เศรษฐาชูเป็นนายกฯต่อได้ขออย่าด้อยค่ารมช.จุลพันธ์ยันเก่ง-ลุยทำนโยบาย1หมื่น

‘แพทองธาร’ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ลั่นพาพรรคกลับมายืนหนึ่ง ตายังดูดาวเท้ายังติดดิน ปรับทีม กรรมการบริหารพรรคยกชุด ‘เศรษฐา’ ชม ‘อิ๊ง’ เป็นนายกฯต่อได้สบายๆ นายกฯ นิมนต์ 10 พระผู้ใหญ่ ทำบุญบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อความสิริมงคล ก่อนพักค้างคืนในทำเนียบ วอนโซเชี่ยล อย่าด้อยค่า ‘จุลพันธ์’ ปมดิจิทัลวอลเล็ต ยืนยันเป็นคนดี-เก่ง ไม่ปรับพ้นครม.แน่

‘นิด’นิมนต์ 10 เกจิทำบุญตึกไทย

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. เวลา 07.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นิมนต์พระสงฆ์ 10 รูปมาทำบุญตักบาตรที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นการส่วนตัว ประกอบด้วย 1.สมเด็จ พระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม 2.สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 3.สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จเจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยาราม 4.พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร 5.พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม 6.พระพรหมวชิรากร วัดราชผาติการาม 7.พระธรรมโพธิมงคล วัดสระเกศ 8.พระธรรมวชิราภรณ์ วัดเทวราชกุญชร 9.พระธรรมวชิรปาโมกข์ วัดเทพศิรินทราวาส 10.พระเทพวชิรเมธี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

โดยสมเด็จเจ้าคุณธงชัยได้ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้นายกฯ ผู้ร่วมงานและห้องทำงาน ห้องพักนอนนายกฯ และห้องต่างๆ ในตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเป็นสิริมงคล

นายเศรษฐาเชิญเฉพาะคนใกล้ชิดร่วมพิธี อาทิ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช. ต่างประเทศ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษาของนายกฯ นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกฯ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการนายกฯ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกฯ คณะที่ปรึกษานายกฯ การทำบุญดังกล่าว ก่อนที่นายเศรษฐาจะพักค้างคืนที่ตึกไทยคู่ฟ้าตามที่ประกาศไว้

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า การทำบุญ วันนี้เป็นการทำบุญภายในกับเจ้าหน้าที่ทำเนียบเพราะเข้ามาเดือนกว่าแล้วยังไม่ได้ทำบุญกันเลย ห้องนอนก็ยังไม่เสร็จ ระบบ น้ำร้อนยังไม่เรียบร้อย ยังมานอนไม่ได้ ต้องคอยประเดี๋ยว ผู้สื่อข่าวถามว่าการพักค้างคืนในทำเนียบจะมีฤกษ์ดีอย่างไร นายเศรษฐากล่าวว่า ยังไม่มีฤกษ์ ยังไม่ได้เช็ก และภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้คงไม่ได้เข้าพักเพราะเหลืออีก 2 วันก็สิ้นเดือนแล้ว และ 30 ต.ค. ต้อง เดินทางไปสปป.ลาว มีทวิภาคีกับประธาน สปป.ลาว และนายกฯ สปป.ลาวด้วย เมื่อถามว่าจะมาค้างตลอดหรือค้างเฉพาะวันที่มี งานมาก นายเศรษฐากล่าวว่า “มีงานเยอะก็ต้องค้าง หรือรุ่งขึ้นจะมีการประชุมที่ทำเนียบเช้าอะไรอย่างนี้มากกว่า หรือมีงานดึก จะได้สะดวกขึ้นเพื่อให้การเดินทางไม่เป็นภาระต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัย”

รับน้ำมนต์ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง รับการประพรมน้ำมนต์จากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรฯ ระหว่างนิมนต์พระสงฆ์ 10 รูป มาทำบุญตักบาตรเป็นการส่วนตัว ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 ต.ค.

ขอโซเชี่ยลอย่าด้อยค่า‘จุลพันธ์’

นายเศรษฐาปฏิเสธการตอบคำถามถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ แต่ระหว่างเดินผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีหลายฝ่ายมองว่าที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์รายวันอาจทำให้เกิดความสับสน นายกฯ หันมายิ้ม แต่ไม่ตอบ และเมื่อขึ้นรถได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องคุณจุลพันธ์ ท่านรมช.คลังที่มีความรู้ มีความสามารถ และมีการพูดคุยกันตลอด อย่าไปพูด อย่าไปด้อยค่า อย่าไปอะไร ไม่ต้องห่วง ทีมเดียวกันตลอดเวลา และมีความมั่นใจในตัวท่านตลอดเวลา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการวิจารณ์การทำงานและการให้สัมภาษณ์ของนายจุลพันธ์เรื่องเงินดิจิทัล ผ่าน X ของนายเศรษฐา อาทิ “จุลพันธ์มือไม่ถึง และไม่เข้าใจจุดประสงค์ของโครงการ” นายเศรษฐาได้เข้าไปตอบ คอมเมนต์ด้วยว่า “เป็นคนดีและเก่งครับ”

ขณะที่บางคนคอมเมนต์ระบุ “ไม่ควรเรียกไปด่าแล้ว เปลี่ยนคนเลย คะแนนนิยมรัฐบาลและนายกฯ เพิ่งจะเพิ่มขึ้นก็เจอระเบิดจุลพันธ์เข้าไปหลายครั้ง ครั้งนี้คือบอมบ์สุด ความ เชื่อมั่นและคะแนนนิยมดับวูบ” นายเศรษฐาเข้าไปตอบว่า “ไม่เปลี่ยนครับ”

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีมีแฮชแท็ก “เพื่อไทยตระบัดสัตย์” ที่อาจมาจากประเด็นดิจิทัลวอลเล็ตว่า ไม่เป็นไร ถือเป็นความเห็น เรายอมรับความเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลาย รู้ว่าเรื่องนี้ทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง

พรรคเคยเจอสิ่งเหล่านี้ เช่น 30 บาทรักษาทุกโรคก็มีคนออกมาคัดค้านรุนแรง แต่เรายืนยันวัตถุประสงค์และทำจนสำเร็จ เราคิดต่าง ออกนอกกรอบเพื่อ แก้ปัญหา โครงการนี้ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะถ้าปล่อยไปตามเดิม จะเป็นเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา หากวิจารณ์ในเป้าหมายนี้เราพร้อมรับฟัง

‘สมชาย’แนะยกเลิก-ขอโทษปชช.

เมื่อเวลา 08.50 น. คณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ด้านวิชาการ และเสริมสร้างการให้ความรู้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในกมธ.การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “ปักหมุดประชานิยมอย่างไร ให้การเมืองไทยพัฒนา” โดย มีสว. และนักวิชาการเข้าร่วม

นายสมชาย แสวงการ สว. กล่าวถึงโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทว่า ตนสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ประเทศอยู่ในระดับประเทศที่พัฒนา แต่โครงการแจกเงินดิจิทัลทำให้ตนสงสัยในการดำเนินงานของรัฐบาล เพราะไม่คุ้มค่า ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ระบุว่าโครงการจะเริ่มในเดือนเม.ย.67 เพราะพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 67 จะออกในช่วงดังกล่าว และเพราะรัฐบาลไม่มีเงิน ตนมองว่าควรปรับปรุงนโยบาย โดยทยอยแบ่งจ่าย เดือนละ 1,000 บาท ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงประชาชนที่เข้าหลักเกณฑ์ผ่านแอพเป๋าตัง

ตนแนะนำรัฐบาลใช้เงิน 5.6 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นงบเพื่อพัฒนาประจำปี ช่วยกลุ่ม ผู้เปราะบาง หากตนเป็นนายกฯ สัปดาห์หน้าจะสั่งให้เดินหน้าคนละครึ่ง และเที่ยวทั่วไทย ทำให้ร้านค้าได้รับทั่วประเทศ ดูแลกลุ่ม เปราะบาง ขณะที่เงินดิจิทัลขอให้วางโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและยั่งยืน และหากรัฐบาลเลือกจะกู้เงินเพื่อดำเนินการโครงการนี้ เชื่อว่าจะมีภาระดอกเบี้ยอีกกว่า 1.4 แสนล้านบาท ทำให้หลายคนปฏิเสธนโยบายดังกล่าว ตนเชื่อว่าหากทุกภาคส่วน ทั้ง สส. ฝ่ายค้าน สว. ปฏิเสธการแจกเงินดิจิทัลของรัฐบาล เพื่อให้เปลี่ยนเป้าหมายแก้ปัญหาความ เหลื่อมล้ำจะเหมาะสมมากกว่า

“ก่อนเข้าร่วมเวทีผมได้หารือกับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานกรรมการศึกษาโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ทราบว่าขณะนี้รวบรวม รายละเอียดไปกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานจะสรุปได้ ขณะที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เดินหน้าเรื่องนี้ ดังนั้น เมื่อ คตง. และป.ป.ช. ดำเนินการแล้ว หากพบว่าเสียหายต่อเศรษฐกิจร้ายแรง สามารถเสนอให้สภา วุฒิสภา และครม. พิจารณา หากไม่หยุดยั้ง และเกิดความเสียหาย หรือไม่ลดเพดานอาจเกิดเหตุการณ์ที่มีผู้ติดคุก หรือหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติได้ ดังนั้น มองว่าหากรัฐบาลยอมรับ สามารถบอกเลิกพร้อมกับขอโทษประชาชน และนำเงินไปทำอย่างอื่นได้

นักวิชาการให้หันแก้เหลื่อมล้ำ

นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส.บัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า อยากรู้ว่ารัฐบาลจะนำเงินมาใช้โครงการดิจิทัลวอลเล็ตจากไหน หากมาโดยวิธีการกู้เงิน เท่ากับว่าภาระของประชาชนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลกู้เงินจะเกิดภาวะดอกเบี้ยที่เพิ่มภาระต้นทุนของประชาชนในการประกอบอาชีพ หรือใช้ชีวิตสูงขึ้น ในภาระดอกเบี้ยของประชาชน ปัจจุบันอยู่ที่ 9% ซึ่งเกณฑ์ไม่ควรเกิน 10%

ด้านนายเจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย กล่าวว่า ปัญหาของประชานิยมไม่ว่าทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น การกระทำอันเป็นประชานิยม ตนมองว่าคือการอัดฉีดเงิน ซึ่งอาจเจอปัญหาคือ ผิดกฎหมาย ผิดวินัยการเงินการคลัง หรือหากมีส่วนต่างอาจกลายเป็นการทุจริตประพฤติมิชอบ กรณีที่พรรคเพื่อไทยเดินหน้าแจกเงินดิจิทัล หากอนาคตจะนำความเสียหายแก่บ้านเมืองจริง พรรคร่วมรัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบ ทั้ง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) หากพรรคก้าวไกลเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถอดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ออกจากตำแหน่ง และหากพรรคเพื่อไทยใจถึงให้ส่งสัญญาณไปถึงชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจด้วย

นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเพื่อไทย เป้าหมายคือไม่ใช่แก้ปัญหาความยากจน แต่คือกระตุ้นเศรษฐกิจและมีเรื่องประชานิยมด้วย เงิน 5.6 แสนล้านบาท ไม่เป็นเรื่องใหญ่หากงบประมาณรายจ่ายอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านบาท หากนำงบประมาณช่วยคนไทยหลุดพ้นความยากจนถือว่าคุ้ม แต่หากการแจกเงินอย่างเดียวเชื่อว่าไม่แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

ส่วนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังมีปัญหา หากเลือกจะแจกเฉพาะคนมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือว่าไม่คลุมเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นรัฐบาลควรเปลี่ยนและทำโครงการเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำความยากจนแบบ พุ่งเป้าจะเหมาะสมกว่า ซึ่งใช้หลักทำน้อยได้มากเหมือนอย่างประเทศจีน ที่ใช้งบ 5 แสนล้านบาทต่อปีเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ขณะที่ประชากรในประเทศมีกว่า 1,000 ล้านคน ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาแบบไม่มีเป้าหมาย

ปปช.โต้จงใจตั้ง‘สุภา’ปธ.จับผิด

ที่สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ นาย นิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาและดำเนินการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่า ขณะนี้ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง แต่คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่ศึกษา ให้ข้อเสนอแนะ ไม่ได้ไประงับยับยั้งโครงการ ที่ต้องตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพราะมีกระแสวิจารณ์ว่าอาจจะมีการส่อไปทางทุจริต ในการขับเคลื่อนนั้นหากไม่มีการทุจริตก็แล้วไป แต่หากมีต้องมาดูว่าเกิดจากช่องทางไหน หากประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการวันเดียวกันนี้ อาจมีการนัดประชุมคณะกรรมการใน 1-2 สัปดาห์ เพื่อวางกรอบการดำเนินการแค่นั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตอาจซ้ำรอยกับโครงการรับจำนำข้าว นายนิวัติไชยกล่าวว่า ป.ป.ช. จะศึกษามาตรการตามแนวทางที่เคยปฏิบัติ และคิดว่าในส่วนของรัฐบาลคงไม่มีใครอยากจะเดินซ้ำรอย เพราะรู้อยู่แล้ว และยิ่งมีคน จับจ้องอย่างนี้ ถ้าตนเป็นนายกฯ คงไม่อยาก จะเข้าไป โดยเฉพาะนายกฯ เป็นนักธุรกิจ มีตัวอย่างเยอะแยะไปหมดแล้ว ตนว่าเจตนานายกฯ ต้องการจะขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เคยประกาศหาเสียงไว้มากกว่า ซึ่งถ้าดีก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพียงแต่ช่วยระมัดระวังนิดนึง อาจจะมีรอยรั่วหรืออะไรต่างๆ รับฟังกระแสและเสียงวิจารณ์ นิดนึง แต่การตัดสินใจเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ โดยตรง

ต่อข้อถามถึงหลักการเลือกกรรมการศึกษาฯ ที่มีชื่อ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน นายนิวัติไชยกล่าวว่า เนื่องจากเห็นน.ส.สุภา เคยทำสำนวนในเรื่องพวกนี้ อาจมีมุมมองที่ดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า น.ส.สุภาใกล้หมดวาระดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.แล้ว แต่กลับจงใจให้เป็นประธาน นายนิวัติไชยกล่าวว่า ไม่ถึงขนาดนั้น เพราะยังไม่รู้ว่าการศึกษาจะเสร็จเมื่อไร แต่วันนี้เมื่อน.ส.สุภายังอยู่ก็ต้องทำงาน ไม่เช่นนั้นคราวหน้าจะตั้งคนที่ใกล้ จะหมดวาระไม่ได้ และคนที่ขับเคลื่อนจริงๆ คือคณะกรรมการศึกษาฯ ถ้าน.ส.สุภาหมดวาระก็ให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช.ขึ้นมาเป็นประธานแทน เมื่อถามว่า สังคมมองว่า น.ส.สุภาเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล นายนิวัติไชยกล่าวว่า เราห้ามไม่ได้ว่าใครจะมีมุมมองอย่างไร

‘อิ๊ง’นั่งหัวหน้าพท.ตามโผ

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทย จัดประชุมใหญ่วิสามัญ วาระสำคัญคือการเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยเวลา 08.30 น. บรรดาแกนนำ สมาชิกพรรคและตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ทยอยมาร่วมประชุม ขณะที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แคนดิเดตหัวหน้าพรรค มาถึงพรรคเวลา 09.09 น. มีแฟนคลับพรรคต้อนรับ และเวลา 11.19 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง ลากิจมาร่วมประชุม ทันทีที่มาถึงมีมวลชนคนพิการที่ต้องการรับเงินจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ยื่นหนังสือเพื่อสนับสนุนโครงการ ซึ่งนายเศรษฐามีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตรงขึ้นไปยังชั้น 7 สถานที่ประชุมทันที ส่วนการลงคะแนนเลือกตั้ง ครั้งนี้ มีการนำเครื่องลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ยืมมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กทม.มาใช้เป็นครั้งแรกด้วย

สำหรับรายชื่อกก.บห.พรรคเพื่อไทย ชุดใหม่ 23 คน ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับคะแนน 289 จากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน 290 คน ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 คน

รองหัวหน้าพรรค ได้แก่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ ได้ 292 คะแนน, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และรมช.คลัง ได้ 291 คะแนน, นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สส.ชัยภูมิ ได้ 288 คะแนน, น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด ได้ 290 คะแนน, นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษารมว.คมนาคม ได้ 285 คะแนน, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรมว.คลัง ได้ 289 คะแนน

หัวหน้าใหม่- น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ไหว้ขอบคุณและแสดงความยินดีกับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พร้อมขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ หลังได้รับเลือกจากสมาชิกอย่างท่วมท้น โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีร่วมแสดงความยินดีด้วย ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 27 ต.ค.

กก.บห.พรรครุ่นใหม่เพียบ

ตำแหน่งเลขาธิการพรรค นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว ได้ 290 คะแนน และรองเลขาธิการพรรค ได้แก่ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ 290 คะแนน, น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชี รายชื่อ ได้ 287 คะแนน, นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย ได้ 287 คะแนน

นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค ได้ 287 คะแนน, นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ที่ปรึกษารมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นนายทะเบียนพรรค ได้ 287 คะแนน, นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นโฆษกพรรค ได้ 290 คะแนน

ขณะที่ กก.บห. มี 9 คน ได้แก่ น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม. ได้ 283 คะแนน, นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี ได้ 284 คะแนน, นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา ได้ 286 คะแนน, นายนิกร โสมกลาง สส.นครราชสีมา ได้ 284 คะแนน, นายธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ได้ 287 คะแนน, นายจเด็ศ จันทรา ได้ 285 คะแนน, นาย พลนชชา จักรเพ็ชร ได้ 287 คะแนน, นาย ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการนายกฯ ได้ 286 คะแนน, น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร สส.ขอนแก่น ได้ 283 คะแนน

ลั่นพาพท.กลับมายืนหนึ่ง

น.ส.แพทองธารแสดงวิสัยทัศน์ว่า ต้องขอบคุณสมาชิกเพื่อไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงการส่งต่อภารกิจ แต่เป็นการเชื่อมความเชื่อมั่นความศรัทธาของทุกคนเข้าด้วยกันอีกครั้ง เราผ่านอะไรมามาก เป็นพรรคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเป็นพรรคที่ถูกกระทำมากที่สุดเช่นกัน ตนเติบโตมาในแวดวงการเมือง ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ขอบคุณ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ทำให้ได้เห็นถึงความตั้งใจ และอุดมการณ์ของท่าน ได้เรียนรู้ใกล้ชิดและเป็นแรงบันดาลใจของตนในการดำรงชีวิต

“ดิฉันรู้ดีว่าภารกิจนี้ยิ่งใหญ่และสำคัญ โดยเฉพาะบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทุกวันนี้ดิฉันมั่นใจเรามีบุคลากรที่มีความสามารถ มีประสบการณ์มาตั้งแต่ไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน เราจะพัฒนาพรรคอย่างไม่หยุดยั้ง จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเราต้องเปลี่ยนวิธีคิด กก.บห.ชุดใหม่ ต้องถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทำให้ดีขึ้นเพื่อนำพรรคเพื่อไทยกลับไปยืนในใจพี่น้องประชาชนในฐานะพรรคการเมืองอันดับหนึ่งอีกครั้งอย่างยั้งยืน” น.ส.แพทองธารกล่าว

2 เดือนที่ผ่านมาภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจตั้งรัฐบาลเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด เพราะมีหลายอย่างเกิดขึ้น มีการสร้างโอกาสให้ประชาชนและประเทศอย่างมากมาย มั่นใจว่า 4 ปีหลังจากนี้ประเทศจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ที่เราทำ ต่อเนื่องตลอด 25 ปี ด้วยรากฐานที่มั่นคงและแข็งแรงมาก พรรคเพื่อไทยจะยังสานต่อภารกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เรามีวันนี้ได้เพราะผู้ใหญ่ในพรรคที่ช่วยกันรดน้ำพรวนดินให้ต้นไม้ต้นนี้แข็งแรงและมีรากฐานที่มั่นคง ตนมองได้ชัดขึ้น ไกลขึ้น เพราะผู้ใหญ่ร่วมกันสร้างไว้

ตายังดูดาวเท้ายังติดดิน

จากนี้อยากให้พรรคเพื่อไทยเป็นมากกว่าพรรคที่ให้โอกาส แต่สามารถขจัดความเสี่ยงในชีวิตของประชาชน เพื่อให้ประชาชน ปลดล็อกศักยภาพเพื่อพัฒนาประเทศไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งดีเอ็นเอ เราจะไม่ทิ้งนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชนให้เป็นจริงให้ได้ เราจะทำความฝันให้เป็นความจริง ที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ เราจะลบทุกคำสบประมาทด้วยผลงานที่ปฏิเสธไม่ได้ ดีเอ็นเอนี้จะอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไปและพัฒนาตามยุค

มี 4 ข้อสำคัญที่ กก.บห.ชุดใหม่ต้องทำคือ 1.การเปลี่ยนผ่านข้อมูลทั้งหมดไปสู่ระบบดิจิทัลเพื่อให้พรรคมีฐานข้อมูลในการพัฒนา 2.สร้างองค์กรแนวราบ เพิ่มการมีส่วนร่วมของบุคลากร 3.เราจะทำให้องค์กรพรรค เพื่อไทย เป็นองค์กรแห่งความเรียนรู้ มีศูนย์ข้อมูลศูนย์วิจัย เพื่อพัฒนานโยบายได้ทันท่วงทีฝึกอบรมสมาชิกทุกระดับ ทั้งยุวสมาชิก และสมาชิกทั่วไปเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนในทุกมิติ และ 4.เป็นข้อที่สำคัญเราต้องสร้างเครือข่ายครอบครัวเพื่อไทยให้แข็งแรง ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อรับฟังเสียงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สุดท้ายนี้จะเป็นสิ่งที่ดิฉันอยากจะบอกกับตัวเองและทุกๆ คนว่า เราตายังคงดูดาว เท้ายังคงติดดิน ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชนอย่างเข้มแข็งมั่นคง เพราะพรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน” น.ส.แพทองธารกล่าว

จากนั้น น.ส.แพทองธารได้ร่วมถ่ายรูปร่วมกับนายกฯ กก.บห.ชุดใหม่ทั้งหมด และสมาชิกพรรคกลุ่มต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมด้วย นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมี นายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีน.ส.แพทองธาร และน.ส. พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว น.ส.แพทองธาร อยู่ร่วมให้กำลังใจน.ส. แพทองธาร ด้วย

‘เศรษฐา’มั่นใจเป็นนายกฯ ต่อได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังน.ส.แพทองธารได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า อวยพรไปแล้ว สู้อยู่แล้ว และทุกคนก็สู้หมด ทุกคนช่วยกันหมด และเป็นกำลังใจให้ หากอยากให้ช่วยอะไรก็บอก และยินดี แต่เห็นว่าน.ส.แพทองธารเก่งอยู่แล้ว และมีทีมงานเป็นคนรุ่นใหม่ มีแรงและพลังสูงทุกคน ทุกคนมั่นใจ นายเศรษฐา ยังหันกลับมาขยายความ คำว่ามั่นใจว่า “เป็น นายกฯ ต่อได้สบายๆ” ผู้สื่อข่าวกระเซ้ากลับไปว่า “เปิดประเด็นเองอีกแล้ว” นายเศรษฐาไม่ตอบคำถาม เพียงแค่หันมายิ้ม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กก.บห.พรรคเพื่อไทยชุดใหม่ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นกลางกับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากขณะนี้ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ของพรรคได้เข้าไปทำงานในส่วนของฝ่ายบริหาร จึงเป็นเวลาที่ดีที่จะได้ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแสดงฝีมือ

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่า น.ส. แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรค จะถูกกระแสยังเป็นคนของตระกูลชินวัตรวนเวียนอยู่กับ เพื่อไทย นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราไม่ได้เลือกหัวหน้าพรรคว่ามาจากตระกูลอะไร แต่เลือกจากคนที่มีประสิทธิภาพ ความสามารถ ความพร้อม น.ส.แพทองธารพิสูจน์ตัวเองมาสักพักแล้ว และไม่ใช่คนใหม่ แต่เข้ามาอยู่กับพรรคไทยรักไทยตั้งแต่เด็กๆ เข้าร่วมประชุมกับนายทักษิณ ชินวัตร ลงพื้นที่กับนายทักษิณมาโดยตลอด เชื่อว่าน.ส.แพทองธารเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจนโยบายพรรคไทยรักไทยไม่แพ้ใคร และเคยผ่านวิกฤตที่ครอบครัวได้รับผล กระทบจากการเปลี่ยนแปลง สามารถผ่านมาได้อย่างดี ตนเห็นด้วยและสนับสนุนให้น.ส.แพทองธารเป็นหัวหน้าพรรค

ขอก.ก.ทำการเมืองสร้างสรรค์

นายภูมิธรรมกล่าวกรณีที่พรรคก้าวไกลกล่าวหานายกฯ ไม่ยอมมาตอบกระทู้ถามสดในสภาของพรรคก้าวไกล แต่ตอบกระทู้พรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า เป็นสิทธิที่พรรคก้าวไกลจะอภิปราย แต่ถ้าทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ควรใช้เหตุผลในการอธิบายหรือกล่าวหาให้มากขึ้นกว่านี้ เชื่อว่าที่นาย ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปราย ถ้าใจเย็นสักนิดและรับฟังปัญหาให้มากขึ้น บรรยากาศการร่วมมือกันทำงานระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านจะดีมากขึ้นกว่านี้อีกมาก

ตามข้อบังคับสภาต้องยอมรับว่านายกฯ สามารถมาตอบหรือไม่ตอบก็ได้ ครั้งนี้ท่านมีภารกิจและรีบกลับมาตอบ 2 กระทู้หลัง ถ้าเข้าใจ มีเหตุผลและไม่อคติจนเกินไป บรรยากาศในสภาจะไม่เป็นเรื่องของคน 2 ฝ่ายที่ขัดแย้งกัน ไม่อยากให้จับผิดกันหรือใช้เวทีทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเวทีรัฐสภาหรือเวทีอื่น ในการมาทำลายดิสเครดิตกัน ขอฝากพรรคก้าวไกลว่ารัฐบาลพร้อมทำงาน โดย 10 พ.ย.นี้ เราจะรับฟังความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญจากพรรคก้าวไกลและหลายพรรค และกลุ่มวิชาชีพต่างๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน