เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 พ.ย. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตัวแทนผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงานประเทศออสเตรเลีย เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอความช่วยเหลือ มีผู้เสียหายจำนวน 32 คน ที่ถูกนายหน้าหลอกไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศออสเตรเลีย ต่างสูญเงินกันรวมกว่า 1.5 ล้านบาท แต่นายหน้ากลับยังลอยนวลอยู่
น.ส.ชลธิชา อายุ 44 ปี ชาว จ.หนองคาย ตัวแทนผู้เสียหายทั้ง 32 คน กล่าวว่า ช่วงเดือนมี.ค.2566 พ่อแม่ของน.ส.มายด์ เป็นคนตำบลเดียวกับตน เล่าให้พ่อแม่ตนฟังว่า น.ส.มายด์ เคยไปทำงานออสเตรเลีย รายได้ดีมาก ถ้าสนใจให้ตนไลน์ไปคุย จากนั้นตนจึงทักไลน์ไปคุย น.ส.มายด์ แจ้งรายละเอียดในการจะเดินทางไปทำงานออสเตรเลียว่า นายจ้างจะเดินเรื่องขอโควตาจากรัฐบาลออสเตรเลียให้ แต่มีค่าใช้จ่าย 8 หมื่นบาท และคนทำงานจะได้รับค่าจ้างเดือนละ 7-8 หมื่นบาท สัญญาจ้าง 3 ปี จากนั้นต่อสัญญาทำงานได้ โดยน.ส.มายด์ ให้ตนส่งเอกสารหน้าพาสปอร์ต บัตรประชาชนให้ทางไลน์ และให้โอนเงินล่วงหน้า 2 หมื่นบาท ไปให้ช่วงเดือนเม.ย. ส่วนที่เหลืออีก 6 หมื่นบาท ค่อยจ่ายวันที่นายจ้างบินมารับไปทำงาน

ตุ๋นทำงาน – กลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องนางปวีณา หงสกุล ช่วยเหลือติดตามคดีถูกเพื่อนร่วมตำบลในจ.หนองคาย หลอกจ่ายค่าธรรมเนียมไปทำงานประเทศออสเตรเลียแล้วไม่ได้ไป มีเหยื่อรวม 32 ราย สูญเงิน 1.5 ล้านบาท ที่มูลนิธิปวีณาฯ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 12 พ.ย.
น.ส.ชลธิชากล่าวต่อว่า ตนหลงเชื่อจึงได้บอกกับเพื่อนๆ และมีการบอกต่อๆ กันไป หลายคนอยากไปทำงานด้วยเพราะเห็นว่ารายได้ดี จึงติดต่อกับสามีภรรยาคู่นี้ และโอนเงินกันไปคนละหลายหมื่นบาท ผ่านไปเป็นเดือน น.ส.มายด์ กับสามี ก็ไม่แจ้งความ คืบหน้า พอโทรศัพท์ไปถามก็อ้างเห็นผลต่างๆ นานา ผลัดไปเรื่อย บอกรอนายจ้างบ้าง ที่ออสเตรเลียตอนนี้คนงานยังเต็ม เดี๋ยวจะหาประเทศอื่นให้ไป จนกระทั่งตอนนี้ไม่มีใครติดต่อกับ น.ส.มายด์ได้อีก ตนจึงคิดว่าถูกหลอกและได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันผู้เสียหายรายอื่นๆ บางคนต้องเอาที่ดินไปจำนอง ไปกู้เงินเป็นหนี้เป็นสิน มีทั้งอาศัยอยู่ในจ.หนองคาย บึงกาฬ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ และอื่นๆ ส่วนใหญ่ได้แจ้งความกันแล้วทุกวันนี้น.ส.มายด์ กับสามี ก็ยังไปหลอกคนอื่นอีก
หลังรับเรื่องร้องทุกข์ นางปวีณาได้ประสาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. โดยจะพาตัวแทนผู้เสียหายไปพบเพื่อขอความเป็นธรรมและติดตามคดี สอบสวนจับกุมนายหน้าสองสามีภรรยาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่นอีก