มั่นใจกู้ 5แสนล.ผ่านสภา นายกบินสหรัฐถกเอเปค จัดโรดโชว์แลนด์บริดจ์

นายกฯ เศรษฐานำคณะบินสหรัฐวันนี้ ร่วมเวทีเอเปค จัดโรดโชว์แลนด์บริดจ์ ดึงนักลงทุน ฟาดกลับ ‘ไหม-ศิริกัญญา’ ปมแจกเงิน 1 หมื่นดิจิทัลวอลเล็ต บอกอย่าเอามาตรฐานความคิดตัวเองมาว่าคนอื่น ‘พิชิต’ กุนซือนายกฯ แจงยิบออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน เพื่อให้สภาตรวจสอบได้ ย้ำไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยึด กม.วินัยการเงินการคลัง เพื่อไทยดาหน้าโต้ก้าวไกล กลัวแจก 1 หมื่นสำเร็จ มั่นใจ พ.ร.บ.กู้ผ่านสภาฉลุย ‘อดิศร’ท้า‘ศิริกัญญา’ กล้าลาออกหรือไม่ หากโครงการนี้สำเร็จ ด้านเลขาฯ ป.ป.ช.จ่อขอรายละเอียดรัฐบาล-คลัง มาวิเคราะห์ ดร.แหม่มปลื้มสภาหอการค้าฯ ชมรัฐบาลทำงานเร็ว ตอบสนองภาคธุรกิจ เด็กปชป.กัดไม่ปล่อย เปิดแช็ตแฉ ‘พิธา-สส.ก้าวไกล’ โหนซีนช่วยแรงงานไทย

เศรษฐาฟาดกลับ‘ศิริกัญญา’
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ทวีตข้อความผ่าน X (ทวิตเตอร์) ระบุถึงกรณีน.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล วิจารณ์นโยบายเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ระบุออกพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กู้เงิน 5 แสนล้านบาท แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขัดรัฐธรรมนูญ อ้างวิกฤตเศรษฐกิจฟัง ไม่ขึ้น ยันก้าวไกลค้านสุดตัวว่า “อย่าเอามาตรฐานความคิดของตัวเองมาหวังว่าคนอื่นเขาจะเป็นเหมือนกัน อย่ามองความตั้งใจที่บริสุทธิ์ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน มาเป็นมุมการเมืองที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนเลย”

พิชิตย้ำยึดกม.วินัยการเงิน
นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงถึงรายละเอียดการกู้เงิน เพื่อใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ปัญหามีไว้ให้แก้ แต่ผู้นำที่ดีย่อมแก้ก่อนมีปัญหา ซึ่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 กำหนดหลักการเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง เพื่อช่วยให้หน่วยงานของรัฐรักษาวินัยการเงินการคลัง และดำเนินนโยบายด้านการคลังตามกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยเงินที่กู้กระทรวงการคลังจะเก็บไว้เพื่อจ่ายออกตามโครงการ ไม่ต้องนำส่งคลังเพื่อเข้าบัญชีเงินคงคลัง ทำให้รัฐบาลสามารถตรากฎหมายพิเศษเพื่อกู้เงิน และจ่ายเงินแผ่นดินตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังได้

รูปแบบของกฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงินตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 53 ทำได้ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบของพ.ร.บ. หรือรูปแบบของพ.ร.ก. เพราะถ้อยคำในพ.ร.บ.วินัยการเงินฯ มาตรา 53 วรรคหนึ่ง กำหนดเพียงว่า มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ ซึ่งถ้อยคำนี้มีความแตกต่างกับเงื่อนไขในการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคสอง ที่กำหนดว่าเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วน อันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้

แจงปมกู้เงินแจกหมื่นไม่ขัดรธน.
ดังนั้น ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและอย่างต่อเนื่องตามความหมายในพ.ร.บ.วินัยการเงินฯ มาตรา 53 จึงไม่ต้องถึงขนาดเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา 172 วรรคสองเพราะหากถึงขนาดเป็นกรณีฉุกเฉิน รัฐบาลสามารถออกกฎหมายเพื่อกู้เงินโดยตรา พ.ร.ก.ตามมาตรา 172 ได้อยู่แล้ว

นายพิชิตกล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ หากรัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่า สถานการณ์ปัจจุบัน มีปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนและต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ และโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต จะส่งผลให้มีการ กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นผ่านการบริโภคและการลงทุน รวมทั้งจะเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต รัฐบาลย่อมตรากฎหมายเฉพาะเพื่อกู้เงิน โดยรูปแบบของ พ.ร.บ.ได้ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินฯ มาตรา 53 และไม่ถือว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 140 และมาตรา 62

ชี้ออกพรบ.ให้สภาตรวจสอบได้
นายพิชิตกล่าวว่า การที่รัฐบาลได้เลือกรูปแบบของกฎหมายเพื่อกู้เงิน โดยออกเป็นพ.ร.บ. แทนที่จะออกเป็นพ.ร.ก.นั้น รัฐบาลมีเจตนาให้กระบวนการตรา พ.ร.บ.เพื่อกู้เงินนี้ ผ่านการตรวจสอบ ถ่วงดุลตามกลไกของรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภาร่วมกันพิจารณาทบทวนเหตุผลความจำเป็น วัตถุประสงค์ ระยะเวลา และแผนงานหรือโครงการอีกครั้งหนึ่ง อันเป็นกระบวนการตรวจสอบในวิถีทางประชาธิปไตย และยังเปิดให้สมาชิกรัฐสภา ส่งเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อตรวจ สอบร่างพ.ร.บ.กู้เงินว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ได้อีกทางหนึ่ง

ทั้งหมดนี้ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าการดำเนินโครงการนี้ ได้กระทำบนพื้นฐานโดยสุจริตและมิได้ใช้ดุลพินิจบิดเบือนหลักการของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งไม่มีเจตนาซ่อนเร้นหรือแอบแฝงเพื่อหาทางลงตามที่มีหลายฝ่ายวิจารณ์ เพราะรัฐบาลเห็นว่าโครงการนี้ มีความสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมมากกว่า 50 ล้านคน และต้องไม่ลืมว่า ยังมีประชาชนอีกมาก ยังคงเฝ้ารอโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มาก ช่วยให้ประชาชนคิด วางแผน เพื่อนำไปต่อยอดในการประกอบอาชีพ หรือหารายได้เพิ่มเติมได้อีกช่องทางหนึ่ง

โต้นักวิชาการวิจารณ์ไม่ตรงปก
นายพิชิตระบุอีกว่า ส่วนที่นักวิชาการวิจารณ์ว่าโครงการดังกล่าว ไม่ตรงปก เพราะกู้มาแจก 100% ไม่เหมือนตอนยื่นนโยบายต่อกกต. ที่บอกจะนำเงินมาจากงบประมาณแผ่นดินนั้น ขออธิบายว่าในประเด็นนี้ พรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงกกต. ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 57 โดยระบุเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่า ที่มาของวงเงินที่จะใช้ดำเนินการ สามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ วันนี้รัฐบาลได้หาข้อสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนแล้ว ว่าการเติมเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจมูลค่า 6 แสนล้านบาท ต้องออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท และมาจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 1 แสนล้านบาท จึงปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศตามที่แจ้งต่อ กกต.แล้ว

สุดท้ายให้ศาลรธน.ชี้ขาด
ที่ปรึกษานายกฯ ระบุว่า อยากฝากให้คิดว่า การออก พ.ร.บ.กู้เงินในครั้งนี้ เพื่อแก้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ และวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล แม้มีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ แต่การตีความกฎหมายนั้น ดังสุภาษิตที่ว่า สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนหนึ่งตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย จึงเป็นเรื่องสองคนย่อมเห็นต่างกันได้อย่างสร้างสรรค์ แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศ ที่สำคัญ ประชาชนรอความหวังกับโครงการนี้อยู่

ที่ปรึกษานายกฯ กล่าวว่า ตนเห็นข่าวยายอายุ 71 ปี กระโดดลงไปในน้ำเพื่อตามเก็บธนบัตร 1,000 บาทเพียงใบสุดท้ายโดยไม่ห่วงชีวิต จึงอยากสะท้อนให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ หากเรามองปัญหามาจากหอคอยงาช้าง ย่อมไม่อาจเห็นปัญหาที่อยู่จุดข้างล่างได้

“ท้ายสุดหากเรื่องนี้ไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็น ผู้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นนี้เอง อย่างไรก็ตาม เมื่อวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เผชิญอยู่ในวันนี้ และมีแนวโน้มก่อให้เกิดปัญหาอีกหลายประการตามมา รัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ มีหน้าที่ต้องรีบจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นก่อน เพราะทุกปัญหาย่อมมีไว้ให้แก้ แต่ผู้นำที่ดีย่อมแก้ก่อนมีปัญหา”

วิปมั่นใจพรบ.กู้ 5 แสนล.ผ่านฉลุย
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหากรัฐบาลส่งร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ให้สภาพิจารณา วิปรัฐบาลมั่นใจจะคุมเสียงโหวตสนับสนุนได้หรือไม่ว่า คิดว่าเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นปึกแผ่นกันดีมาก โครงการดิจิทัลเงิน 10,000 บาท เป็นโครงการที่พรรคเพื่อไทยใช้หาเสียง และการที่นายกฯ ตัดสินใจจะเสนอร่างพ.ร.บ. กู้เงิน ตนเห็นถึงความใจกว้างของรัฐบาล อยากจะทราบแนวความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภา จะมีมุมมองอย่างไรให้อยู่ในวินัยการเงินการคลัง ไม่ให้ผิดกฎหมาย ซึ่งไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือนที่จะใช้พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เป็นผล สส. สว.ทุกคนจะได้ดูอย่างละเอียด

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากผ่านสภา 3 วาระแล้ว สว.อาจไม่ให้ความเห็นชอบ นายอดิศรกล่าวว่า สว.มีความคิดอิสระ แต่เราจะให้เหตุผลว่าเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตอนนี้ล้าหลังประเทศอาเซียน เชื่อว่าสว.ก็คงรักชาติรักแผ่นดินเหมือนสส. แต่หากสว.ไม่เห็นด้วย ในที่สุดร่างกฎหมายก็ถือเอาสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักอยู่ดี สภาสามารถยืนยันให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่เสนอพ.ร.บ.ได้โดยไม่มีเงื่อนไข

ท้าศิริกัญญากล้าลาออกหรือไม่
ส่วนที่จะมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น นายอดิศรกล่าวว่า คิดว่าคงมีคนเห็นต่างไปยื่นแน่ แต่ไม่เป็นไร เชื่อมั่นว่าในเมื่อผ่านกฤษฎีกา ผ่านอัยการสูงสุด ผ่านสส.พิจารณา ทั้ง 500 คนมีสติปัญญา มีสมองพิจารณาว่าอันไหนที่ทำได้เป็นพ.ร.บ.อย่างแน่นอน เพราะเรามีวุฒิภาวะในการเป็นสส. ทั้งนี้ มั่นใจว่าโครงการนี้จะบรรลุความสำเร็จล้านเปอร์เซ็นต์ ตนเลยอยากถามคืนแบบหยอกเล่นว่า ถ้าโครงการนี้ผ่าน น.ส.ศิริกัญญาจะลาออกจากสส.หรือไม่ แสดงความรับผิดชอบ จะออกจากแวดวงการเมืองเศรษฐกิจได้หรือไม่ จะไปบวชชี หรือจะกราบขอโทษประชาชน ให้ตอบมาแบบซีเรียสด้วย

พร้อมชงสภา-โละคำสั่งคสช.
นายอดิศรกล่าวถึงแนวทางการยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ตามอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติว่า อาจยกเลิกเป็นรายฉบับ หรือยกเลิกครั้งเดียว โดยมีรายชื่อของคำสั่งต่างๆ ที่ต้องการยกเลิก ก็อาจเป็นได้ ตนเห็นว่าไม่ควรออกเป็นพ.ร.ก. เพราะจะเป็นความเห็นของฝ่ายบริหารฝ่ายเดียว ถ้าออกเป็นพ.ร.บ.จะได้ใช้ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา พิจารณาให้เป็นไปตามครรลองของรัฐธรรมนูญ เป็นการรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน

“หากครม.เสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งคสช.มาให้สภาพิจารณา วิปรัฐบาลจะส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เข้าบรรจุเป็นระเบียบวาระ เพื่อเสนอให้ที่ประชุมสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3 วาระ จากนั้นจะส่งให้วุฒิสภา ให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาโดย เฉพาะสส.คงเห็นตรงกันว่าคำสั่งคสช. ไม่คู่ควรจะอยู่ในศักดิ์ของกฎหมายของประเทศไทย” นายอดิศรกล่าว

เพื่อไทยย้ำกระตุ้นศก.เรื่องด่วน
นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงเสียงวิจารณ์โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่น.ส.ศิริกัญญาระบุการ ออกพ.ร.บ.กู้เงิน ไม่สามารถทำได้เพราะเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 140 และขัดพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 53 ที่ระบุหากใช้เงินไม่ได้เป็นไปตามงบประมาณปกติ จะทำได้กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้นว่า เป็นมุมมองของน.ส. ศิริกัญญา บังคับไม่ได้ สส.มีเงินเดือนอาจ มองว่าไม่จำเป็น แต่อยากให้มองอาชีพอื่นด้วย ความตั้งใจของนายเศรษฐา รวมถึงพรรคเพื่อไทยทำนโยบายออกมา เพื่ออัดเงินเข้าระบบตามที่นายกฯ แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่าต้องการทำให้จีดีพีใน 4 ปีข้างหน้า โตขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี แต่ที่ผ่านมาจีดีพีโตแค่ 1% ถึง 2% เท่านั้น การจะให้จีดีพีโตตามเป้าทำได้หรือไม่ ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เราจึงมองว่าเรื่องนี้เร่งด่วน

นายดนุพรกล่าวต่อว่า ถ้าน.ส.ศิริกัญญาไปตามชานเมืองจะเห็นว่าประชาชนมีกำลังซื้อน้อยลง นโยบายนี้เราต้องการให้เงินไปสู่รากหญ้าแบบกระจายตัว ไม่ได้กระจุกตัว พรรคก้าวไกลอาจมองไม่เร่งด่วน แต่เพื่อไทยเห็นว่าประชาชนลำบาก กำลังซื้อน้อย รัฐบาลกำลังสร้างความมั่นใจให้คนไปกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่น.ส.ศิริกัญญาพูด ไม่ผิด ถือเป็นมุมมอง แต่ประชาชนรออยู่

โต้ออกพรบ.กู้-หวังหาทางลง
โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า รัฐบาลต้องนำมาชั่งน้ำหนัก และมีหน่วยงานของรัฐ ทั้งสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย คอยให้ความเห็น ซึ่งการออกเป็นพ.ร.บ.กู้เงิน มาจากความเห็นของหน่วยงานเหล่านี้ เพราะตรวจสอบได้ และไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะ ไม่ขัดวินัยการเงินการคลัง ไม่ผิดที่จะมองมุมจากฝ่ายค้าน เรารับฟัง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้ดื้อ ตอนหาเสียงมาบอก 4 กิโล เมื่อมีการท้วงติงเราก็รับฟัง สส.พรรค ก้าวไกลก็บอกให้ใช้แอพฯเป๋าตัง เราก็รับฟัง หน่วยงานรัฐบอกให้ทุกคนไม่ไหว เราก็ รับฟัง จนเป็นที่มาของการแถลงของนายกฯ

เมื่อถามว่าน.ส.ศิริกัญญามองว่าการออกเป็นพ.ร.บ.ทำไม่ได้ แต่รัฐบาลยังเดินหน้าเพื่อให้เป็นทางลงของโครงการ นายดนุพรกล่าวว่า ถือเป็นการคาดเดา เรามีประสบการณ์ตอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ เคยเจอกรณีออกเงินกู้ทำรถไฟความเร็วสูงไม่ได้ ขอบคุณที่พรรคก้าวไกลเป็นห่วง ยืนยันเราไม่ได้หาทางลง เวลาประชุมผู้บริหาร เราไม่ได้คิดหาวิธีนี้เป็นทางลง เราพูดว่าจะทำอย่างไรให้โครงการสำเร็จ เพราะเป็นนโยบายหลักในการหาเสียง เราเดินหน้าเพื่อให้โครงการเกิดขึ้นเต็มที่แน่นอน

ย้ำแจกหมื่นพลิกฟื้นเศรษฐกิจ
ด้านน.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ทวีตข้อความบนแพลตฟอร์ม x หรือทวิตเตอร์ ชี้แจงกรณีโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ระบุว่า หนึ่งในความจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและเรื่องปากท้องของประชาชน หรือจะมีคนคิดว่าเรื่องนี้ไม่เร่งด่วน และโจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่รัฐบาลหาเงินมาจากไหน แต่สำคัญคือ ต้องดูด้วยว่าจะทำให้จีดีพีโตได้อย่างไร และให้โตเร็วกว่านี้ได้อย่างไร ซึ่งในอดีตมีช่องทางที่เปิดให้รัฐบาลหาเงิน ได้ แต่วิธีการใช้เงินเป็นการแจกแบบกะปริดกะปรอย หยอดน้ำข้าวต้ม ทำให้กู้มาเท่าไหร่ เศรษฐกิจก็ยังโตต่ำ ดังนั้น รัฐบาลเศรษฐาเรียนรู้จากอดีต จึงต้องการใช้เงินให้เกิดอิมแพ็กทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

“นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของเพื่อไทย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาโตต่ำมานาน ให้กลับมาหมุนเร็วได้อีกครั้ง และจะทำ ต่อเนื่องด้วยนโยบายสร้างงานสร้างรายได้ระยะยาว เป็นแพ็กเกจ ที่จะทำให้จีดีพี โตทันหนี้ ธุรกิจจะรอด หนี้เอ็นพีแอลหรือหนี้เสีย จะเริ่มลด คนจบใหม่จะมีงานทำ ประชาชนจะอยู่ได้และมีความหวังอีกครั้ง ให้กำลังใจรัฐบาลทำภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจประเทศ” น.ส.จิราพรระบุ

แซะ‘ศิริกัญญา-สมชัย’ว้าวุ่น
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีน.ส. ศิริกัญญา ระบุรัฐบาลรู้แก่ใจดิจิทัลวอลเล็ตถึงทางตัน ออกพ.ร.บ.กู้เงินเพื่อหาทางลงมากกว่าทำจริง และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ระบุรัฐบาลออก พ.ร.บ. กู้เงิน แค่ทางลงจากตำแหน่ง ไม่ใช่ทางออกแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น เตือนรัฐบาลเศรษฐา เส้นทางวิบากว่า ระหว่างรัฐบาลที่พยายามผลักดันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตให้เกิดขึ้นให้ได้ กับฝ่ายที่ไม่ต้องการเห็นดิจิทัลวอลเล็ตสำเร็จ ประชาชนดูออกว่าใครว้าวุ่นกว่ากัน การวิจารณ์ถือเป็นสิทธิ์ แต่ไม่ควรเอามาตรฐานของตัวเองไปตัดสินคนอื่น รัฐบาลเศรษฐามาเพื่อทำให้ได้ ไม่ได้มาเพื่อจะบอกว่าทำไม่ได้ รัฐบาลยินดีรับฟังทุก คำแนะนำจากทุกภาคส่วนที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่ต้องไม่สร้างความสับสน ไม่คิดแต่การเอาชนะทางการเมือง แล้วทำประชาชนเสียโอกาส

ลั่นรัฐบาลเศรษฐาพูดแล้วทำ
นายอนุสรณ์กล่าวถึงการแถลงผลงานในรอบ 60 วัน ตามด้วยการแถลงฟูล แพ็กเกจนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า เป็นการแถลงสรุปผลงานสำคัญในสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในช่วง 60 วันแรกที่ครบถ้วน ลุยแก้ปัญหาในหลายมิติ แก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน สอดคล้องกับผลสำรวจของนิด้าโพล ที่ระบุชัดว่าประชาชนส่วนใหญ่พึงพอใจในผลงานของรัฐบาลเศรษฐา ส่วนฝ่ายค้านจะเห็นต่าง จะให้ผ่านหรือปรับตกอย่างไร ถือเป็นสิทธิ์

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า ครม.เศรษฐาเข้ามา 2 เดือน หลายเรื่องที่ประกาศไว้ได้ทำจนสำเร็จ ทั้งลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน นโยบายฟรีวีซ่ากระตุ้นการท่องเที่ยว ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ดันมาตรการเร่งด่วนด้านต่างประเทศ แก้ปัญหายาเสพติด แก้หนี้นอกระบบ รวมถึงนโยบายเรือธงอย่างดิจิทัลวอลเล็ต ก็ชัดเจนเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่รัฐบาลเศรษฐาได้ดำเนินการ ไม่เพียงพูดแล้วทำตามนโยบายที่หาเสียงหรือแถลงนโยบายไว้ แต่หลายเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ รัฐบาลก็พร้อมดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

อัดพวกค้าน-ยัดเยียดความกลัว
น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ น.ส.ศิริกัญญา และ สส.พรรคก้าวไกลอีกหลายคนออกมาวิจารณ์นโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ตนเข้าใจดีว่าเป็นบทบาทของฝ่ายค้านที่ต้องการตรวจสอบ แต่ต้องไม่ลืมว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าว รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ศึกษาทั้งกฎหมายและการเงิน รวมทั้งยังคงมุ่งรักษาวินัยทางการเงินและการคลัง การวิจารณ์ดังกล่าวนอกจากจะสะท้อนว่าผู้พูดไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดของคำแถลงอย่างถ่องแท้แล้ว ยังสะท้อนว่าผู้พูดมองแต่ มุมของตนเอง ไม่ได้มองเห็นถึงความ เดือดร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง

น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าวอีกว่า หากมองโดยปราศจากอคติ มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังถดถอย สภาวะสงครามที่เกิดขึ้นเป็นปัจจัยทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ยาก สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้ จึงเป็นทางเลือกที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้อง ถือเป็นมิติใหม่ที่รัฐบาลให้อำนาจกับประชาชนเป็นผู้ร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศครั้งยิ่งใหญ่นี้ เพื่อกระตุ้นภาคการผลิตภายในประเทศ ซึ่งดำเนินการควบคู่กับแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทั้งระยะกลางและระยะยาว หากเป็นไปตามเป้าหมาย จีดีพีของประเทศจะสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% จะช่วยทำให้หนี้สาธารณะที่หมักหมมมาเป็น 10 ปี ลดลงเป็น 67.1% ได้

“ฐานคิดของเพื่อไทย เราพยายามทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้มาแล้วในหลายครั้ง เราสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองอนาคตเสมอ ถึงวันนี้เราเป็นรัฐบาลก็ยังยึดมั่นแนวทางนี้ ฝากถึงผู้วิจารณ์ อย่ายัดเยียดความกลัว ความกังวลของตนเองมาเป็นข้อจำกัดความเจริญเติบโตของประเทศเลย” น.ส.ลิณธิภรณ์กล่าว

หอการค้าชมรัฐบาลทำงานเร็ว
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยภายหลังหารือคณะผู้บริหารระดับสูงของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย รวมถึงสมาคมการค้ากลุ่มต่างๆ ว่า คณะผู้บริหารระดับสูงฯ นำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะนำไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับภาคเอกชน ตามนโยบายของรัฐบาล และข้อสั่งการของ นายกฯ ที่เน้นย้ำให้ภาครัฐสนับสนุนภาคเอกชน ลดขั้นตอนด้านเอกสาร อำนวยความสะดวกให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุน

ผู้แทนการค้ากล่าวว่า นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าฯ ได้กล่าวให้ความเชื่อมั่น พร้อมขอบคุณรัฐบาลแต่งตั้งผู้แทนการค้า ซึ่งเปรียบเสมือนแม่ทัพด่านหน้า ทำหน้าที่เปิดทางเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมชื่นชมรัฐบาล จัดทำนโยบายที่ดี มีความตั้งใจทำงานอย่างรวดเร็ว ตอบสนองความต้องการภาคธุรกิจ และประชาชน รวมถึงพยายามหาทางออกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจากความตั้งใจในการทำงานของนายกฯ และรัฐบาล เชื่อมั่นว่าจะทำให้จีดีพีของไทยเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

ปปช.จ่อขอข้อมูลรัฐบาล-คลัง
นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงนายกฯ แถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาทว่า ทางคณะกรรมการเพื่อศึกษาและรับฟังความเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล กรณีการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ที่ ป.ป.ช.ตั้งขึ้น จะนำรายละเอียดที่นายกฯ แถลงมาดู ทั้งขั้นตอน ใช้วิธีการอะไรอย่างไร ที่สำคัญคือแหล่งที่มาของเงิน โดยจะนำรายละเอียดและข้อมูลมาวิเคราะห์ และอาจต้องขอข้อมูลและรายละเอียดจากรัฐบาล หรือกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าภาพมาประกอบด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจขอข้อมูลและรายละเอียดมาดูได้หากมีความสงสัย ส่วนผลการศึกษาของคณะกรรมการฯ จะเสร็จเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ได้มาว่าครบถ้วนหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ได้ประชุมกันไปบ้างแล้ว

ปชป.เย้ย2เดือนมีแต่ผักชีโรยหน้า
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลว่า ตลอด 2 เดือนต้องยอมรับว่าจะประเมินลึกคงยาก เพราะรัฐบาลยังตั้งต้นทำงานไม่ได้ ซึ่งการประเมินได้ที่ชัดเจนคือ มีแต่ผักชีที่โรยหน้า ไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าดีหรือไม่ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นผลผลิตที่ฉาบฉวยจากพรรคเพื่อไทยที่ไม่คิดให้ละเอียดรอบด้าน ไม่คิดถึงความยั่งยืนของประเทศ ตั้งต้นไม่ได้ เปลี่ยนไปมา ทั้งที่มาของเงิน วิธีรับเงิน จ่ายเงิน และจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรแน่นอน ประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการ อีกวันบอกต้องศึกษาก่อน สร้างความสับสนให้ประชาชนตลอด การแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่ชัดเจน สิ้นปีนี้การตั้งฉายาของสื่อ คำที่น่าสนใจยิ่งคือ “รัฐบาลสับปลับ” ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา

นายราเมศกล่าวอีกว่า สิ่งเดียวที่รัฐบาลนี้ทำสำเร็จคือ การทำลายหลักนิติธรรม เลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการคุมขังนักโทษ ซึ่งทุกพรรคร่วมรัฐบาลต้องร่วมรับผิดชอบในเรื่องนี้ในวันข้างหน้า และเรื่องนี้ถือว่ารัฐบาลประสบผลสำเร็จ เป็นซอฟต์เพาเวอร์ที่ดีที่สุดของรัฐบาล ถ้าซอฟต์เพาเวอร์ประกอบด้วยวัฒนธรรมและค่านิยม เชื่อว่าประชาชนไม่อยากให้สร้างวัฒนธรรมและค่านิยม “แหกคุกโดยรัฐบาล” ซึ่งความเสียหายจะเกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้ ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า คุกมีไว้ขังคนจน ก็ควรตอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง

แฉก้าวไกลหาซีนช่วยแรงงาน
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้ข่าวเป็น ผู้ประสานกับแรงงานที่หนีตายจากภัยสงครามที่อิสราเอล โดยส่งข้อมูลให้กับกระทรวงการต่างประเทศว่า ตอนแรกตนชื่นชมในความมีน้ำใจและการตัดสินใจอย่างทันท่วงที เพราะการช่วยชีวิตคนไทยต้องมาก่อนเรื่องอื่นใด และยามวิกฤต เราไม่เคยทิ้งกัน ต้องช่วยกัน สามัคคีกันเพื่อช่วยชีวิตแรงงานให้เร็วและมากที่สุดเท่าที่ทำได้

นายแทนคุณกล่าวต่อว่า 2 วันมานี้ตนได้รับการประสานจากแอดมินเพจ วันนี้ ก้าวไกลโกหกอะไร ส่งหลักฐานแช็ตไลน์และเฟซบุ๊กจากหนึ่งในผู้ประสานงานแรงงานไทยที่ทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของพรรคก้าวไกลว่า เคยประสานขอความช่วยเหลือเขาไปแต่ไม่ได้ช่วยอย่างเต็มที่ แค่ต้องการรายชื่อ เพื่อไปใช้โปรโมตนายพิธาและพรรค และยังขอให้แรงงานไทยช่วยโพสต์อวยนายพิธาทางโซเชี่ยลมีเดีย และมีหลายครั้งไม่ได้ใส่ใจข้อเรียกร้องว่า อย่าโทร.ไปตอนที่เผชิญวิกฤตแทบเอาชีวิตไม่รอด จนทำให้คนร้ายรู้ตำแหน่งที่ซ่อนของแรงงานไทย เพราะเขามัวแต่ต้องการข้อมูลไปออกสื่อให้ข่าว แย่งซีนกระทรวงการต่างประเทศ จนเกิดความสับสนระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่จริงๆ จนการแก้ปัญหายุ่งยากมากขึ้น

เตือนสติ‘พิธา-สุเทพ’อย่าทำอีก
นายแทนคุณกล่าวด้วยว่า ตัวแทนแรงงานไทยอักษรย่อ ห. ได้ขอให้ตนเปิดโปงความจริงถึงพฤติกรรมสร้างภาพลวงโลกบนวิกฤตชีวิตคนไทย เพื่อให้คนไทยตาสว่าง เขาผิดหวังเสียใจอย่างมากว่า ทำไมต้องทำขนาดนี้กับชีวิตที่อยู่บนความเป็นความตาย ตนอยากเตือนสตินายพิธาและนายสุเทพ อู่อ้น สส.บัญชีรายชื่อ ว่าต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก ที่หวังเพียงแค่ให้ตัวเองดูดี แต่ทำให้ชีวิต ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน จากวีรบุรุษกลายเป็นปีศาจร้ายบนคราบน้ำตาและเลือดเนื้อประชาชน โดยแหล่งข่าวได้โทร.คุยกับตนทั้งน้ำตาว่า เสียใจมากที่ตอนแรกคิดว่าเขาคือความหวัง แต่กลับไม่ใช่ หลังจากได้ซีนแล้วเขาไม่ได้ช่วยอะไรอีกเลย และที่เจ็บปวดที่สุดคือ ต้องเห็นเพื่อนร่วมชาติเสียชีวิต โดยมีคนนำประเด็นเหล่านี้ไปแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างไม่น่าเชื่อเลยว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไร ตอนแรกนึกว่าเขาจะมาช่วยด้วยใจจริง แต่สุดท้ายพอได้ออกข่าว ก็ทิ้งพวกเรา โดยพวกเขาไม่เพียงไม่ช่วยอะไรยังทำให้เราลำบากขึ้น

“ผมขอให้เรื่องนี้เป็นสิ่งเลวร้ายที่สุดที่พรรคก้าวไกลจะทำต่อประเทศไทย ผมไม่เคยอยากให้ยุบพรรคใดๆเลย แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ทำไมถึงต้องมีกฎหมายยุบพรรคเพราะพฤติกรรมสร้างภาพบนคราบเลือดประชาชนเป็นสิ่งที่เลวร้ายจริงๆ” นายแทนคุณกล่าว

ปูอัดโวมีหลายพรรคชวนเข้าสังกัด
ที่โรงเรียนศึกษาธรรมนูรุ้ลย่ากีน (จอมทอง) นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคก้าวไกลมีมติขับออกจากพรรคว่า ยังทำงานในพื้นที่เหมือนเดิม 7 วันเต็ม เพราะปัญหาในพื้นที่ยังมีมาก ส่วนที่บอกว่ามีการใช้ประชาชนเป็นโล่กำบังนั้น นายไชยามพวานกล่าวว่า สำหรับตน หันหลังไปมีแค่ประชาชนจริงๆ อยากให้ทุกคนทราบว่าตนมาช่วยด้วยหัวใจ ไม่ได้ช่วยเพื่อเราจะมาเอาตำแหน่งในอนาคต วันนี้ต่อให้ไม่มีโลโก้ก้าวไกล ก็ยังเดินหน้าอุทิศทุกลมหายใจให้กับทุกคนเหมือนเดิม ตราบวันสุดท้ายที่ตนจะออกจากสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีพรรคไหนติดต่อมาบ้างหรือไม่ นายไชยามพวานกล่าวว่า มีติดต่อมาหลายพรรคมาก ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่เราโฟกัสคือ การให้อิสระในการทำงาน เพราะตนทำงานในพื้นที่หนัก และให้อิสระด้านความคิด ส่วนจะย้ายไปสังกัดพรรคไหนยังไม่ตัดสินใจ อยู่ในช่วงที่หลายพรรคเข้ามาพูดคุย การจะไปอยู่กับใคร เขาต้องเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเรา ยังมีเวลาตัดสินใจ ยอมรับว่ากังวลที่จะย้ายไปสังกัดพรรคอื่นเพราะปมคุกคามทางเพศ แต่ทั้งหมดให้ประชาชนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าถูกหรือผิด

บุญกฐิน – พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับไหว้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ระหว่างเป็นประธานทอดกฐินสามัคคี และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้นางสายสนี วงษ์สุวรรณ มารดา ที่วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 11 พ.ย.

‘ป้อม’ทอดกฐิน 2 วัดดังอยุธยา
ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะ เป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก พร้อมทักทายประชาชน สาธุชน ด้วยความกระฉับกระเฉง ที่มาร่วมทำบุญในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ท่ามกลางบรรยากาศให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และอบอุ่น ทั้งนี้ ที่วัดโพธิ์เผือก พล.อ.ประวิตรยังประกอบพิธีทักษิณานุประทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แด่คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ ด้วย ซึ่งพล.อ.ประวิตร มาทอดกฐินสามัคคีทั้ง 2 วัดนี้ เป็นประจำทุกปี

เศรษฐาถกเอเปค-โรดโชว์แลนด์บริดจ์
เมื่อวันที่ 11 พ.ย. นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 12 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะ จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย. ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

การเข้าร่วมการประชุมของนายกฯ ครั้งนี้ เป็นโอกาสนำเสนอนโยบาย สร้างความเชื่อมั่น รวมถึงสานต่อผลลัพธ์ของการเป็น เจ้าภาพเอเปคของไทยในปี 2565 โดยยังจะเป็นโอกาสให้ได้พบหารือเพื่อสร้างความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปคและภาคเอกชนเอเปค โดยประเด็นที่ไทยผลักดัน อาทิ 1.การค้าการลงทุน ย้ำความมุ่งมั่นต่อระบบการค้าพหุภาคีที่มีองค์การการค้าโลกเป็นแกนกลาง 2.ความเชื่อมโยงผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งในภูมิภาค เชื่อมโยงมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ 3.ความยั่งยืน ผลักดันการสานต่อเป้าหมายกรุงเทพฯ 4.เศรษฐกิจดิจิทัล และ 5.ความครอบคลุมและความเท่าเทียม

ในโอกาสนี้นายกฯ จะมีภารกิจในกรอบเอเปค ประกอบด้วย การกล่าวปาฐกถาในการประชุมสุดยอดผู้นำภาคเอกชนของ เอเปค (APEC CEO Summit) การหารือในช่วงอาหารกลางวันและการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปคกับแขกพิเศษของประธาน การหารือระหว่างผู้นำเขต เศรษฐกิจเอเปคกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในรูปแบบ Retreat รวมทั้ง นายกฯ จะร่วมกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนในไทยด้วย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า นายเศรษฐาและตน พร้อมคณะ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเดินทางไปจัดงาน Thailand Landbridge Roadshow วันที่ 13 พ.ย. ที่โรงแรม Ritz Carlton เมืองซานฟรานซิสโก ระหว่างไปประชุมเอเปค โดยนายกฯ และตน จะร่วมกันประชาสัมพันธ์ให้นานาประเทศรู้จักโครงการเพิ่มมากขึ้น อาทิ โอกาสทางธุรกิจ รูปแบบการลงทุน ศักยภาพทำเลที่ตั้งของพื้นที่โครงการ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการ โดยมีนักลงทุนภาคธุรกิจของสหรัฐอเมริกาทั้งสายการเดินเรือ ผู้บริหารท่าเรือ กลุ่มโลจิสติกส์ กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่ม ผู้ลงทุนด้านอุตสาหกรรมเข้าร่วม เปิดช่องทางการค้าระดับภูมิภาคและเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชีย ซึ่งนักลงทุนจากหลายประเทศสนใจ อาทิ ฝรั่งเศส ประเทศฝั่งตะวันออกกลาง และจีน เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน