กฎหมายกำหนดแค่25เค้นโชเฟอร์-ขยายผลนายกฯสั่งล้างบางส่วยเร่งสอบปมสติ๊กเกอร์

ตร.ลากรถบรรทุกดินตกหลุมท่อร้อยสายไฟกลางถนนสุขุมวิท ขึ้นตาชั่งกรมทางหลวง ผลชัดน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนดถึง 12.45 ตัน ยังไม่รวมดินที่ร่วงลงบ่อที่เกิดเหตุอีกมหาศาล นายกฯ สั่งเร่งสางรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ‘บิ๊กต่อ’ ลั่นหากโยงส่วยไม่เอาไว้ น.1 สั่งบก.น.5 ตั้งกก.สอบด่วน ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เช็กย้อนหลังจากระบบเอไอ พบรถที่เกิดเหตุเคยโหลดมากถึง 61 ตัน ปธ.สมาพันธ์ขนส่งย้ำส่วยชัวร์ ชี้เส้นใหญ่ถึงกล้าทำลายหลักฐานต่อหน้าต่อตา

นายกฯชี้ปมส่วยสติ๊กเกอร์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลถึงปัญหาส่วยสติ๊กเกอร์ โดยล่าสุดเกิดเหตุรถบรรทุกดิน ตกบ่อของการไฟฟ้า บนถนนสุขุมวิท 64/1 จนพังเสียหาย ก่อนพบรถคันดังกล่าวมีสติ๊กเกอร์รูปดาวสีเขียว อักษร B ติดอยู่ จนมีข้อสงสัยเป็นส่วยสติ๊กเกอร์ ว่า รับทราบปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน ต้องประสานกับกระทรวงคมนาคมและกรุงเทพมหานคร รวมถึงฝ่ายของกรมทางหลวง ด้วยเช่นกัน

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ฟาง พอเกิดเรื่องขึ้นมาค่อยแก้ไขปัญหา แล้วลืมกันไป รวมถึงปัญหาเรื่องทุจริต แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้เพียงอย่างเดียว รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุกปัญหา และจะแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ไม่อยากให้เกิดพอมีปัญหา ค่อยมาแก้ แก้แล้วก็ลืม พยายามตอกย้ำไปตลอดเวลา

‘บิ๊กต่อ’สั่งเร่งสาง

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เผยว่า เรื่องดังกล่าว บช.น. ที่ดูแลรับผิดชอบมีหน้าที่ตรวจสอบว่า สติ๊กเกอร์ที่พบมีตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับผลประโยชน์หรือไม่ คงไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไร เพราะแบ่งหน้าที่กันไปแล้ว ทุกคนรู้หน้าที่ดี แต่การ กล่าวหาว่าสติ๊กเกอร์ดังกล่าวเป็นส่วยสติ๊กเกอร์ตามที่สังคมเรียกกันนั้นควรมีหลักฐาน การ กล่าวหาโดยเลื่อนลอย แม้จะเป็นการตั้งข้อสังเกตของสังคม แต่ทำให้องค์กรตำรวจหรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นได้

“ผมยืนยันว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นส่วยสติ๊กเกอร์ที่มีการเรียกรับผลประโยชน์ของตำรวจจริง ในฐานะผบ.ตร. จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่เอาไว้อย่างแน่นอน แต่เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนจึงยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ผมเน้นย้ำกับข้าราชการตำรวจมาตลอดว่า จะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น” ผบ.ตร.กล่าว

น้ำหนักเกิน – จนท.ชั่งน้ำหนักรถ 10 ล้อบรรทุกดินที่ตกบ่อร้อยสายไฟฟ้าถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง กทม. ชั่งได้ 37.45 ตัน เกินกว่ากฎหมายกำหนดที่ 25 ตัน เตรียมขยายผลเอาผิดพร้อมเร่งสอบปมสติ๊กเกอร์ส่วย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.

ตั้งกก.สอบส่วย

วันเดียวกัน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงการปรากฏข้อมูลว่ารถยนต์บรรทุกคันเกิดเหตุ มีสติ๊กเกอร์หน้ารถบรรทุก พบว่าเป็นรูปดาวมีตัวอักษร B สีเขียว ทำให้เกิดเป็นประเด็นที่เคลือบแคลงสงสัยต่อประชาชนโดยทั่วไป ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ว่าเกี่ยวข้องกับส่วยสติ๊กเกอร์หรือไม่

ล่าสุด พ.ต.อ.วิทวัฒน์ลงนามคำสั่งกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ที่348/ 2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ฉะนั้น เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่รับ ผิดชอบมีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ และกรณีดังกล่าวจะมูลอันเป็นการกระทำความผิดทางวินัยตำรวจหรือไม่

โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รองผบก.น.5 เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.สุนทร ไชยรักษา ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.น.5 เป็นคณะกรรมการ พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ รองผกก.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร เป็นคณะกรรมการและเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วเสนอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง มาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

‘บิ๊กโจ๊ก’เค้นโชเฟอร์

ส่วนที่ สน.พระโขนง นายศักดิ์มงคล หรือ บอย ทาสะโก คนขับรถบรรทุกคันเกิดเหตุ เข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามเข้าไปสอบถามว่า รถที่บรรทุกดินออกมาได้มีการชั่งน้ำหนักมาก่อนหรือไม่ แต่นายบอยปฏิเสธไม่ตอบคำถาม และพยายามรีบเดินหลบกลุ่มผู้สื่อข่าวออกไป ก่อนตะโกนบอกสื่อมวลชนว่าไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ อีกแล้ว ก่อนเดินขึ้นบนชั้นที่ 2 ของสน.พระโขนงทันที ส่วนรถบรรทุกคันที่เกิดเหตุตำรวจ สน.พระโขนง นำไปจอดบริเวณเกาะกลาง ใต้ทางรถไฟฟ้า และนำผ้าใบมาปิดด้านบนกระบะไว้ เพื่อรอการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้าร่วมประชุมกับ พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ. โอภาศ หาญณรงค์ ผกก.สน.พระโขนง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และร่วมสอบปากคำ คนขับรถบรรทุก และติดตามคดีที่เกี่ยวข้อง กับส่วยรถบรรทุก โดยใช้เวลาประมาณ 1 ช.ม.

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า รถคันเกิดเหตุเป็นรถสิบล้อ 3 เพลา น้ำหนักบรรทุกต้องไม่เกิน 25 ตัน ถ้า ตรวจสอบพบว่าน้ำหนักเกินจะถูกดำเนินคดีแน่นอน คาดว่าไม่เกินช่วงเย็นจะมีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงพร้อมอุปกรณ์มาชั่งตรวจสอบ ส่วนกรณีที่มีผู้ประกอบการตักดินออกไปนั้น ต้องตรวจสอบว่าเป็นการปล่อยปละละเลยให้ทำลายหลักฐานหรือไม่นั้นจะมาไล่เรียงดูในวันนี้ หากรู้อยู่แล้วว่าน้ำหนักเกินและมาตักดินออกไปถือว่ามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เปิดไซต์งานให้นำดิน ไปเทนั้นจะมีความผิดหรือไม่ กำลังจะมาดู รายละเอียดในส่วนนี้ต่อไป ขณะที่เส้นทางของรถบรรทุกจะนำดินไปทิ้งนั้น ต้องผ่าน กี่สน. มีสน.ไหนบ้างที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลแล้ว พบมี 2-3 สน.ที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นได้แจ้งดำเนินคดีนายศักดิ์มงคล 1 ข้อหา ฐานขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ส่วนทางคดีแพ่ง พนักงานสอบสวนจะดำเนินการเรียกผู้เสียหายทั้งหมดมาเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้รับเหมา

ลุยรถน้ำหนักเกิน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญลำดับแรกที่จะต้องดำเนินการคือการชั่งน้ำหนักรถบรรทุกทั้งหมดที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร และกวดขันห้วงเวลารวมถึงเส้นทางการเดินรถเพื่อแก้ปัญหาจราจรติดขัดในพื้นที่ ซึ่งได้ประสานกรมทางหลวงให้ช่วยนำตาชั่งออกมาตั้งในพื้นที่ ในแต่ละ สน. รวมถึงหน้าพื้นที่ก่อสร้างเพื่อตรวจน้ำหนักรถบรรทุก ทุกคัน และเตรียมเชิญผู้ประกอบการรถบรรทุกทั้งหมดมาพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายรถบรรทุกด้วย

“ผมจะทำให้เป็นคดีตัวอย่างเกี่ยวกับ รถบรรทุกน้ำหนักเกิน ตั้งแต่การดำเนินคดี กับคนขับ ย้อนไปถึงเจ้าของว่าคือใคร รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ รู้น้ำหนัก และวงรอบการวิ่งของรถหรือไม่ หากรู้เห็นเป็นใจจะดำเนินการกับเจ้าของด้วย ส่วนเหตุที่มีการขับรถบรรทุกที่ตักดินออกไปทั้งที่รู้ว่ารถบรรทุกมีน้ำหนักเกินนั้น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดร่วมกันและเรื่องสติ๊กเกอร์ จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่ามีหรือไม่ ผมยังไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสติ๊กเกอร์ “ตัว B” ที่ติดอยู่ที่กระจกด้านหน้ารถบรรทุก ตั้งแต่เข้ามารับผิดชอบงานใน ส่วนนี้ ได้ดูสถิติย้อนหลังเกี่ยวกับการจับกุมรถบรรทุก พบที่ผ่านมาไม่ได้มีการจับกุม รถบรรทุกที่มีน้ำหนักเกิน มีเพียงจับกุมรถบรรทุกที่ทำของตกหล่นบนท้องถนนเท่านั้น จากนี้ไปจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ปล่อยไปไม่ได้อีกแล้ว” รองผบ.ตร. กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงเรื่องส่วยเฉพาะกิจว่า วันนี้จะมาดูว่าส่วยสติ๊กเกอร์มีหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นที่สังคมตั้ง ข้อสังเกตมานาน และกรณีที่สติ๊กเกอร์เป็น รูปดาวมีตัวอักษรทั้งภาษาอังกฤษตัวบีนั้น เชื่อมโยงไปถึงเสี่ยบิ๊กนั้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ยังไม่ได้รับข้อมูลขอคุยกับผู้กำกับก่อน

ผลตรวจเกินกม. 12 ตัน

ต่อมาเวลา 17.00 น. บริเวณด้านหน้า สน.พระโขนง พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.ผบก.น.5 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น, พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.น.5 นางสายทิพย์ สุคนธ์มณี ผู้อำนวยการเขตพระโขนง นายสราวุธ อนันต์ชล ส.ก.เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล พ.ต.อ.โอภาส หาญณรงค์ ผกก.สน.พระโขนง พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง, สำนักการโยธา เขตพระโขนง กรมขนส่งทางบก และสำนักงานเขตพระโขนง ร่วมกันนำตาชั่งลักษณะเป็นแผ่นรอง เพื่อวัดน้ำหนักจากบริเวณช่วงล้อรถ ของรถบรรทุกสิบล้อที่ เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถเครนเอกชนนำมายกเพื่อให้ลอยขึ้น เนื่องจากรถดังกล่าวไม่ สามารถสตาร์ตเครื่องได้ จากนั้นเริ่มชั่งจากล้อคู่หน้าและคู่กลางไปจนถึงคู่หลัง

ผลจากการชั่งน้ำหนักช่วงล้อคู่หน้า น้ำหนัก 5,100 ก.ก. ส่วนเพลาล้อกลาง น้ำหนัก 16,400 ก.ก. และเพลาคู่หลัง น้ำหนัก 15,950 ก.ก. รวมน้ำหนัก 37,450 ก.ก.หรือ 37.45 ตัน ซึ่งตามกฎหมาย ห้ามเกิน 25 ตัน เท่ากับรถบรรทุกคันดังกล่าวมีน้ำหนักเกินมา 12.45 ตัน หรือ 12,450 ก.ก.

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนการชั่ง เจ้าหน้าที่นำดินทั้งหมดที่มีการนำไปทิ้งกลับมาใส่ที่เดิม เนื่องจากมีการบันทึกคลิปวิดีโอขณะที่นำ ไปทิ้งที่ไซต์งานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีดินบางส่วนที่หล่นลงไปในท่อยังไม่มีการนำมารวมชั่ง หากรวมน้ำหนักจะเกินไปมากกว่านี้ ส่วนการแจ้งข้อหาหรือการดำเนินคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะแจ้งข้อหาเพิ่มในส่วนใดบ้าง

‘ชัชชาติ’คะเนเกิน 45 ตัน

ที่ศาลาว่าการกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงความคืบหน้าเหตุรถสิบล้อบรรทุกดินทรุดลงไปในบ่อพักท่อร้อยสายไฟของการไฟฟ้านครหลวง บริเวณซอยสุขุมวิท 64/1 ซึ่งคล้ายคลึงกับเหตุที่ราชปรารภว่า สาเหตุน่าจะมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ คุณภาพของการก่อสร้าง และรถบรรทุกน้ำหนักเกิน ตามกฎหมายทางหลวง รถบรรทุกสิบล้อสามารถบรรทุกได้ 25 ตัน แต่รถคันที่เกิดเหตุคำนวณจากสายตา บรรทุกเกินถึง 45 ตัน แต่ต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับน้ำหนักรถบรรทุก เป็นความ รับผิดชอบของ กทม.ร่วมกับตำรวจ ปัจจุบัน พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 กำหนดให้ทางหลวงท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล กทม.จะเป็น ผู้ออกกำหนดน้ำหนักรถบรรทุกตามประกาศผู้อำนวยการทางหลวงท้องถิ่น ฉบับลงวันที่ 31 มีนาคม 2565 เรื่อง ห้ามใช้ยานพาหนะ ที่มีน้ำหนักบรรทุก หรือน้ำหนักลงเพลา เกินกว่าที่ได้กำหนด หรือโดยที่ยานพาหนะนั้นอาจทำให้ทางหลวงเสียหาย เดินบนทางหลวงท้องถิ่น ในเขตความรับผิดชอบ ของกรุงเทพมหานคร

โดยทั่วไปการกำหนดน้ำหนักรถบรรทุกต้องเป็นเหมือนกันทุกท้องถิ่น แต่การ บังคับใช้ที่ผ่านมา กทม.ไม่เคยชั่งน้ำหนัก รถบรรทุก เพราะส่วนใหญ่ด่านชั่งน้ำหนักอยู่ในทางหลวงชนบท โดยหลังจากนี้ กทม.จะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศกิจมีอำนาจในการจับกุม ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเพื่อฟ้องศาลต่อไป โดยผู้กระทำความผิดจะมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ผงะพบเคยบรรทุก 61 ตัน

“กทม.อยู่ระหว่างศึกษาวิจัยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตรวจวัดน้ำหนักรถบรรทุก เรียกว่าระบบ Bridge Weight Motion จากการตรวจสอบในระบบดังกล่าวพบว่า รถบรรทุกคันที่เกิดเหตุ บรรทุกน้ำหนัก 61 ตัน เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา อนาคตอาจใช้ระบบนี้บันทึกข้อมูลรถบรรทุก เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี คาดว่าจะสรุปผลวิจัยได้ภายใน 2 เดือนนี้ หลังจากนั้นจะใช้งบประมาณกลาง ในการจัดซื้อ ก่อนที่จะกระจายติดตั้งทั่ว กทม.ประมาณ 10 จุด” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

นายชัชชาติกล่าวถึงมาตรการระยะสั้นว่า กทม.จะจับมือกับกรมทางหลวงนำเครื่องชั่งน้ำหนักแบบเคลื่อนที่มาติดตั้งที่สะพานในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจะจัดหาเอง เบื้องต้นเมื่อเช้านี้สั่งการให้ตรวจสอบวัดน้ำหนัก 371 ไซต์ก่อสร้างที่มีการขุดดิน ส่วนใหญ่เป็นไซต์ของทางราชการ เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งเจ้าของโครงการและผู้รับเหมาที่ได้รับการว่าจ้างต้องดำเนินการให้ได้ตามมาตรฐานด้วย ขณะที่งานก่อสร้างบ่อพักท่อร้อยสายไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ 879 แห่งต้อง ตรวจสอบด้วยเช่นกัน

“เมื่อวานนี้ผมได้พบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หารือถึงการกำกับดูแล โดยเน้นย้ำ 2 เรื่อง คือรถบรรทุกต้องไม่บรรทุกเกินและวิ่งตามกำหนดเวลา หลังจากนี้จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะเดินทางสัญจรได้อย่างปลอดภัย และเย็นนี้หากได้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบเคลื่อนที่จากกรมทางหลวงเพิ่มมาอีก 1 เครื่อง จะไปสุ่มตรวจในไซต์งาน อาจจะจับได้สัก 1-2 ราย ส่วนกรณีที่โซเชี่ยลสงสัยว่าสำนักงานเขตจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับส่วยหรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่าไม่น่าเกี่ยวข้อง เนื่องจาก กทม.ไม่มีอำนาจในการชั่งน้ำหนักและจับกุม ทั้งนี้ได้กำชับไปที่สำนักงานเขต ขอให้ตรวจสอบไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่ด้วย กรณีพบรถบรรทุกน้ำหนักเกินออกมาจาก ไซต์งาน อาจมีโทษถึงขั้นสั่งให้หยุดการก่อสร้าง” นายชัชชาติกล่าว

ปธ.ขนส่งย้ำส่วยชัวร์

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ถึงกรณีรถบรรทุก ตกถนนบริเวณฝาท่ออุโมงค์สายไฟฟ้าและสายสัญญาณน้ำ บริเวณซอยสุขุมวิท 64/1 ว่าเป็นผลมาจากการบรรทุกน้ำหนักเกิน ซึ่งบริเวณหน้ารถมีสติ๊กเกอร์รูปดาวสีเขียวติดอยู่

นายอภิชาติยืนยันว่า รถดังกล่าวเป็นรถที่จ่ายส่วยเพื่อวิ่งนอกเวลาและบรรทุกน้ำหนักเกินแน่นอน ต้องจ่ายให้กับหลายหน่วยงานเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถของตนเอง เพราะไม่เช่นนั้นในกรุงเทพฯ ที่มีสี่แยกจำนวนมากมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ หากไม่มีสติ๊กเกอร์ต้องถูกเรียกจอด เพื่อตรวจสอบทุกจุด สังเกตว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเกิดเหตุลักษณะเดียวกันที่บริเวณถนนราชปรารภ น่าจะเป็น รถบรรทุกคันเดียวกัน และเหตุการณ์ล่าสุดยังสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยและอุบัติภัยจึงไม่เข้าไปดำเนินการ แต่ให้เจ้าของรถเป็นผู้ดำเนินการเองโดยอ้างว่ารถ มีมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งที่ถนนที่รถบรรทุกทำพังมีมูลค่าหลายล้านบาทเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการทำแบบนี้ถือว่า เห็นแก่ตัวเกินไป ถ้ารถไม่ติดชะงักอยู่ในที่ เกิดเหตุแล้วมีรถตามหลังมาตกลงไปในท่อ ดังกล่าว ที่มีความลึกถึง 7 เมตร ความสูญเสียจะมากขนาดไหน

ทั้งนี้ สติ๊กเกอร์รูปดาวสีเขียวที่มีสัญลักษณ์ตัวบีติดอยู่ เป็นสติ๊กเกอร์สำหรับรถบรรทุกขนวัสดุขนดินในไซต์งานก่อสร้างเข้าออกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ในไซต์งานก่อสร้างไม่มีตาชั่งน้ำหนักสำหรับรถบรรทุก ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรน้ำหนักก็เกินกฎหมายกำหนด ในขณะที่พื้นที่ทางหลวงมีด่านช่างเพื่อตรวจสอบน้ำหนัก ซึ่งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ว่านำรถบรรทุกไปชั่งน้ำหนักที่ใดจึงบอกว่าสามารถชั่งได้ก่อนขึ้นทางด่วนจะมีด่านชั่งน้ำหนักหากเกินจะไม่สามารถขึ้นทางด่วนได้ สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือสะพานข้ามแม่น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่มีด่านชั่งน้ำหนัก หากเกิดการชำรุดหรือเสียหาย ขึ้นมาถือเป็นเรื่องที่อันตรายมาก อยากวิงวอนไปถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับ รถบรรทุกขอให้ระมัดระวัง เพราะทักษะของ ผู้ขับขี่แต่ละคนไม่เท่ากัน

แฉเส้นใหญ่ทำลายหลักฐาน

สำหรับส่วยสติ๊กเกอร์รูปดาวที่เกิดเหตุนี้ต้องจ่ายส่วยให้กับหน่วยงานหลายแห่งทั้งสถานีตำรวจเจ้าของพื้นที่ที่รถต้องขับผ่าน กทม. เจ้าของพื้นที่ แต่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่กทม.ไม่สามารถเข้าไปเคลียร์กับเจ้าของรถบรรทุกได้เป็นเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์หรือไม่ แต่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คาดว่าเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุจึงไม่สามารถพูดได้ และไม่รู้ว่าเจ้าของรถบรรทุกจ่ายส่วยให้ใครเคลียร์กับใครในราคาเท่าไหร่ ซึ่งแตกต่างจากครั้งที่แล้วที่มีข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน ส่วนสติ๊กเกอร์ “เสี่ยบิ๊ก” ที่ติดอยู่บนรถบรรทุกคันเกิดเหตุเป็นใครนั้นไม่รู้จักมาก่อน

“ผู้ที่จะต้องออกมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ กทม. ตำรวจ สิ่งแวดล้อม ตำรวจจราจรกลาง และขอแสดงความเห็นว่าในจุดเกิดเหตุมีหลักฐานที่เป็นภาพนิ่งและวิดีโอต่างๆ ที่บันทึกไว้แล้ว เกิดเรื่องใหญ่ เช่นนี้ผู้ใหญ่จะต้องลงมาตรวจสอบ ว่าเหตุใดถึงมีการทำลายหลักฐาน ไม่ใช่เจ้าของรถบรรทุกมาอ้างว่า รถราคา 4-5 ล้านบาท แต่ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ทำให้รถติดนาน 17-18 ช.ม. เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะรู้ว่าเจ้าของรถดังกล่าวเป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่ เพราะหาก คนเรากล้าทำผิดกฎหมาย ก็ถือว่าพอสมควร” นายอภิชาติกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน