นายกจี้เยียวยา อย่ามีร้องเรียน
7 ร่างคนไทยจากอิสราเอลถึงไทย 9 พ.ย. เป็นชุดที่ 4 ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินแอลแอล เที่ยวบิน LY081 รวมก่อนหน้านี้ 26 จากยอดเสียชีวิตทั้งหมด 34 ราย เหลืออีก 1 ร่างรอกำหนด ส่งกลับ รองนายกฯ ตั๊ก แจงภาพตัวประกันไม่แน่ใจใช่คนไทยหรือชาติอื่นที่ถูกจับตัว ไปด้วย เหตุภาพไม่ชัด แต่สีหน้าสดใส ไม่ถูกพันธนาการ แจ้งข่าวดีคนไทยเป็นกลุ่มแรก ที่ฮามาสจะปล่อยตัว ประสานผู้นำอียิปต์ ช่วยรับตัวผ่านชายแดน นายกฯ เร่งกระทรวงแรงงานจ่ายชดเชยเยียวยาแรงงาน สร้างความมั่นใจให้ตัดสินใจเดินทางกลับเพิ่ม
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลว่า ล่าสุด มีผู้เสียชีวิต 34 คน บาดเจ็บ 18 คน และถูกควบคุมตัว 24 คน ขณะนี้กำลังรอฟังข่าวดี แต่ยอมรับว่าในประเทศอิสราเอลมีการปฏิบัติกา รค่อนข้างหนักในฉนวนกาซ่า ทั้งนี้สำหรับตัวเลขแรงงานไทยในอิสราเอล จากที่ได้รับรายงาน เดิมมีประมาณ 30,000 คน กลับมาแล้วประมาณ 8,000 คน ยอมรับว่ายังเหลืออีกเป็นหมื่นคน แต่อยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเพิ่มเที่ยวบินเพื่อไปรับแรงงานไทยที่จะกลับใจเดินทางกลับประเทศไทย หรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า ตอนนี้แรงงานไทยในอิสราเอลไม่อยากกลับแล้ว และศูนย์ ที่รองรับผู้อพยพแรงงานไทยที่สถานทูตไทยประจำอิสราเอลจัดตั้งขึ้นได้ยุบไปแล้ว แต่ยังมีศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับคนไทยที่เปลี่ยนใจกลับ โดยจากข้อมูลที่ตนได้เดินทาง ไปประเทศกาตาร์และอียิปต์ได้รับข้อมูลจากผู้นำระดับนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ทราบว่า ตัวประกันยังอยู่ในเขตฉนวนกาซ่า เพียงแต่คนที่จับตัวไปมีกลุ่มอื่น 2-3 กลุ่ม ไม่ใช่กลุ่มฮามาสเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ตัวประกันน่าจะแยกกันอยู่ แต่หากมีการปล่อยตัวประกัน คิดว่าจะปล่อยในช่องทางที่ปลอดภัย เช่น ชายแดนประเทศอียิปต์ ซึ่งกระทรวง การต่างประเทศ ประสานงานกับอียิปต์ไว้แล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่ไทยสามารถไปรับตัวแรงงานไทย ในอิสราเอลที่ถูกปล่อยตัวในช่องทางนั้นได้
เมื่อถามถึงรายละเอียดเรื่องข่าวดีเรื่อง ตัวประกัน นายปานปรีย์กล่าวว่า จากที่ตน เดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ และได้รับข้อมูลมีการพูดคุยกันว่าคนไทยจะได้รับการปล่อยตัวเป็นกลุ่มแรก เมื่อถามย้ำว่าได้เห็นภาพคนไทยที่ถูกควบคุมตัวเป็นอย่างไรบ้าง นายปานปรีย์กล่าวว่า เห็นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไทยหรือไม่ เนื่องจากภาพเบลอ ไม่ชัด และเข้าใจว่ามีคนหลายสัญชาติ ที่ถูกจับไป
“ผู้ถูกควบคุมตัวก็มีผมสีดำเหมือนคนไทย จึงไม่แน่ใจว่าเป็นคนไทยหรือเป็นคนชาติอื่น ซึ่งเป็นภาพถ่ายที่นั่งขัดสมาธิ แต่ไม่ได้ดู รายละเอียดว่าบาดเจ็บหรือไม่ แต่มีสีหน้าที่สดใส ซึ่งอยู่ภายในห้อง และไม่แน่ใจว่าเป็นห้อง บนดินหรือห้องใต้ดิน แต่ไม่ได้ถูกพันธนาการ ส่วนจะเป็นภาพเดิมที่เคยออกสื่อหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่เห็นว่าภาพที่ออกสื่อ เป็นอย่างไร” นายปานปรีย์กล่าว
นายปานปรีย์กล่าวกรณีภาพตัวประกัน ที่ได้เห็น ไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ใช่หรือไม่ ว่า คงลำบากเพราะไม่ใช่ภาพที่มีแต่คนไทยอย่างเดียว แต่มีชาติอื่นด้วย
เมื่อถามว่า ทางประเทศมาเลเซียช่วยไทยอย่างไรบ้าง นายปานปรีย์กล่าวว่า ต่างคนก็ต่าง มีเครือข่าย ก็ช่วยๆ กัน เราไม่ได้เกี่ยงว่าใครเป็นคนไปเจรจา ถ้าเจรจาแล้วมีความสำเร็จ ก็ยินดี ส่วนที่มีกลุ่มของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ไปช่วยเจรจาด้วยนั้น ก็เป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการไปช่วยอีกทางหนึ่ง แต่ในส่วนของตนไปพบผู้นำของแต่ละประเทศ ที่มีความใกล้ชิดกับทางฮามาส ถือว่าไม่เป็นไร ต่างคนต่างช่วย ต่างทำความเข้าใจ ว่าประเทศไทย ไม่ได้เป็นศัตรูกับกลุ่มฮามาส เรื่องนี้ใครช่วยได้ก็ดี
เมื่อถามว่า เท่าที่มีการไปพูดคุยกับประเทศต่างๆ มีแนวโน้มหรือไม่ว่ากลุ่มฮามาสจะปล่อย ตัวประกันไทย นายปานปรีย์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ขอให้เขาปล่อยคนของเรา ซึ่งเชื่อว่าประเทศอื่นๆ ที่มีตัวประกันอยู่ก็ทำเช่นนี้เหมือนกัน แต่ตนไม่แน่ใจว่าประเทศอื่นๆ ได้ไปพบผู้นำของ 3 ประเทศที่ตนได้ไปพบหรือไม่ เพราะตน ได้เดินทางไปพบผู้นำกาตาร์ อิหร่าน และอียิปต์ ซึ่งได้เป็นการพบกันแบบตัวต่อตัว และได้ปรึกษาหารือกับผู้นำประเทศอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่แค่ 3 ประเทศนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ได้กำชับหรือเร่งรัดอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า ไม่มี ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ
เมื่อถามถึงกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตือนคนไทยที่อยู่ในประเทศใกล้เคียงกับอิสราเอล หากสงครามลุกลามไปถึงประเทศเหล่านั้นหรือไม่ นายปานปรีย์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น วันนี้เราทำในส่วนของอิสราเอล ซึ่งได้ทำตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว โดยสามารถนำคนกลับมาได้มากถึง 35 เที่ยวบิน ซึ่งถือว่าเยอะมาก ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. ถึง 4 พ.ย. นำคนกลับมาได้ 8 พันคน และเข้าใจว่าคนที่กลับมาก็มีความสุขดี ส่วนคน ที่อยู่เขาก็เต็มใจอยู่
ด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าเงินชดเชยแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ว่า เรื่องการชดเชยค่าแรงแรงงานไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอล หรือการเบิกค่าเครื่องบิน ตามข่าวมีเสียงบ่นมา ซึ่งตนได้สั่งการรมว.แรงงานไปว่าให้ไปกำกับดูแลให้ดี และให้แน่ใจว่าคนที่ควรได้ จะต้องได้ ในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพราะไม่อยากให้มีปัญหาเกิดขึ้น และมีการไปพูดที่อิสราเอลว่ากลับมาแล้วไม่ได้เงิน เดี๋ยวจะไม่ยอมกลับมาอีก ตรงนี้ก็รับไปแก้ไข
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งกำหนดการส่งร่างผู้เสียชีวิตชุดที่ 4 จำนวน 7 ร่าง จากอิสราเอล โดยจะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยเที่ยวบินของสายการบิน แอลแอล เที่ยวบินที่ LY081 ในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 12.15 น. ดังนี้ 1.นายเศรษฐา โฮมสร 2.นายดัว แซ่ย่าง 3.นายไกรสร อรัญถิตย์ 4.นายเกียรติศักดิ์ พาที 5.นายธวัชชัย แซ่ท้าว 6.นายศรายุทธ ปั้นกิจวานิชเจริญ และ 7.นายปพนธนัย โป่งเครือ
ก่อนหน้านี้ สถานทูตได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศแล้ว 3 ครั้ง รวม 26 ราย โดยครั้งที่ 1 จำนวน 8 ศพและครั้งที่ 2 จำนวน 7 ศพ และครั้งที่ 3 จำนวน 11 ศพ เมื่อ 20 ต.ค.และ 26 ต.ค. 66 และ 1 พ.ย. ตามลำดับ และรวมครั้งที่ 4 เป็น 33 รายเหลืออีก 1 ร่างรอกำหนดส่งกลับ