นัดเจอแล้วเชิดจยย. อีกรายขโมยแท็กซี่หนี
สกัดจับสาวแสบเชิดแท็กซี่หนี ลวงไปส่งชะอำแล้วรอรับกลับ ตกดึกวางแผนชวนร่วมหลับนอนหวังลักทรัพย์ แต่โชเฟอร์ไม่หลงกล รุ่งขึ้นขากลับอาศัยจังหวะโชเฟอร์ขอเข้าห้องน้ำแถวท่ายาง ลักรถขับหนี แท็กซี่แจ้งตร.ประสานทล.สกัดจับได้ที่สมุทรสาคร อีกรายสาวแสบวัย 26 ลวงหนุ่มโรงงานผ่านแอพฯ หาคู่ นัดเจอกันที่อยุธยา พอเจอหน้ากลับไม่ตรงปก แต่คุยถูกคอหนุ่มเลยพาเข้าบ้านร่วมหลับนอน เช้ามาหายไปทั้งคนทั้งรถ โร่แจ้งตร.ตามจับได้ที่บางไทร ขณะขี่จยย.ไปหาเหยื่อ รายใหม่ เผยเคยต้องโทษคดียาเสพติด- ลักทรัพย์ ตร.เตือนภัยมิจฉาชีพแฝงมาในแอพฯ หาคู่
เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พ.ต.อ.ภคพล สุชล รักษาราชการแทน ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (รรท.ผกก.2 บก.ทล.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.กล้า สมบัติพิบูลย์ รรท.สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. นำกำลังจับกุมน.ส.จิรัฏฐ์ ยอดสุขจารุกุล อายุ 38 ปี พร้อมของกลางรถแท็กซี่โตโยต้า ทะเบียน ทฬ 6726 กทม. บริเวณริมถนนพระราม 2 ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ทั้งนี้ทราบว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย. น.ส.จิรัฏฐ์ ผู้ต้องหา ว่าจ้างผู้เสียหายซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวให้ไปส่งที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมให้รอรับกลับเข้ากรุงเทพฯ ด้วยในวันรุ่งขึ้น โดยตกลงว่าจ้างกันในราคา 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายขับมาถึงที่หมายในอ.ชะอำ น.ส.จิรัฏฐ์ออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมหลับนอนด้วย หวังใช้โอกาสผู้เสียหายเผลอ ลักทรัพย์สินสิ่งของมีค่ารวมถึงรถแท็กซี่ของผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่หลงกล ปฏิเสธไม่ยอมร่วมหลับนอนด้วย น.ส.จิรัฏฐ์ จึงไม่สามารถก่อเหตุในคืนดังกล่าวได้

เชิดแท็กซี่ – น.ส.จิรัฏฐ์ ยอดสุขจารุกุล อายุ 38 ปี ชิงรถแท็กซี่ขับหนี หลังหลอกว่าจ้างจากกทม.ไปส่งชะอำ แล้วฉวยโอกาสขโมยรถ ถูกตำรวจทางหลวงสกัดจับไว้ได้ที่ถนนพระราม 2 ต.ชัยมงคล อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 12 พ.ย.
ต่อมาในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 11 พ.ย. ขณะผู้เสียหายขับรถพาน.ส.จิรัฏฐ์เดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ระหว่างทางขอแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ระหว่างผู้เสียหายเข้าห้องน้ำ น.ส.จิรัฏฐ์ฉวยโอกาสขับรถหลบหนีออกจากปั๊มไปทันที หลังรู้ว่ารถถูกขโมย ผู้เสียหายจึงรีบแจ้งความที่ สภ.ท่ายาง ก่อนจะมีการประสานตำรวจทางหลวงช่วยสกัดจับน.ส.จิรัฏฐ์ได้ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร พร้อมยึดรถส่งคืนผู้เสียหาย สอบสวน น.ส.จิรัฏฐ์ให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ หรือรับของโจร” นำตัวส่ง สภ.ท่ายาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
วันเดียวกัน ที่ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.มนัส อัดโดดดร ผกก.สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.สรายุทธ แสงทอง รอง ผกก.ป พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สุขโข รอง ผกก.สส.สภ.อุทัย ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม น.ส.กนกพร หรือฝ้าย อายุ 26 ปี (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” หลังก่อเหตุขโมย รถจักรยานยนต์ของพนักงานโรงงาน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน

ลวงหนุ่ม – ตำรวจสภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมน.ส.กนกพร หรือฝ้าย อายุ 26 ปี หลอกหนุ่มผ่านแอพฯ หาคู่ให้ออกมาพบ แล้วฉวยโอกาสลักรถจักรยานยนต์ของฝ่ายชาย ขณะเหยื่อเพลียหลับภายในห้องพัก เมื่อวันที่ 12 พ.ย.
พ.ต.อ.มนัสเผยว่า สำหรับคดีนี้หลังจากพนักงานสอบสวนรับแจ้งจากผู้เสียหาย ตนรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.อุทัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเทคโนโลยี กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เร่งรัดสืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหา จากการสอบสวน ผู้เสียหายทราบว่ารู้จักหญิงสาวรายหนึ่งผ่านแอพพลิเคชั่น BLOOM หรือแอพฯ หาคู่ โดยไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง ทราบเพียงว่าชื่อฝ้าย พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ตกงาน และเพิ่งเลิกกับแฟน พูดคุยกันผ่านแอพฯ จากนั้นขอเบอร์โทร.พูดคุยกันและแอดเพื่อนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เพื่อแช็ตกันได้ประมาณ 1 เดือน ต่อมานัดพบเจอกันที่ห้องพักของผู้เสียหายในพื้นที่ ต.อุทัย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา พักค้างคืนมีความสัมพันธ์กันที่ห้องพักของผู้เสียหาย จนช่วงเช้าผู้เสียหายตื่นมาพบรถจักรยานยนต์หายไปพร้อมกับ น.ส.ฝ้าย
เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบตัว ผู้ต้องหา รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับและติดตามไปจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายขณะกำลังไปพบเหยื่อรายใหม่ที่พูดคุยผ่านแอพฯ หาคู่อีกแอพฯ หนึ่ง สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าหลอกลวง ผู้เสียหายจริงและก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ไปจริง จากการสืบสวน น.ส.ฝ้าย ผู้ต้องหาเคยต้องโทษคดีลักทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง คดียาเสพติด 2 ครั้ง น่าเชื่อว่ามีเหยื่ออีกหลายรายที่ถูกหลอกแต่ไม่กล้าแจ้งความเพราะอับอาย
สำหรับคดีนี้ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รรท.ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ห่วงใยประชาชน เตือนภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่แอบแฝงมากับแอพพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือหลอกเหยื่อเอาทรัพย์สินหรือชิงทรัพย์สินไป
นายบอย (นามสมมติ) อายุ 39 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่าตนเองโสด ไม่มีครอบครัว จึงทดลองเล่นแอพฯ หาคู่ จนพบ น.ส.ฝ้าย พูดคุยกันตลอด 1 เดือน เป็นคนพูดจาดีและถูกใจในรูปร่างหน้าตา บอกว่ากำลังตกงานและเพิ่งเลิกกับแฟน จึงพูดคุยปรึกษากัน นัดหมายเดินทางจากกรุงเทพฯ มาหาตนเองที่หน้าสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ครั้งแรกที่พบกัน รูปร่างหน้าตาไม่ตรงกับรูปโปรไฟล์หรือไม่ตรงปก แต่ด้วยความที่พูดคุยกันถูกใจจึงพาไปรับประทานอาหารและชักชวนกันไปพักผ่อนที่บ้านของตน ซึ่ง น.ส.ฝ้ายยินยอมที่จะไป จนมีความสัมพันธ์ พอช่วงเช้ามืดตนเองตื่นมาเพื่อเตรียมพาไปส่งขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ปรากฏว่าน.ส.ฝ้ายและรถจักรยานยนต์หายไป จึงเข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็ว ฝากเตือนผู้ที่จะนัดพบใครผ่านแอพฯ หาคู่ต่างๆ ต้องดูและตรวจสอบให้ดีก่อน