบรรเทากลุ่มเปราะบาง ยืนยันว่า เป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนกรอบการทำงานจะมากน้อย ถ้าบรรลุวัตถุประสงค์ กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็เป็นเรื่อง ที่รับได้
“เราพูดคุยกันมาหลายครั้งว่า หากจำเป็นต้องตัดคนรวยก็ต้องหาข้อตกลงที่มีความเหมาะสม ชี้วัดได้ ให้ไปพิจารณาจากถือครองที่ดิน หรือวัดจากสินทรัพย์ ก็เป็นเรื่องยาก หลังจากที่คณะอนุกรรมการมีมติออกมา ก็ดี อย่างเมื่อคืนมีเสียงตอบรับจากประชาชน ดังมาก เดิมที่มีแต่ความเห็นจากนักวิชาการ และประชาชนบางส่วนจากการลงพื้นที่ ไม่แน่ใจว่าประชาชนต้องการเงิน 10,000 บาทหรือไม่ แต่เมื่อวานเสียงดังมาก เห็นชัด ว่าประชาชนส่วนใหญ่รอนโยบายนี้” นายจุลพันธ์กล่าว
‘สมศักดิ์’ยันไม่ฉุดเครดิตพท.
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีหากมีการปรับเกณฑ์การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ในทางการเมืองจะเกิดผลกระทบให้พรรคเพื่อไทยเสียหายหรือไม่ว่า ไม่เสียหาย ปรับไปตามเสียงเรียกร้อง เพราะถ้าปรับให้เป็นไปตามคำเรียกร้องของเสียงส่วนใหญ่ และถูกต้อง เป็นเรื่องที่ดีกว่าที่ไม่ทำอะไร หรือดื้อดึงไปก็ไม่มีประโยชน์
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากเดิมที่จ่ายถ้วนหน้าให้ ผู้มีอายุ 16 ปี ขึ้นไป แต่มาปรับหลักเกณฑ์ จะทำให้คนที่ไม่ได้เสียความรู้สึกกับนโยบายของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงไม่เสียความรู้สึก เพราะถ้าบอกว่าเป็นคนรวยเขาก็ไม่อยากรับ และอย่างที่นายกฯ พูดไว้ว่าตัดเกรดตรงไหนว่าเป็นคนรวย ต่อข้อถามว่าจะเสียเครดิตของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่ได้หาเสียงไว้แต่ทำไม่ได้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ ทำได้ แต่บางคนเขาไม่ประสงค์จะรับ หรือประสงค์จะรับก็แตกต่างกันไปในประเด็นปลีกย่อย แต่ประเด็นหลักทำได้ อย่างนี้ก็เก่งมาก
ต่อข้อถามว่ากรณีนี้เป็นการปรับกลุ่มเป้าหมายจะทำให้คนบางกลุ่มไม่ได้รับ นายสมศักดิ์กล่าวว่า อันนี้ก็พูดกันไป ให้คนอื่นเขาพูดกันไป ตนพูดในหลักการ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่ากลุ่มคนยากไร้เป็นกลุ่มคนที่เหมาะสมรับมากที่สุดหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนไม่ตอบคำถามนี้ ให้ผู้รับผิดชอบเขาตอบโดยตรง เพียงแต่บางคนที่ไม่อยากใช้ก็ถือเป็นสิทธิของแต่ละคน เราจะไปว่าอะไรได้ เมื่อถามว่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า “ไม่มีผลครับ ไม่มีผล”
‘ไหม’เตือนออกพรก.กู้-ฆ่าตัวตาย
ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีกระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อาจไม่ได้ครบทุกคนว่า คิดว่าปัญหาสำคัญที่จำเป็นต้องปรับหลักเกณฑ์ที่คัดกรองคนรวยออก ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลน่าจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ในโครงการอย่างแน่นอน ยังมีข้อเสนอว่าจะใช้งบผูกพันปีละ 1 แสนล้านบาท เป็นเวลา 4 ปี ยิ่งชัดเจนว่าหลังจากคำนวณแล้ว แสดงว่างบ ปี 67 มีให้ทำโครงการเพียงแค่ 1 แสนล้านบาทเท่านั้น หากต้องผูกพันไป 4 ปี จะมีร้านค้าบางส่วนที่จะไม่ได้เงินสดในทันที แต่ต้องรอแลกเป็นรายรอบปีงบประมาณ ทำให้ร้านค้าจะไม่เข้าร่วมโครงการ ตอกย้ำสิ่งที่ตนเคยพูดว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตมาถึงทางตันแล้ว
หากใช้เกณฑ์ตัดกลุ่มเงินเดือนเกิน 25,000 บาท จะลดลงไปแค่ 13 ล้านคน หากใช้เกณฑ์ที่สอง เงินเดือนเกิน 50,000 บาท จะลดไปแค่ 7 ล้านคน การปรับหลักเกณฑ์เหล่านี้อาจไม่ช่วยอะไรมากนักในแง่ประหยัดงบประมาณลง แต่ถ้าใช้เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการเปลี่ยนรูปแบบ วัตถุประสงค์และผลที่จะได้รับอย่างชัดเจน ก็ต้องทบทวน เข้าใจดีว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ แต่ถ้าบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าติดปัญหาเรื่องอะไร คิดว่าประชาชนจะเข้าใจได้ว่ารัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วที่จะทำโครงการนี้ แต่มีอุปสรรคชิ้นใหญ่คืองบประมาณ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรหากรัฐบาลเลือกออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงินฉุกเฉิน เป็นหนทางสุดท้าย น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ในทางเทคนิคการออกพ.ร.ก.เงินกู้เหมือนช่วงวิกฤตโควิด ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินนั้นเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนพ.ร.ก.จะออกได้เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น ก็ต้องถามสำนักบริหารหนี้ ส.บ.น.ว่าจะยอมกู้ให้หรือไม่กรณีที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน และเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญ แต่ในทางการเมืองต้องยอมรับว่าการออกพ.ร.ก.เงินกู้ขณะนี้ ที่ไม่ได้เผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหนักขนาดนั้นก็ต้องเจอแรงต้านมหาศาลแน่นอน “เตือนไว้ว่าถ้าออกเป็นพ.ร.ก.เงินกู้เมื่อไร อาจเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองได้”
‘กรณ์’ขอคิดให้ดี-แบกดบ.สูง
นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อใครเข้ามาเป็นรัฐมนตรีคลัง จะมีเจ้าหน้าที่การตลาดของวาณิชธนกิจจากต่างประเทศ เช่น JPMorgan Goldman Sachs หรือ UBS ขอคิวเข้าพบ และหนึ่งบริการที่เขาจะพยายามเสนอขายคือ “การออกพันธบัตรดอลลาร์” พูดให้คนไทยเข้าใจง่ายๆ คือ เสนอให้รัฐบาลกู้เงินต่างประเทศนั่นเอง ซึ่งวันนี้ตนเห็นรัฐบาลออกมาแสดงเจตจำนงจะออกพันธบัตรกู้เงินสกุลดอลลาร์ พร้อมคำอธิบายว่าเพื่อเป็นการเปิดตลาดและเพื่อสร้างราคาอ้างอิง (benchmark) นั่นคือคำอธิบายที่พนักงานมาร์เก็ตติ้งธนาคารมักจะใช้ในการขายบริการนี้ ดังนั้น คาดว่าครั้งนี้ก็ไม่ต่าง
แต่ก่อนที่รัฐบาลจะคล้อยตาม ผมขอให้ไตร่ตรองให้ดี เพราะจังหวะเวลานี้ ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมเลยที่ไทยจะออกไปกู้เงินต่างประเทศในลักษณะแบบนี้ หากเป็นสองปีก่อน หรือแม้แต่ปีที่แล้ว ในช่วงก่อนที่ดอกเบี้ยจะขึ้น และในช่วงที่สภาพคล่องมีล้นเหลือยังพอว่า แต่วันนี้หากรัฐบาลไทยออกพันธบัตรกู้เงินสกุลดอลลาร์ น่าจะต้องมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยรัฐบาลอเมริกาอยู่ประมาณ 1% คือเท่ากับเราต้องจ่ายดอกเบี้ย 6% ขึ้นไป พร้อมกับการรับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเทียบกับการกู้เงินบาทโดยรัฐบาลในอัตราดอกเบี้ย 3.3% แพงกว่ากันประมาณ 2 เท่า
ช่วงนี้ตลาดพันธบัตรผันผวนสูง และต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลไทยไม่ได้กู้เงินต่างประเทศแบบนี้มาตั้งแต่ยุควิกฤตต้มยำกุ้ง ดังนั้น เรื่องนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อน เราต้องออกไปเปิดตัวในจังหวะที่ดี ทั้งในแง่สภาวะตลาดและในแง่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของเรา ยิ่งถ้ามีการโยงว่า รัฐบาลไทยออกพันธบัตรกู้เงินต่างประเทศครั้งแรกในรอบ 25 ปี เพื่อนำไปแจกเงินโครงการประชานิยม อันนี้ไม่ดีแน่นอน
ปปช.ตั้ง‘สุภา’ปธ.จับตาทุจริต
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช.ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ตตามที่คณะกรรมการเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริตเสนอ ซึ่งมี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นรองประธาน ขณะที่กรรมการ ได้แก่ นายมนตรี โสคติยานุรักษ์, นางสิริลักษณา คอมันตร์, นางอัจนา ไวความดี, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ
ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือผู้แทน, อัยการสูงสุด หรือผู้แทน, เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือผู้แทน, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือผู้แทน, เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้แทน, ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน, เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย หรือผู้แทน, ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ หรือผู้แทน, ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์, นายภูมิศิริ ดำรงวุฒิ, น.ส.ภาณี เอี้ยวสกุล, นายสุทธินันท์ สาริมาน, เลขาธิการ ป.ป.ช., รองเลขาธิการ
‘ชัยธวัช’โวย‘นิด’ชิ่งกระทู้ก.ก.
เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา เป็นประธาน พิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา 3 เรื่อง 1.การบริหารงานตำรวจ 2.การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า และ 3.กระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดีทางการเมือง ของนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถามนายกฯ แต่นายกฯ มอบหมาย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ตอบแทน
นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อเช้าไปแจ้งประธานเรื่องกระทู้ถามสด ทราบว่าสมาชิกอีก 2 คนประสงค์จะตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯ เช่นกัน แต่ไม่ทราบว่านายกฯ จะตอบกระทู้ 2 คน แต่ไม่ตอบตน เมื่อวันที่ 25 ต.ค.พรรคร่วมรัฐบาลพยายามถามว่าตนจะถามเรื่องอะไรดิจิทัลวอลเล็ตหรือไม่ บอกไปไม่ถามเพราะมีคนถามเยอะแล้ว ตอนเย็นนายกฯ ให้สัมภาษณ์มาตอบกระทู้ในสภาแน่ ไม่หนีสภา “ผมยอมถามนายกฯ เป็นลำดับสุดท้ายก็ได้ แต่เมื่อกี้ นายกฯ มาแจ้งว่าไม่ประสงค์จะตอบผม มอบหมายรมว.ยุติธรรม จะตอบแทนได้หรือเพราะผมจะถามนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ(ก.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลว่ามีนโยบายเรื่องคดีการเมืองอย่างไร ฉะนั้นผมจะนั่งรอนายกฯ มาตอบอีก 2 กระทู้สด และอยากทราบว่าท่านพอจะมีเวลาตอบกระทู้สดของผมหรือไม่”
ด้านพ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่า ได้รับมอบหมายจากนายกฯ เมื่อเช้า มาตรา 158 เขียนถึงหน้าที่รมว.มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้น ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ตนจะชี้แจงตามความเป็นจริงเพื่อให้ได้รับความเข้าใจ
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุชัดว่านายกฯ หรือรัฐมนตรีต้องมาตอบกระทู้ด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ โดยแจ้งเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อน “กรณีมอบหมายแบบฉับพลันอย่างนี้ นายกฯ แจ้งเป็นหนังสือต่อประธานสภาก่อนถึงระเบียบ วาระหรือไม่ ถ้าใช่ ประธานช่วยอ่านหนังสือ ดังกล่าวด้วย และช่วยตอบด้วยว่าลงเวลาและวันที่เท่าไร”
ประท้วงวุ่น-เพื่อไทยชักแถวป้อง
นายพิเชษฐ์ชี้แจงว่า นายกฯ มีหนังสือขอเลื่อนตอบกระทู้มายังสภาแล้ว และมอบหมาย รมว.ยุติธรรม ตอบแทน ลงวันที่ 26 ต.ค. เวลา 08.30 น. พร้อมชี้แจงที่เลื่อนกระทู้นายชัยธวัชมาลำดับแรกว่า ตอนผู้ถามกระทู้ประชุมกับเจ้าหน้าที่รับปากนายชัยธวัชให้กระทู้อยู่ลำดับ 3 แต่การจัดลำดับขึ้นอยู่กับผู้ตอบพร้อม หรือมาถึงรัฐสภาหรือไม่ ผู้ถามพร้อมหรือไม่ ซึ่งนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ที่จะตั้งกระทู้ถามสดถามนายกฯ เช่นกัน แจ้งว่าอยู่ระหว่างเดินทางจากราชบุรี การเรียงลำดับจึงขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ “หากนายชัยธวัชไม่ถามตามข้อบังคับที่ 155 กระทู้ถามนั้นต้องตกไป แล้วจะเป็นกระทู้ถามที่ 2 ทันที แต่ถ้าจะถามกระทู้สดข้อต่อมา ถ้านายกฯ มาตอบ แล้วมีเวลา อาจย้อนมาตอบกระทู้สดข้อ 1 ได้”
นายวิโรจน์แย้งว่า เมื่อนายกฯ ไม่แจ้งเหตุผลการไม่มาตอบกระทู้ ไม่พบมีเหตุจำเป็นโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถือว่านายกฯ ทำผิดข้อบังคับ 151 จะปล่อยให้ทำผิด ต่อหน้าสส.ไม่ได้
ด้านนายพิเชษฐ์แจ้งอีกว่า ขอวินิจฉัยว่า นายกฯ ดำเนินการทุกอย่างถูกต้องตามข้อบังคับ แต่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล แย้งว่า คำวินิจฉัยไม่สอดคล้องข้อบังคับข้อ 151
นายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า ถ้าคิดว่าตนทำไม่ถูกก็ขอให้ดำเนินการไป และพยายามตัดบทให้ประชุมต่อ ทำให้บรรยากาศเริ่มวุ่นวาย สส.ทั้งสองฝ่ายยกมือประท้วงตอบโต้กันไปมาอยู่หลายนาที โดยเฉพาะสส.พรรคเพื่อไทย ที่พยายามปกป้องนายกฯ ด้านนายพิเชษฐ์พยายามสอบถามนายชัยธวัชจะถามกระทู้หรือไม่ แต่ถูกประท้วงตลอด หลังถกเถียงกันร่วม 30 นาที นายชัยธวัชจึงแจ้งว่าไม่ประสงค์ถามกระทู้แล้ว

ตอบกระทู้ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มั่นใจประเทศได้ประโยชน์จากการเดินทางไปเยือนต่างประเทศ และหากไม่ติดภารกิจจำเป็นจะมาตอบกระทู้ ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 26 ต.ค.
‘เศรษฐา’ตอบของรทสช.
จากนั้นเข้าสู่กระทู้ถามสดข้อ 2 ที่นาย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ สอบถามภารกิจการเดินทางไปเยือนต่างประเทศของนายกฯ ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรบ้าง
ระหว่างนั้นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย รมช.คลัง แจ้งว่า นายกฯ ใกล้ถึงสภาแล้ว และอีกไม่ถึง 5 นาที นายกฯ ได้เดินเข้ามาในห้องประชุมสภา ซึ่งเป็นการมาชี้แจงกระทู้สดในสภาครั้งแรก ขณะที่นายอัครเดชกล่าวชื่นชมนายกฯ อยู่เป็นระยะ ทั้งการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่ถูกต้องรวดเร็ว
นายเศรษฐาชี้แจงว่า ยืนยันตนให้เกียรติสภาเสมอ หากไม่ติดภารกิจจำเป็นจะพยายามมาตอบกระทู้ข้อสงสัย ส่วนภารกิจการเดินทางไปต่างประเทศที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกงมีการเชื้อเชิญมาลงทุนในไทยพบปะกันด้วยบรรยากาศที่ดี จากนั้นไปบรูไนพบปะกับสมเด็จพระราชาธิบดีบรูไนในแง่การค้าขาย ทั้งเรื่องการส่งสินค้าเกษตร เรื่องกองทุนความมั่นคงทางอาหารที่เขาอยากมาลงทุน ส่วนที่มาเลเซียหารือเรื่องการค้าชายแดน ที่สิงคโปร์หารือหลายเรื่อง โดยเฉพาะด้านการค้าขายในอนาคต ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การเจรจาเปิดประตูการค้าทางการเกษตร ส่วนที่ซาอุดีอาระเบียมีการพูดคุยเรื่องค้าขายมากขึ้น การให้ทางซาอุฯ ช่วยเจรจาช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ให้กลับมาด้วยความปลอดภัย
แจงปชป.ปิดเว็บพนันได้ 70 เว็บ
เวลา 11.58 น. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถามกระทู้นายกฯ เรื่องปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ปัญหาพนันออนไลน์ การหลอกขายของออนไลน์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้าอาวุธปืนเถื่อน การปล่อยเงินกู้ออนไลน์ แล้วทราบหรือไม่ว่าใน 1 ปีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนคดีออนไลน์ถึง 336,896 เรื่อง และคดีที่ได้รับร้องเรียนมากคือคดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่เป็นธรรม ซึ่งรวมความเสียหายทั้งหมดกว่า 45,000 ล้านบาท ถามว่าเราจะอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการแก้ไขอะไรเลยหรือ
สิ่งที่น่าเสียใจคือเรามีนายกฯ ที่เสมือนไกด์ทัวร์ศูนย์เหรียญ เดินทางไปดูงานทุกที่ และท่านไปหลายประเทศสิ่งที่เป็นผลงานชัดเจน คือวันนี้ท่านบอกว่าใส่ถุงเท้าสีอะไร และการที่ท่านได้พาภรรยาและลูกสาวท่านไปสหรัฐ เพราะประเทศที่นายกฯ ไปมานั้นตนมองว่าเรายังไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการไปเลย จึงจะขอเป็นตัวแทนประชาชนบอกกับนายกฯ ว่า อยู่ประเทศเยอะๆ แล้วแก้ปัญหาในประเทศให้เรียบร้อย
นายเศรษฐาชี้แจงว่า เรื่องการเดินทางไปต่างประเทศดอกผลบางเรื่องก็เห็นผลทันที บางเรื่องต้องรอผล จึงหวังว่าการเดินทางไปต่างประเทศจะเป็นประโยชน์ และคำที่ให้อยู่ประเทศเยอะๆ ก็จะรับฟัง แต่จะไม่ลืมการไปเชื้อเชิญต่างชาติมาลงทุน รัฐบาลยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเว็บพนัน หรือธุรกิจสีเทาที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวเลขสถิติคดีออนไลน์ที่ถูกนำเสนอนั้นต้องขอความเห็นใจรัฐบาลด้วยที่เข้ามาบริหารจัดการได้เพียง 7 สัปดาห์ ปัญหาเหล่านี้คาราคาซังมาหลายรัฐบาลแล้ว แต่ขอยืนยันถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่มีความประสงค์ที่จะให้ธุรกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น หลังจากที่เราเข้ามา บริหารประเทศ สามารถปิดเว็บพนันจากเดิม 6 เว็บ เพิ่มเป็นเกือบ 70 เว็บต่อวัน สำหรับมาตรการในระยะยาวจะมีการแก้กฎหมายเพื่อจะได้มีการแก้ไขอย่างยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ ชี้แจงเรียบร้อย และกำลังเตรียมเดินออกจากห้องประชุมสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคก้าวไกล หารือว่า “ไหนๆ นายกฯ อุตส่าห์มา ไหนๆ ก็มาแล้ว อยากให้ช่วยตอบคำถามของหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพราะเป็นการประชุมสภาครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมนี้แล้ว นายกฯ มาแล้วอย่าหันหลังให้สภา ขอโอกาสพรรคได้ถามด้วย”
นายพิเชษฐ์ชี้แจงว่า กระทู้ของนายชัยธวัชตกไปแล้ว ไม่เป็นไร โอกาสหน้ามีใหม่
‘ชลน่าน’ชี้‘อิ๊ง’เป็นศูนย์รวมพท.
ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เพื่อไทย เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหาร พรรค (กก.บห.) ชุดใหม่วันที่ 27 ต.ค.ว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ต้องรอวันที่ 27 ต.ค.
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อยากฝากอะไรถึงหัวหน้าพรรคคนใหม่หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า การทำหน้าที่ของหัวหน้าพรรคต้องมุ่งไปที่ประชาชนว่าจะมอบอำนาจให้พรรคได้หรือไม่ อย่างไร มากน้อยขนาดไหน สำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วม พรรคจะ เป็นพรรคของพี่น้องประชาชนได้พี่น้องประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาเป็นสมาชิก เป็นผู้สนับสนุนโดยไม่เป็นสมาชิก หรือเป็นผู้สมัครรับ เลือกตั้ง กก.บห. ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากหัวหน้าพรรคเป็นน.ส.แพทองธาร จะนำพรรคเพื่อไทยฟันฝ่าอุปสรรคทางการเมืองได้ตลอด 4 ปีเลย หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า เราคาดหวัง เช่นนั้น และเชื่อมั่นว่าจะเป็นไปตามนั้น เพราะ น.ส.แพทองธาร เท่าที่ทำงานทางการเมืองมาเป็นคนมีความมุ่งมั่น มีคุณสมบัติ มีความพร้อม ที่สำคัญคือน.ส.แพทองธาร จะเป็นศูนย์รวมทางจิตใจที่แข็งที่สุด รวมถึงเป็นที่ยอมรับของสมาชิก หากน.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเพื่อไทยน่าจะขับเคลื่อนได้ดี ขับเคลื่อนอย่างก้าวกระโดดได้
‘สมศักดิ์’ชูนำทัพได้
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากน.ส.แพทองธาร ยอมเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้จะดีมากเลย เพราะเรารู้ว่ากรอบการเมืองเป็นอย่างไร อย่างตนเป็นนักการเมืองรู้ว่าตัวเองทำงานได้ แต่รู้ว่าได้ในระดับหนึ่ง ถ้ากลุ่มคน หรือคนที่สนับสนุนมีไอเดีย หรือมีความคิด มีความรอบคอบอะไรต่างๆ เหล่านั้น จะต้องใช้บุคลากรที่เก่ง การทำการเมืองพรรคใหญ่ๆ ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากที่มีกระแสข่าวว่ากก.บห.ชุดใหม่ของพรรคเพื่อไทยจะเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งหมด จะมีเพียง 2-3 คนที่เป็นคน รุ่นเก่า นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่ทราบว่ากก.บห.จะมีใครบ้าง หากเรามั่นใจและเลือกคุณอุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าพรรคแล้วเราต้องมั่นใจ ในการตัดสินใจของท่านว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะท่านต้องเป็นคนรับผิดชอบ เรื่องบุคลากรอย่าไปทักท้วงหรืออะไร จะต้องเป็นสิทธิของท่าน

ไพรด์มันธ์ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ถ่ายภาพกับภาคีกฎหมายภาคประชาชน ที่เสนอ ร่างกฎหมาย 3 ฉบับเพื่อความเป็นธรรมทางเพศ โดยรับปากจะนำเข้าครม.พร้อมสนับสนุนเป็นเจ้าภาพจัดงานไพรด์มันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ต.ค.
‘สรวงศ์’นั่งเลขาฯ -‘บรู๊ค’โฆษก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2566 ในวันที่ 27 ต.ค. ของพรรคเพื่อไทย เพื่อเลือก กก.บห.ชุดใหม่ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า น.ส.แพทองธารจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค โดยรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรมช.คลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรมว.คลัง นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ (หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม) ที่ปรึกษารมว.คมนาคม น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.ชัยภูมิ
ตำแหน่งเลขาธิการพรรคจะให้ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว เข้ารับตำแหน่ง มีรองเลขาธิการพรรค อาทิ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ
นอกจากนี้ ยังมี น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. เป็น กก.บห.นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นนายทะเบียนพรรค และนายดนุพร ปุณณกันต์ หรือบรู๊ค สส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค