โยงบรรทุกเกินกม. ทับพังท่อร้อยสายไฟ สุขุมวิทอัมพาตครึ่งวัน กฟน.แจ้งจับเจ้าของ

กรุงวุ่นรถติดหนึบ สิบล้อบรรทุกดินตกหลุมท่อร้อยสายไฟกลางถนนสุขุมวิท ช่วงซอยสุขุมวิท 64/1 เผยบรรทุกดินจากไซต์งานก่อสร้างคอนโดฯ ห่างไปไม่ไกล แต่น้ำหนักบรรทุกทำคานเหล็กที่รองรับแผ่นปูนปิดท่อหักจนพังครืน งัดหนุ่มไรเดอร์กระเด็นลอยทั้งรถทั้งคนบาดเจ็บ และรถแท็กซี่พังไปด้วยอีกคัน ผู้ว่าฯ ชัชชาติรุดตรวจที่เกิดเหตุ คาดบรรทุกเกินกำหนดเร่งสอบสวน จ่อผุดด่านชั่งน้ำหนักของ กทม. รองผู้ว่าฯ กฟน.ยืนยันก่อสร้างตามมาตรฐานรับน้ำหนักได้ถึง 28 ตัน ก่อนส่ง จนท.แจ้งความเจ้าของรถไม่ให้ความร่วมมือชั่งน้ำหนักดินที่บรรทุกมา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ย. พ.ต.ท.สาธิต ศรีโหมด สว.สอบสวนคดีจราจร สน.พระโขนง รับแจ้งเหตุถนนทรุดตัว ซอยสุขุมวิท 64/1 ถนนสุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภพธร จิตมั่น ผกก.สน.พระโขนง และเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงพระโขนงและกู้ภัยบางนาไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสุขุมวิท (ขาเข้า) มุ่งหน้าพระโขนง เป็นถนน 3 ช่องจราจร ในช่องทางกลางพบรถบรรทุกสิบล้ออีซูซุ ทะเบียน 83-7281 นนทบุรี ที่กลางกระจกรถด้านหน้าติดสติ๊กเกอร์รูปดาวและมีอักษร B อยู่ตรงกลาง บรรทุกดินมาเต็มคันตกลงไปในบ่อพักร้อยท่อสายไฟฟ้า ความกว้าง 8 คูณ 8 เมตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ปิดการจราจรในถนนสุขุมวิท (ขาเข้า) จากแยกบางนา มุ่งหน้ามาทางพระโขนง เพื่อยกรถบรรทุกคันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำรถแบ๊กโฮและรถเครนขนาดใหญ่จำนวน 2 คันของบริษัทเอกชนที่สามารถยกน้ำหนักได้ 100 ตัน มาเตรียมดำเนินการยกรถบรรทุกสิบล้อ ออกจากผิวการจราจร ในขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่จะใช้รถแบ๊กโฮตักดินออกจากกระบะของรถสิบล้อ นำไปใส่ในรถบรรทุกที่เตรียมไว้ ก่อนใช้รถเครนขนาดใหญ่ทั้ง 2 คันยกส่วนหัวรถและส่วนท้ายรถสิบล้อออกมาจากบ่อพักที่เกิดเหตุได้ในเวลา 18.20 น. จากนั้นเร่งดำเนินการเชื่อมเหล็กคานกลางของบ่อและปิดฝาบ่อให้เรียบร้อยก่อนเปิดการจราจรต่อไป

อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อนายสุรชัย ตรงสาลี อายุ 37 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เบื้องต้นส่งรักษาที่ ร.พ.รวมใจรักษ์ อาการปลอดภัย และส่งผลให้การจราจรบนถนนสุขุมวิทที่คับคั่งอยู่แล้วติดขัดเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเข้าเเจ้งความที่ สน.พระโขนง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการเอาผิดกับทางเจ้าของรถบรรทุก หลังรถบรรทุกสิบล้อคันที่เกิดเหตุไม่ยอมให้ความร่วมมือในการตรวจสอบชั่งน้ำหนักของดินที่บรรทุกมา

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. รุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยมีนางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง ร่วมลงพื้นที่ โดยนายชัชชาติกล่าวว่า หลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของรถบรรทุกจะนำเครนมายกรถบรรทุกขึ้น โดยมีผู้รับเหมาการไฟฟ้านครหลวง (MEA) คอยช่วยดู ทั้งนี้จะต้องดำเนินการด้วยความปลอดภัย เพราะถึงแม้รถบรรทุกจะมีความสมดุล แต่ไม่มั่นคง ดังนั้นต้องทำด้วยความระมัดระวัง รวมถึงไม่ให้ฝาบ่อพักทั้ง 4 แผ่นร่วงลงไปในบ่อ ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะอาจจะมีการนำแผ่นฝาบ่อกลับมาใช้ซ้ำ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบจะเห็นได้ว่าฝาบ่อพักทั้ง 4 แผ่นไม่ได้หัก แต่คานเหล็กที่อยู่ใต้ฝาบ่อพักหักลงทำให้บ่อยุบลงไป หลังจากนี้จะมีการตรวจสอบว่ารถคันดังกล่าวบรรทุกดินมาเกินกำหนดหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าวิ่งเข้ามาในช่วงเวลาที่ตำรวจอนุญาตให้วิ่งได้เวลา 10.00-15.00 น. ส่วนแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้นั้น หลังจากนี้หน่วยงานของ กทม.จะต้องมีการวัดหรือชั่งน้ำหนักรถที่บรรทุกที่เข้ามาในกรุงเทพฯ เอง นอกเหนือจากหน่วยงานหลักที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ตกสุขุมวิท – สภาพรถ 10 ล้อบรรทุกดิน ตกลงไปในบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้าที่คานแผ่นเหล็กพังยุบกลางถนนสุขุมวิท ขาเข้า ช่วงซอยสุขุมวิท 64/1 เขตพระโขนง กทม. ทำให้การจราจรกลางกรุงเป็นอัมพาต เมื่อวันที่ 8 พ.ย.

เบื้องต้นจุดที่ตกเป็นปากอุโมงค์ที่การไฟฟ้าฯ ขุดไว้สำหรับนำสายลงใต้ดิน กลางวันจะมีแผ่นคอนกรีตปิดไว้มีคานรองรับ ส่วนกลางคืนหลังเวลา 22.00 น. จะเปิดให้คนงานลงไปทำงาน ต่อไปคงต้องเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาวางมาตรการเรื่องความปลอดภัยบนถนนใน กทม.กันใหม่ สำหรับบ่อที่รถสิบล้อตกลงไปเป็นบ่อสายไฟฟ้าลงดินของการไฟฟ้าที่มีอยู่ประมาณ 700 บ่อทั่วกรุงเทพฯ แม้รถสิบล้อคันดังกล่าวจะขับตรงตามเวลาที่กฎระเบียบกำหนด แต่คาดว่าบรรทุกน้ำหนักมาประมาณ 36 ตัน เกินจากที่กำหนดไว้ที่ 35 ตัน สาเหตุคาดว่าเกิดจากคานเหล็กหัก จากการที่ฝาบ่อปิดไม่เรียบ หากฝาบ่อปิดต่ำหรือสูงกว่าระดับถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อมีรถขับมาทับในบริเวณดังกล่าวบ่อยๆ จะทำให้เกิดแรงกระแทกลงน้ำหนักมาเรื่อยๆ จนทำให้คานเหล็กหักและบ่อทรุดตัว คาดว่าใช้เวลานานพอสมควรในการแก้ไข อาจแล้วเสร็จไปถึงช่วงเย็น

ด้านนายวิศณุกล่าวว่า เบื้องต้นสาเหตุยังไม่มีการสรุป ส่วนกระบวนการต่อไป เจ้าของรถบรรทุกจะนำรถแบ๊กโฮมาตักแบ่งดินในรถบรรทุกเพื่อลดน้ำหนักรถ รวมถึงชั่งน้ำหนักดินที่มีการตักแบ่ง ก่อนจะดึงรถบรรทุกขึ้นจากถนน จากนั้นจึงจะทำการซ่อมแซมปากบ่อท่อร้อยสายไฟฟ้า พร้อมเสริมคานรับน้ำหนักบริเวณปากบ่อจากเดิมคาน 1 ตัวเป็น 2 ตัว รวมทั้งปูแผ่นรับน้ำหนัก ตลอดจนปรับปรุงถนน เพื่อเปิดการจราจรต่อไป

ขณะที่นายศักดิ์มงคล ทาสะโก อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุกให้การว่า ขับออกมาจากไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 64/2 เพื่อบรรทุกดินไปยังปริมณฑล กำลังบรรทุกดินออกมาเพียงไม่กี่ร้อยเมตร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุแผ่นคอนกรีตบริเวณล้อหลังทรุดตัวลงทำให้หน้ารถลอยขึ้น ทำให้ตกใจมากรีบลงจากรถ และเห็นว่ารถแท็กซี่ที่ขับตามหลังมาเสียหาย 1 คัน ส่วน ไรเดอร์ที่ได้รับบาดเจ็บ ตนไม่เห็น ส่วนตัวเพิ่งขับรถบรรทุกเป็นครั้งแรก และเป็นเที่ยวแรก ไม่ทราบว่าน้ำหนักเกินหรือไม่ เพราะตอนตักดินใส่รถไม่ได้มีการชั่งน้ำหนัก แต่ยืนยันว่าไม่ได้บรรทุกเกิน คาดว่าน่าจะหนักที่ประมาณไม่เกิน 20 ตัน

ขณะที่นายฐิติวุฒิ เงินคล้าย รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เผยว่า จากเหตุที่เกิดขึ้น พบความเสียหายที่ปากบ่อพักสายไฟสำหรับลงดิน คานรับน้ำหนักหักลง ส่วนแผ่นปูนไม่ได้มีความเสียหาย ยืนยันว่าการก่อสร้างเป็นไปตามแบบและมาตรฐานที่ยื่นต่อกทม. ที่สามารถรับน้ำหนักขั้นต่ำได้ 28 ตัน และใช้งานมากว่าหนึ่งเดือนแล้ว ประกอบกับที่ผ่านมาตรวจสอบความคงทนแข็งแรงมาโดยตลอด ขณะนี้ยังไม่ระบุระดับความเสียหายได้ เนื่องจากยังไม่เห็นโครงสร้างภายในและยังไม่มีการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกดังกล่าวออกไป แต่หากเคลื่อนย้ายรถบรรทุกดังกล่าวออกไปได้แล้วคาดว่าใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ในการซ่อมแซมและคืนผิวจราจรทั้งหมดไม่เกินเที่ยงคืนนี้เป็นอย่างเร็ว

เมื่อถามว่าจะซ่อมแซมอย่างไร นายฐิติวุฒิระบุว่าจะเปลี่ยนแผ่นปูนทั้ง 4 แผ่นใหม่ทั้งหมด และจะใช้คานตัวใหม่มารองรับ ส่วนจะเพิ่มคานรอบรับตามที่ผู้ว่าฯ กทม. พูดไปก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ต้องปรึกษากับทีมวิศวกรและทางกรมโยธาก่อนว่าจะดำเนินการใช้คานจำนวนเท่าไหร่ หรือจะปรับโครงสร้างคานใหม่หรือไม่ แต่ยืนยันจะคำนึงเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นหลัก

ส่วนการดำเนินการเอาผิดขอตรวจสอบว่าเป็นความผิดในส่วนไหน และจะดำเนินการในภายหลัง

วันเดียวกัน นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เผยถึงสติ๊กเกอร์รูปดาวและ มีอักษร B อยู่ตรงกลาง ที่ติดกระจกหน้ารถคันที่เกิดเหตุว่า เป็นไปตามที่สังคมตั้งข้อสงสัย เป็นสติ๊กเกอร์ที่ใช้เฉพาะกลุ่มเพื่อแสดงตัวตนว่าได้รับอนุญาตให้ขับในพื้นที่กรุงเทพฯ การจะได้สติ๊กเกอร์นี้เจ้าของรถ จะต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าจ่ายส่วย และตามมาด้วยการติดสติ๊กเกอร์นี้เพื่อยืนยันว่าจ่าย

“ผมขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยของประชาชนจากการวิ่งรถบรรทุกยังคงยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยที่รถขนาดใหญ่ซึ่งอาจจะบรรทุกน้ำหนักเกิน ใช้ถนนในเมือง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายและอุบัติเหตุดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย้อนกลับไปเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา คือ วันที่ 6 พฤศจิกายน ช่วงประมาณ 21.45 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ตกหลุมใกล้แยกถนนศรีอยุธยาตัดถนนราชปรารภ พื้นที่เขตราชเทวี เหตุการณ์เกิดขึ้นทันทีหลังรถบรรทุกคันหนึ่งขับผ่านจุดดังกล่าว จึงมีการตั้งสมมติฐานว่า รถบรรทุกที่ขับผ่านไปน้ำหนักเกิน ส่งผลให้แผ่นคอนกรีตร่วงลงไปและถนนก็ทรุดเป็นหลุม” นายอภิชาติกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน