พ่อแม่รับศพด.ญ.วัย 14 ปี ที่โดดสะพานกรุงเทพเสียชีวิต พ่อลั่นดำเนินคดีตาเขยข่มขืนลูกสาวจนถึงที่สุด เผยโทร. มาต่อรองบอก ‘ตัวเองแก่แล้ว อยากจะให้เจรจากัน’ ขณะสภ.เมืองชุมพรเผยคดีคืบหน้า ส่งชายวัย 73 ผู้ก่อเหตุฝากขัง ได้ประกันชั้นศาล กำลังเร่งสรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อยื่นฟ้อง

จากกรณีด.ญ.วัย 14 ปี กระโดดสะพานกรุงเทพเสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยา เขตพื้นที่ สน.บางคอแหลม ส่วนบนสะพานพบกระเป๋าเป้สีดำ โทรศัพท์มือถือและรองเท้าผ้าใบสีขาว เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้เป็นพ่อเผยว่าลูกสาวเครียดหลายเรื่องนั้น

วันที่ 7 พ.ย. ที่อาคารภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช พ่อและแม่เลี้ยงของเด็กหญิงวัย 14 ปี เดินทางมาติดต่อขอรับศพเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนา

แม่เลี้ยงด.ญ.วัย 14 ปีเปิดเผยว่า เมื่อวานตอนเช้าลูกสาวเข้ามาหาก่อนไปโรงเรียนบอกว่า หนูขอกอดหน่อย ขอกำลังใจหน่อย จากนั้นก็ไปโรงเรียนแล้วก็มาทราบว่าเกิดเหตุขึ้น ก่อนหน้านี้ตนกับสามีเพิ่งประสานมูลนิธิปวีณาให้เข้าไปช่วยเหลือลูกสาวออกมาจากครอบครัวฝั่งแม่ที่จ.ชุมพร หลังทราบว่าลูกสาวถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นตาวัย 73 ปี ก่อเหตุข่มขืนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ นานกว่า 6 ปี จากนั้นรับมาอยู่ด้วยกันได้ 3 เดือน ก่อนหน้านี้ลูกสาวบอกว่าแม่แท้ๆ รวมถึงยายไม่ค่อยได้เลี้ยงดูเพราะทำงานไม่เป็นหลักแหล่ง จึงเอาน้องไปฝากไว้ที่บ้านน้องสาวของยายจนมาเกิดเหตุขึ้น ลูกสาวเคยพยายามขอความช่วยเหลือจากครอบครัวฝั่งแม่แล้วว่าถูกตาข่มขืน แต่กลับไม่มีใครเชื่อ บอกว่าลูกสาวสมยอมเอง กระทั่งลูกมาเจอพ่อและตน จึงขอความช่วยเหลือและให้ช่วยกันพาออกมา

แม่เลี้ยงด.ญ.วัย 14 ปีกล่าวอีกว่า ลูกสาวเคยอัดคลิปเสียงพูดคุยกับตาไว้ด้วยว่า ถ้ามีคนรู้ ตาจะทำอย่างไร ซึ่งตาก็ขู่ว่าถ้าเอาเรื่องที่ถูกกระทำไปบอกใครก็จะฆ่าทุกคนให้หมด หลังจากมาอยู่กับตนได้ประมาณ 3 เดือนลูกสาวไม่เคยเล่าเรื่องที่ทุกข์ใจให้ฟัง เป็นเด็กสดใส ร่าเริง ใช้ชีวิตตามประสาของเด็กตามปกติ ช่วงที่อยู่กับตนก็พยายามเยียวยาจิตใจลูกสาว ไม่พูดถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้น จึงไม่มีลางบอกเหตุและไม่คาดคิดว่าน้องจะตัดสินใจทำแบบนี้ แต่ก็เชื่อว่าสาเหตุเป็นเพราะเรื่องนี้ที่น้องเก็บสะสมมานานหลายปี เพราะน้องไม่มีเรื่องเครียดเรื่องอื่น มาอยู่กับตนก็สุขสบายดี หลังจากนี้ไปก็ขอให้ลูกสาวไปเกิดในภพภูมิที่ดี มีแต่คนรัก เจอคนดีๆ

ด้านพ่อด.ญ.วัย 14 ปีกล่าวว่า ตนขาดการติดต่อกับลูกสาวไปตั้งแต่ลูกสาวอายุ 2 ขวบ ที่ผ่านมาพยายามตามหาตลอด โดยโพสต์รูปลูกสาวทางโซเชี่ยลเพราะเชื่อว่าต้องมีคนเห็น จนเมื่อประมาณกลางปีที่ผ่านมาลูกสาวก็เจอกับตนในเฟซบุ๊กและได้พูดคุยกัน พอรู้ชัดเจนว่าเป็นพ่อลูกกันลูกสาวก็เล่าให้ฟังว่าถูกตาข่มขืนมานาน พ่อจะรับได้ไหม และขอความช่วยเหลือ ตนกับภรรยาจึงประสานมูลนิธิปวีณาเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีและช่วยพาลูกสาวออกมา ตอนนี้เรื่องคดีความผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวในชั้นตำรวจ ซึ่งตนมองว่าคดีแบบนี้ไม่สมควรได้รับการประกันตัว

พ่อเด็กหญิงกล่าวอีกว่า ผู้ก่อเหตุยังเคยโทร.มาขอเจรจากับตนไม่ให้ดำเนินคดี บอกว่า “ตัวเองแก่แล้ว อยากจะให้เจรจากัน” แต่ตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุดและให้ไปคุยกันที่ชั้นศาลเท่านั้น เพราะตามหาลูกสาวมานานมาก แต่สุดท้ายได้อยู่ด้วยกันแค่ไม่นาน อยากบอกลูกว่า “พ่อรักลูก และขอให้ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี” โดยทางครอบครัวจะรับร่างลูกไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านน้ำพุสูง ต.ห้อยโรง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัว และจะทำพิธีฌาปนกิจในวันที่ 9 พ.ย.

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ภานุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร กล่าวถึงความคืบหน้าคดีตาข่มขืนหลานสาววัย 14 ปีรายนี้ว่า เมื่อต้นเดือนก.ย.ผู้เสียชีวิตพร้อมบิดาเดินทางแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอายุ 73 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาเขยของผู้เสียชีวิต โดยสอบสวนร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา สหวิชาชีพ และได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จากนั้นนำตัวฝากขังศาลจังหวัดชุมพร ผู้ต้องหายื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวและศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว แต่ระหว่างดำเนินคดีบิดาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอคัดค้านประกันตัวชั่วคราว โดยนำหลักฐานคลิปเสียงในขณะเจรจาระหว่างผู้ต้องหากับบิดา ศาลพิจารณาแล้วปรากฏว่ายังไม่เป็นเหตุให้ถอนประกันแต่เพิ่มหลักทรัพย์ ซึ่งคดีมีความคืบหน้าตลอด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพนักงานสอบสวนติดต่อรับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.มอ.ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ถึงวันนี้ หลังจากนี้จะสรุปสำนวนการสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ในสำนวนแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน