เปิดเจรจาพิเศษในทำเนียบปธน. ถูกจับเพิ่มเป็น22 บินกลับบ้านแล้ว41เที่ยว7,415คน 75นศ.เกษตรด้วย

ตัวแทนไทยรุดเจรจากลุ่มฮามาสถึงทำเนียบประธานาธิบดีอิหร่าน ขอให้ปล่อยตัวประกันชาวไทย เผยคืบหน้าไปมาก ‘นายกฯเศรษฐา’ เผยคนไทยในอิสราเอลถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่ม 3 ราย ยอด 22 ราย ยันเป้าหมายหลักช่วยเหลือตัวประกันให้ได้รับการปล่อยตัวโดยเร็ว ระบุหลายประเทศพร้อมช่วยเหลือ แต่ต้องเข้าให้ถูกจุด เพื่อไม่ให้กระทบการเจรจา ย้ำแรงงานไทยในอิสราเอลรีบตัดสินใจ ก่อนจะกลับ ไม่ได้ เพราะสถานการณ์รบรุนแรง ส่วนยอดกลับบ้านแล้ว 41 เที่ยว 7,415 คน ‘รมต.พิพัฒน์’เล็งขอครม.จ่ายรายละ 6.5 หมื่นให้แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล

‘เศรษฐา’เผยไทยถูกจับเพิ่ม 3
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 23 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนสปป.ลาวอย่างเป็นทางการถึงสถานการณ์ในอิสราเอล โดยยืนยันว่ามีคนไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีก 3 คน ยอดรวม 22 คน ส่วนการเจรจาช่วยเหลือตัวประกันทุกฝ่ายก็ยังทำงานอยู่ และขณะนี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ยังทำหน้าที่อยู่ที่มาเลเซีย และตอนนี้การเดินทางในอิสราเอลก็เริ่มลำบากขึ้น หลังมีปฏิบัติการภาคพื้นดินจึงขอให้ทุกคนเร่งตัดสินใจ ขณะที่ภาครัฐก็ต้องทำงานด้วยความละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เพราะการลำเลียงคนมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะต้องมีการคุยกันในเชิงลึก มีรายละเอียดเยอะมาก

เมื่อถามว่ากรณีที่คนไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าคนไทยตกเป็นเป้าของกลุ่มฮามาสหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า อย่าพูดแบบนั้นว่าคนไทยตกเป็นเป้าของ ฮามาส เพราะเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง เราไม่ได้เป็นเป้าพิเศษของกลุ่มใดทั้งสิ้น แต่เราเป็นเหยื่อของสงครามมากกว่า อีกทั้งแรงงานไทยในอิสราเอลมีจำนวนมากกว่า ประเทศอื่นๆ จึงทำให้เราได้รับผลกระทบมาก ตนจึงพยายามย้ำว่าขอให้คนไทยเร่งเดินทางกลับประเทศ เพราะหลังจากนี้จะมีความยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงสายวันนี้จะ พูดคุยกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เพื่ออัพเดตสถานการณ์ และอาจต้องเดินทางไปเจรจา ให้มากขึ้น

ส่วนจำนวนคนไทยที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่ฉนวนกาซ่า นายเศรษฐายอมรับว่ายังมีคนที่สูญหายอยู่บ้าง และกำลังประเมินสถานการณ์ แต่ช่วงที่มีปฏิบัติการภาคพื้นดิน การสื่อสารก็ถูกตัดขาดหมด ทำให้มีความยากลำบาก

ทุกปท.พร้อมช่วยเจรจา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีจะมีรัฐมนตรีเดินทางไปเจรจานั้น นายกฯ กล่าวว่า แนวทางหลักคือทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ส่งกลับบ้านให้เร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ทุกประเทศต่างให้ความช่วยเหลือและหวังดีกับเรา ซึ่งเราต้องเข้าให้ ถูกจุด เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเรื่องการเจรจา ทำให้บางอย่างตนไม่สามารถพูดได้ชัดเจน เพราะเวลาไปต่อรอง หากไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันอาจเกิดปัญหาขึ้นได้ ตนเข้าใจว่าทุกคนอยากทราบข่าว แต่ยืนยันว่ารัฐบาลทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก และย้ำว่าขอให้ทุกคนเร่งตัดสินใจกลับในช่วงที่ยังกลับได้

ถก‘ฮามาส’ – นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ในประเทศไทย โพสต์ภาพการเจรจาระหว่างตัวแทนไทยกับฮามาสเพื่อให้ปล่อยตัวประกันคนไทย โดยมีอิหร่านช่วยเป็นตัวกลาง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีกรุงเตหะราน

ไทยรุดคุย‘ฮามาส’ขอปล่อยตัว
วันเดียวกัน นายซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์แห่งประเทศ ไทย โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก SaiyidSulaiman Husaini ระบุว่า วันนี้คณะเจรจาได้รับเกียรติจากที่ปรึกษาประธานาธิบดีอิหร่าน เป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่างตัวแทนไทยกับฮามาส โดยใช้ห้องทำงานของท่าน ซึ่งอยู่ในบริเวณทำเนียบในการพูดคุยเจรจา มีบุคคลสำคัญหลายท่านเข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ อยาตุลลอฮ์ อัคตารี ที่ปรึกษาประธานาธิบดี และประธานสมัชชาองค์การปาเลสไตน์แห่งสำนักประธานาธิบดีอิหร่าน ดร.ระมีฮียาน เลขาธิการใหญ่องค์การช่วยเหลือประชาชาติปาเลสไตน์แห่งชาติ ดร.รูวัยรอน ประธานสมาพันธ์พิทักษ์เยาวชนปาเลสไตน์และต่อต้านอิสราเอลแห่งชาติ

ทอ.ขนไทยกลับบ้านอีก 140
วันเดียวกัน เวลา 02.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) พล.อ.ท.ชัยนาท ผลกิจ รองเสนาธิการทหารอากาศ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ต้อนรับแรงงานไทยจำนวน 140 คนที่เดินทางกลับจากอิสราเอล ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A340-500 ของกองทัพอากาศ เที่ยวบิน RTAF230 (ฟูไจราห์ 2) จากท่าอากาศยานฟูไจราห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)

โดยคนไทยจำนวน 140 คน เป็นชายทั้งหมด ก่อนเดินทางกลับ มีการตรวจร่างกายเพื่อตรวจสอบความพร้อมบินของผู้โดยสาร จากทีมแพทย์ทหารอากาศ และการตรวจความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่องบินโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนอากาศยาน และมีลูกเรือดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางการบิน

เมื่อเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ผู้โดยสาร จะผ่านกระบวนการตรวจร่างกาย การตรวจคนเข้าเมือง การตรวจสอบสิทธิ และการให้การปรึกษาด้านกฎหมาย ก่อนเดินทางไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) และสนามบินดอนเมืองต่อไป

ด้านกระทรวงการต่างประเทศแจ้งเที่ยวบินอพยพที่จะถึงเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 31 ต.ค.66 อีก 2 เที่ยวบิน ประกอบด้วย 1.สายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD8754 ถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 04.05 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 117 คน และ2.สายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบิน SL7005 ถึงสนามบินดอนเมือง เวลา 05.35 น. จำนวนผู้ลงทะเบียน 115 คน

ทั้งนี้ สายการบินอาร์เคีย เที่ยวบิน IZ591 จำนวนผู้ลงทะเบียน 214 คน ที่แจ้งว่าจะเดินทางถึงไทยวันที่ 31 ต.ค.นั้น ต้องรอยืนยันวันและเวลาที่จะเดินทางถึงไทย โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทอ.รับกลับ – พล.อ.ท.ชัยนาท ผลกิจ รองเสธ.ทอ.เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารอากาศ ต้อนรับแรงงานไทยจำนวน 140 คนที่โดยสารมากับเครื่องบินแอร์บัส A340-500 ซึ่งบินไปอพยพ คนไทยในอิสราเอล ณ ท่าอากาศยานฟูไจราห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่บน.6

กลับถึงไทยอีก 630-ยอด 7,415
วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอารี ไกรนรา เลขานุการรมว.แรงงาน พร้อมนายยุทธนา บัวจุน ผู้ตรวจราชการกรมการจัดหางาน และนางวันทนา ณัฐพูลวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม และผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในอิสราเอลและแจ้งความประสงค์เดินทางกลับถึงประเทศไทยจำนวน 180 คน ในรอบเวลา 08.40 น. ด้วยสายการบิน ไทย ไลอ้อน แอร์ เที่ยวบินที่ SL7001 โดยกระทรวงแรงงานตั้งโต๊ะให้คำแนะนำการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศให้บริการคำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานไทยได้รับเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าวโดยเร็วที่สุดด้วย

นายอารีกล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้ ตน พร้อมคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงแรงงานมาร่วมต้อนรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เดินทางกลับ จำนวน 180 คน ซึ่งวันนี้ ตนพูดคุยกับพี่น้องแรงงานไทยพบว่ายังมีเพื่อนแรงงานไทยบางส่วนที่ยังไม่กลับมา จึงขอให้พี่น้องแรงงานไทยกลุ่มนี้สื่อสารไปยังเพื่อนแรงงานไทยที่ยังอยู่ในอิสราเอลให้พิจารณากลับประเทศก่อน เพื่อความปลอดภัยเป็นลำดับแรก

นายอารีกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีแรงงานเดินทางกลับถึงไทยแล้วทั้งสิ้น 41 เที่ยวบิน 6,785 คน หากรวมกับเที่ยวบินที่กลับมาในวันที่ 30 ต.ค.นี้ อีก 3 เที่ยวบิน จำนวน 630 คน ทำให้มีแรงงานไทยเดินทางกลับมาแล้วทั้งหมด 7,415 คน

จ่ายแรงงานไทยคนละ 6.5 หมื่น
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า เตรียมนำข้อสรุปการร่วมระหว่างกระทรวงแรงงาน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล และตัวแทนแรงงานไทยในอิสราเอลถึงสถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้แรงงานไทยไม่กลับ เพราะ 1-2 สัปดาห์นี้แทบจะไม่มีแรงงานไทยมาลงชื่อเพื่อกลับไทย และเพื่อประเมินความปลอดภัยของแรงงานไทยในอิสราเอลให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง และคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ

ทั้งนี้ในการประชุมครม. วันที่ 31 ต.ค.2566 จะเสนองบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพื่อเยียวยาแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในอิสราเอลคนละ 50,000 บาท และขออนุมัติใช้เงินประกันของกระทรวงแรงงานคนละ 15,000 บาท เพื่อเยียวยากลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม และรวมถึงมาตรการพักต้นพักดอกเบี้ยของแรงงานที่กู้ไป เพื่อการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ วงเงินคนละไม่เกิน 150,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี คาดใช้งบประมาณไม่เกิน 300-400 ล้านบาท

แม่ร้อง‘สุดารัตน์’กล่อมลูกกลับ
วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า หลังจากติดตามความเคลื่อนไหวของแรงงานไทยในอิสราเอล และลงพื้นที่พูดคุยกับญาติพี่น้องของแรงงานไทย พบหลายคนต้องการเดินทางกลับ แต่มีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวและปัญหาหนี้สินจากการกู้ยืมเพื่อเดินทางไปทำงานยังประเทศอิสราเอล ล่าสุดได้รับการประสานจากญาติแรงงานไทยในหลายจังหวัดทางภาคอีสาน

โดยระบุว่า “แม่ของ#แรงงานไทยโทร.ขอร้องให้ช่วยพูดกับลูกให้กลับไทย สงคราม #Isarael #Hamas รุนแรงขึ้น อันตรายมาก ปัญหาที่ไม่ยอมกลับ เพราะมีหนี้สิน และต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว รบ.ต้องสร้างหลักประกันว่ากลับมาแล้วเขาจะมีงานทำ และเมื่อสงครามจบ รัฐจะส่งเขากลับโดยรับผิดชอบ คชจ. +ใบเข้าเมือง”

น.ศ.ในอิสราเอลกลับถึงบ้าน
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกศธ. เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกองกำลังกลุ่มฮามาสที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จนมีชาวไทยเสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันนั้น พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ห่วงใยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก จึงสั่งการให้ดูแลและติดตามนักศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เดินทางไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ประจำปี 2566 รุ่นที่ 24 จำนวน 78 ราย ในโครงการความร่วมมือจัดการเรียนการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาพืชศาสตร์ ระบบทวิภาคี ไทย-อิสราเอล ร่วมกับ Arava International Center for Agricultural Training : AICAT ซึ่งมีนักศึกษาแจ้งความประสงค์และเดินทางกลับประเทศไทยมาแล้ว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ต.ค. ด้วยสายการบิน เอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ส 7 ราย จึงเหลือนักศึกษายังอยู่ฝึกงานที่ประเทศอิสราเอลอีก 71 ราย ซึ่งผู้ปกครองได้ลงนามยืนยันรับรองการแจ้งความประสงค์อยู่ต่อ

ทั้งนี้ สถานทูตไทยที่อิสราเอลแจ้งว่าปัจจุบันสถานการณ์สู้รบในประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจขยายพื้นที่การทำสงครามไปตามเขตเมืองต่างๆ ดังนั้น จึงขอแจ้งให้อพยพคนไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอลกลับประเทศไทยโดยเร็ว หลังจากตนโทร.พูดคุยทำความเข้าใจกับนักศึกษาอาชีวะที่ฝึกประสบการณ์ตามโครงการดังกล่าวที่เหลือ อยู่ทั้ง 71 คน หากยังฝึกประสบการณ์วิชาชีพอยู่อาจได้รับผลกระทบ แม้สถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพจะอยู่ห่างจากพื้นที่การ สู้รบก็ตาม ซึ่งนักศึกษาทุกคนยืนยันด้วย ความเต็มใจว่าจะกลับประเทศไทยทันที โดยกำหนดการเดิมจะเดินทางกลับถึงประเทศ ไทยในวันที่ 30 ต.ค.66 จะถึงประเทศไทยเวลา 18.14 น. ที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หากสถานการณ์การสู้รบคลี่คลายลงแล้ว หากนักศึกษาประสงค์จะกลับมาฝึกประสบการณ์ต่อ ทางสอศ.จะเตรียมงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเดินทางกลับไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่อิสราเอลต่อไป

75น.ศ.ในอิสราเอลถึงไทยแล้ว
นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงความคืบหน้าในภารกิจอพยพคนไทยจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอลและกาซ่าว่า นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จำนวน 75 คน ซึ่งเดินทางไปศึกษาที่สถาบัน AICAT ศูนย์ฝึกอบรมด้านการเกษตรนานาชาติ ในเขตพื้นที่ทะเลทรายอาราวา พร้อมด้วยผู้ประสานงานนักศึกษาอีก 1 คน รวม 76 คน เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว โดยสายการบินแอลแอล เที่ยวบินที่ LY083 ออกเดินทางจากกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันที่ 30 ต.ค.66 และเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 16.50 น. วันเดียวกันนี้ ร่วมกับผู้โดยสารไทยอื่นๆ ในเที่ยวบินดังกล่าวรวม 310 คน

พบป่วยทางเดินหายใจอื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานผลการปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีอพยพคนไทยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ข้อมูลเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 30 ต.ค. โดยวันที่ 29 ต.ค.มีคนไทยเดินทางกลับมาอีก 3 ชุด จำนวน 340 คน เป็นชาย 331 คน หญิง 9 คน ผลคัดกรองและดูแลสุขภาพด้านร่างกาย พบอาการทางเดินหายใจ 2 ราย ส่วนด้านจิตใจพบมีความไม่สบายใจ 16 ราย เป็นระดับปานกลาง 15 ราย และระดับมาก 1 ราย

ส่วนภาพรวมการดูแลคัดกรองทั้งหมด 41 ชุด สะสม 6,804 คน เป็นชาย 6,688 คน และหญิง 136 คน พบมีอาการทางร่างกาย 102 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5 ได้แก่ บาดเจ็บ 20 ราย อาการทางเดินหายใจ 65 ราย โรคประจำตัว 3 ราย อาการทางผิวหนัง 12 ราย อาการไข้ออกผื่น 1 ราย และมีไข้ปวดศีรษะ 1 ราย ส่วนอาการทางจิตใจรวม 496 ราย คือ ไม่สบายใจระดับปานกลาง 418 ราย ระดับมาก 51 ราย ระดับมากที่สุด 27 ราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน