พร้อมป้าแต๋น-ทนายความ เผยทุกข์ใจตกเป็นจำเลย โดนอ่วม4คดี-จบแล้ว2 ทั้ง‘ไม้หวงห้าม-ทำร้ายสื่อ’
‘ลุงพล-ป้าแต๋น’ ยันไปแน่ฟัง คำพิพากษาคดี ‘น้องชมพู่’ หลังศาลจังหวัดมุกดาหารนัดอ่านคำตัดสินในวันอังคารที่ 31 ต.ค.นี้ ระบุยังอยู่กับกลุ่มยูทูบเบอร์สายบ้านลุงพล ป้าแต๋นเช่นเดิม พร้อมขอบคุณเอฟซี ยูทูบเบอร์ทุกช่องที่ส่งกำลังใจมาให้ รับทุกข์ใจหลังมีคดีติดต่อ เปิด 4 คดีที่ลุงพลตกเป็นจำเลย เผยจบไปแล้ว 2 คดี ทั้งคดีทำร้ายสื่อ และครอบครองไม้หวงห้าม
ตามที่ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดอ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการจังหวัดมุกดาหารเป็นโจทก์ฟ้องนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น สองสามีภรรยา เป็นจำเลย ในคดีการ เสียชีวิตของด.ญ.อรวรรณ หรือน้องชมพู่ วัย 3 ขวบ ในวันที่ 31 ต.ค. นั้น
เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ลุงพล และป้าแต๋น เปิดเผยว่า ในวันที่ 31 ต.ค. 2566 เวลาประมาณ 10.00 น. พวกตนจะต้องเดินทางไปที่ศาลจังหวัดมุกดาหารตามนัดหมาย พร้อมทีมทนายธรรมรังสี จากกรุงเทพฯ ทุกอย่างยังคงเดิม ไม่ได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด การไปศาลจังหวัดมุกดาหารครั้งนี้ จะต้องไปฟังคำตัดสินของศาลจังหวัดมุกดาหารเพียงอย่างเดียว ทางเราและกลุ่มยูทูบเบอร์ไม่ได้เตรียมการอะไร ปล่อยให้ไปตามกระบวนการ
“ตอนนี้ลุงพล ป้าแต๋นยังคงอยู่กับกลุ่มยูทูบเบอร์สายบ้านลุงพลป้าแต๋นเช่นเดิม ทุกคนยังคงอยู่กันที่บ้านลุงพล ทำงานตามปกติเหมือนเดิม ขอขอบคุณสำหรับกลุ่ม FC ยูทูบเบอร์ทุกช่องที่ส่งกำลังใจแรงใจมาให้ลุงพลและป้าแต๋นอย่างสูง ขอบคุณหลายๆ” ป้าแต๋น กล่าว ขณะเดียวกันป๋าแต๋นยอมรับว่าตอนนี้ทุกข์ใจที่มีคดีติดตัว
สำหรับลุงพล ตกเป็นจำเลยทั้งหมด 4 คดี โดยคดีแรกคือ คดีทำร้ายร่างกาย โดยผู้สื่อข่าวช่องดังถูกลุงพลโผเข้าหา ก่อนทุบหลัง 2 ครั้ง พร้อมผลักไหล่ จากนั้นพยายามจะบีบคอ และกระชากหน้ากากอนามัยออก จนทำให้กลุ่มยูทูบเบอร์ที่ติดตามไลฟ์สดต้องมาดึงลุงพลออกไป หลังเกิดเหตุมีการแจ้งความดำเนินคดีกับ ลุงพลในข้อหาทำร้ายร่างกาย
ต่อมา ศาลจังหวัดมุกดาหาร พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า ลุงพล จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 309 วรรคแรก, 391 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ.มาตรา 90 จำคุก 2 เดือน ปรับ 10,000 บาท
จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท พิเคราะห์ผลการชันสูตรบาดแผลผู้เสียหายแล้ว ไม่ปรากฏอันตรายร้ายแรง และจำเลยได้ลุแก่โทษโดยนำเงินค่าเสียหายมาวางศาล จึงให้โอกาสแก่จำเลยโดยรอการลงโทษจำคุก มีกำหนด 1 ปี
คดีที่ 2 คือคดีตัดไม้ สร้างวังพญานาค เจ้าหน้าที่ป่าไม้มุกดาหาร เข้าแจ้งข้อกล่าวหา ลุงพล พร้อมยูทูบเบอร์ 2 คน ข้อหาตัดไม้ในเขตป่าสงวนดงภูพาน โดยมีหลักฐานเป็นคลิปยูทูบเบอร์กำลังตัดต้นกระถินป่า 4 ต้น ตรงจุดสร้างพญานาค และปรับพื้นที่ หลังจากมีคลิปการตัดไม้ของลุงพล พร้อมกับมียูทูบเบอร์เป็นคนช่วยตัดช่วยลากต้นไม้ถูกเผยแพร่ออกมา
คดีที่ 3 คือคดีครอบครองไม้หวงห้าม โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้จังหวัดมุกดาหารเข้าตรวจสอบท่อนไม้ที่ระบุว่าเป็น “ตะเคียนทอง” ตั้งเป็นศาลเจ้าแม่โสรภี ข้างบ้านของลุงพล ต่อมาผลตรวจสอบพบว่าเป็น “มะค่าแต้” ไม่ใช่ ตะเคียนทอง ซึ่งมะค่าแต้ เป็นไม้หวงห้าม หากครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ตามมาตรา 69 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์สั่งฟ้องลุงพล ฐานความผิด ทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต, รับไว้ซ่อนเร้น จำหน่าย หรือช่วยพาเอาไปเสียให้พ้น ซึ่งไม้หรือของป่าที่ตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นไม้หรือของป่าที่มีผู้ได้ และศาลชั้นต้นพิพากษาลุงพลคดีครอบครองไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 4 เดือน ปรับเงิน 6,666 บาท ริบไม้ของกลาง โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี
และคดีที่ 4 คดีน้องชมพู่ ซึ่งศาลจังหวัดมุกดาหาร นัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 31 ต.ค.2566 เวลา 10.00 น.