ครู-กยศ.-เอสเอ็มอีด้วย สิ้นพย.แจงรายละเอียด ‘เศรษฐา’ปลื้มปิดบิ๊กดีล3บ.ยักษ์มาลงทุนในไทย ยันคนตจว.รอเป๋าดิจิทัล
‘เศรษฐา’ เดินหน้าดึงทุนใหญ่เข้าประเทศ ปิดดีล 3 บริษัทระดับโลก กูเกิ้ล-ไมโครซอฟท์-แอมาซอนเว็บเซอร์วิสเซส ลงทุนในไทย โชว์วิสัยทัศน์เวทีเอเปค มีคิวหารือผู้นำญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย-แคนาดา สิ้นเดือนพ.ย.นี้เตรียมแถลงใหญ่ แก้ปัญหาหนี้สินทั่วประเทศ ทั้งในและนอกระบบ ยันคนต่างจังหวัดเป็นห่วงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะสำเร็จหรือไม่ ‘วันนอร์’ พร้อมเปิดประชุมสภาวิสามัญพิจารณา พ.ร.บ.กู้เงิน รมช.คลังย้ำถ้าไม่ผ่านสภา รัฐบาลไม่มีแผนสำรอง กรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติเปิด รับฟังความเห็นภาคประชาชน คาดม.ค.67 เสนอครม.ทำประชามติ แย้มที่มาส.ส.ร.ผสมสัดส่วนจากการเลือกตั้ง-สรรหา
ลุยสหรัฐวันที่3-เศรษฐาพบนศ.ไทย
วันที่ 15 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ที่อยู่ระหว่างการทำทีมร่วมประชุมผู้นำเอเปคที่สหรัฐอเมริกา โดยภารกิจวันที่สาม เวลา 09.00 น. วันที่ 14 พ.ย.(ตามเวลานครซานฟรานซิสโก ช้ากว่ากรุงเทพฯ 15 ชั่วโมง) นายเศรษฐาหารือผู้บริหารมหาวิทยาลัยสแตนเฟิร์ด และพบปะนักศึกษาไทย โดยกล่าวกับนักศึกษาว่าเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องทำความเข้าใจว่าประเทศไทยมีอนาคต และเชื้อเชิญ ให้กลับมาทำงานที่ประเทศไทย การมาเอเปคครั้งนี้ได้เชิญชวนนักลงทุนหลายรายและเตรียมลงนามเอ็มโอยู ในอนาคตถ้ามีบริษัทดีๆ ไปเปิดที่เมืองไทยรองรับการกลับไปของนักศึกษาที่อยู่ต่างประเทศก็จะดี

ระดับโลก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พบปะหารือผู้บริหาร 3 บริษัทชั้นนำ ของโลก AWS, Google, Microsoft ซึ่งต่างสนใจมาลงทุนในประเทศไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ร่วมประชุมเอเปค ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.
ชวน Open AI ตั้งสาขาในไทย
เวลา 16.00 น. ที่โรงแรมเดอะริทซ์คาร์ลตัน นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการพบหารือกับนายแซม อัลท์แมน ผู้บริหารสูงสุดของ Open AI ซึ่งมีผลงาน ChatGPT แช็ตบอตดัง ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในโลก ได้พาไปเยี่ยมชมบริษัท เป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยมีศูนย์วิจัยที่อังกฤษ สหรัฐ ยังขาดเอเชีย เป็นหน้าที่ของไทยที่ต้องโน้มน้าวให้เข้ามาตั้งในไทย ถือเป็นภารกิจหลักที่จะทำให้สำเร็จต่อไปโดยทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม คาดว่า Open AI สนใจ จ.เชียงใหม่ หรือภูเก็ต เพราะเป็นจังหวัดที่มีระบบ Eco system ที่เหมาะสม ยังต้องดูประเด็นอื่นประกอบ ส่วนตัวเชื่อว่าการที่ผู้บริหารสูงสุดเบอร์ 1 เปิดโอกาสให้พบย่อมแสดงว่าเขาสนใจประเทศไทย
จ่อหารือ 3 ผู้นำโลก
ส่วนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในวันที่ 15 พ.ย.ไทยจะผลักดันเรื่องใดนั้น นายเศรษฐากล่าวว่า จะมีเรื่องเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นเรื่องใหญ่ที่ไทยผลักดันมาตั้งแต่การ ประชุมเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นอกจากนั้นผลักดันการค้าขาย ไทยพร้อมเปิดรับนักลงทุนและไม่มีเวลาใดที่ดีเท่าเวลานี้ที่จะเข้ามาลงทุนในไทย มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี พลังงานสะอาด สภาพความเป็นอยู่ เป็นหน้าที่ของตนที่จะบอกให้ทั่วโลกรู้ว่าเราพร้อมเปิด และในการประชุมดังกล่าวจะหารือกับผู้นำออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แคนาดา และรัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐที่มีบทบาทสำคัญให้สหรัฐไปลงทุนข้ามชาติในไทย

ระดับโลก – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พบปะหารือกับผู้บริหาร 3 บริษัทชั้นนำของโลก AWS, Google, Microsoft ซึ่งต่างสนใจมาลงทุนในประเทศไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมเอเปค ที่นครซานฟรานซิสโก สหรัฐ อเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.
ปลื้ม 3 บ.ยักษ์โลกจับมือลงทุน
ส่วนผลหารือกับผู้บริหาร Walmart ห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก Walmart ต้องการจะเปิดตลาดในไทยมากขึ้น จึงพูดคุยถึง ซอฟต์เพาเวอร์ของไทยที่เป็นอาหารพื้นเมือง ให้เข้าไปขายใน Walmart รวมทั้งอาหาร ฮาลาล ที่มีขายอยู่ในหลายรัฐในสหรัฐ การพบกับเวสเทิร์น ดิจิทัล บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ขนาดใหญ่ที่สุดในไทยต้องการลงทุนเพิ่มในไทย และต้องการย้ายฐานการผลิตจากฟิลิปปินส์ มาที่ไทย
และพูดคุยกับผู้บริหารบริษัท AWS บริษัทในเครือแอมาซอน จัดทำคลาวด์เซอร์วิส ได้เซ็นสัญญาจะเข้ามาลงทุนแล้ว จะเปิดดำเนินการเร็วๆ นี้เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นบริษัทแรกที่ลงทุนและจะลงทุนเพิ่มอีกด้วย ขณะที่การหารือกับ Google น่ายินดีที่มีการลงนามเอ็มโอยูกันเรียบร้อยแล้วที่จะมาทำดาต้าเซ็นเตอร์ เช่นกัน บริษัทยักษ์ใหญ่ 3 รายของโลกที่มาทำดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ AWS, Google และไมโครซอฟท์ ที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลไทย จะยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในอนาคตอันใกล้นี้
สรุปผลต่างชาติลงทุนรอบ 3 เดือน
การเดินทางมาสหรัฐครั้งนี้มีความพอใจ จากที่ได้พบปะภาคเอกชนรายใหญ่ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ เช่น คุณภาพโรงเรียน โรงพยาบาลระดับโลก นักลงทุนต่างพูดว่าเป็นความสบายใจที่จะได้มาใช้ชีวิตที่ไทย ถือเป็นจุดแข็งที่ทำให้ไทย ยืนหยัดและแข่งขันได้ในเวทีโลก
ตนสั่งให้ทีมงานสรุปแผนการชักชวน นักลงทุนต่างชาติในรอบ 3 เดือนว่ารายใดลงทุนแล้ว ใครอยู่ลำดับไหน ใครเพิ่งจีบกัน หรือใครได้ชวนไปดูหนังแล้ว แต่ไม่อยากพูดถึงผลงานหรือการตัดเกรดการทำงานของตนเอง ขอให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน หน้าที่ของตนคือตื่นเช้าไปทำงาน
สิ้นพ.ย.แถลงใหญ่แก้หนี้ทั้งระบบ
นายเศรษฐายังให้สัมภาษณ์กรณีที่ประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยเห็นชอบแนวทางแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งลูกหนี้ที่ชำระมากกว่า 150% หยุดจ่ายหนี้ได้ ว่าเป็นเรื่องนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยรวมของรัฐบาลนี้ ทั้งหนี้ กยศ. หนี้ครู หนี้นอกระบบ และเอสเอ็มอีที่ติดมาตรา 21 ช่วงปลายเดือนนี้ หรือประมาณ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ตนจะแถลงข่าวใหญ่ถึงมาตรการแก้ไขหนี้ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ กยศ.อย่างเดียว แต่จะรวมทุกภาคส่วนเท่าที่จะสามารถทำได้
รายงานข่าวเผยว่าประเด็นใหญ่คือหนี้นอกระบบ ที่ขณะนี้มีการสำรวจตรวจสอบทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ว่าแต่ละจังหวัดมีใครปล่อยกู้ การชำระหนี้เป็นอย่างไร คิดดอกเบี้ยเท่าไร แล้วจะเรียกเจ้าหนี้รายใหญ่ ลูกหนี้มาพุดคุย แล้วนำเข้าสู่ระบบเดียวกับมาตรฐานของรัฐ
ยันคนตจว.ห่วงเป๋าดิจิทัลไม่เกิด
นายเศรษฐากล่าวกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมแผนสำรองหากพ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ไม่ผ่านการตีความจากคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ไม่เฉพาะพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวที่กังวล แต่ประชาชนต่างจังหวัดที่ประสบปัญหาสะสมมาตลอดเรื่องจีดีพีที่ไม่โตมานาน ทุกคนห่วงว่านโยบายนี้จะเป็นอย่างไร ไทยอยู่ในสภาพเศรษฐกิจวิกฤตและจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจโดยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ถือเป็นนโยบายสำคัญที่เราจะผลักดันให้เกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะมีการผลักดันให้เกิดขึ้น
เมื่อถามว่านายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่ขัดขวางแต่หากรัฐบาลเดินหน้าต่อควรมีแผนเตรียม นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่อยากจะบอกว่ามีแผนสำรองอย่างไร แต่เราทำงานโดยมีหลายมาตรการที่กระตุ้นเศรษฐกิจออกมา วันนี้โฟกัสเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต มี ขั้นตอนชัดเจน ต้องคอยฟังทางคณะกรรมการกฤษฎีกาและขออนุมัติจากรัฐสภา ส่วนที่พรรคก้าวไกลอยากให้รัฐบาลมองความเห็นต่างโดยไม่มีอคตินั้น ไม่มีอคติอยู่แล้ว น้อมรับทุกคำแนะนำ ขอบคุณความเห็นดีๆ จากพรรคก้าวไกล
พร้อมเปิดสภาวิสามัญ-ถกพรบ.กู้
ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.บ.กู้เงิน เพื่อนำมาใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท หากรัฐบาลส่งมาที่สภา แต่อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม ต้องขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญหรือไม่ ว่าขึ้นอยู่กับพ.ร.บ.กู้เงินของรัฐบาลที่จะเสนอมา หากถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนก็สามารถขอให้สภาเปิดประชุมวิสามัญได้ หากรัฐบาลขอมาสภาก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประชาชน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวกรณีพ.ร.บ.กู้เงินไม่ผ่านทั้งชั้นสภา หรือศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างไร นายยุทธพรกล่าวว่า ปกติ ตามธรรมเนียม นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบ แม้กฎหมายไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าต้องทำอย่างไรในกรณีกฎหมายสำคัญไม่ผ่าน แต่คงต้องแสดงความรับผิดชอบ
จุลพันธ์ไม่กังวล-เป๋าดิจิทัลล้มรบ.
เวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ประธานกมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร เผยก่อน ประชุมกมธ. พิจารณารายละเอียดของนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ได้เชิญ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เข้าชี้แจง เพราะมีทั้งผู้คัดค้านและเห็นด้วย ทั้งเรื่องพ.ร.บ.กู้เงิน หลักเกณฑ์การจ่ายเงิน
ส่วนตัวมองเป็นเรื่องจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากจีดีพีที่ไม่เติบโตไทยกำลังเข้าสู่งคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบอีก 2-3 ปี ผู้หารายได้เข้าประเทศก็จะน้อยกว่าผู้สูงอายุ จะเป็นปัญหาต่อภาวะเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนและจำเป็นต้องแก้เศรษฐกิจตอนนี้ เราออกงบขาดดุลทุกปี 6-7 แสนล้านบาท อีก 2-3 ปีจะมีปัญหา เหมือนเราเห็นปากเหวอยู่ข้างหน้า จะรอตกเหวก่อนหรือไม่ถึงแก้ไข
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าชี้แจงว่า ถ้า พ.ร.บ.กู้เงินไม่ผ่านสภารัฐบาลไม่มีแผนสำรอง ทิศทางการพัฒนาประเทศของไทยอยู่ในสถานะถดถอย ความสามารถในการแข่งขันไม่ได้ดูดีแบบในอดีต จำเป็นต้องพลิกฟื้นปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ รวมถึงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้เข้มแข็ง
เมื่อถามว่าหากพ.ร.บ.กู้เงิน ไม่ผ่านสภา จะเกิดความเสี่ยงทางการเมืองหรือไม่ นาย จุลพันธ์กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ต้องยอมรับว่ากลไกนี้ตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าใช้วิธีอื่น เช่น มาตรา 22 จะมีการครหาหลบเลี่ยง ส่วนความเสี่ยงทางการเมืองเราเชื่อมั่นเสียงของฝั่งรัฐบาล เมื่อถามกรณีหากมีการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 245 ให้องค์กรอิสระตรวจสอบนโยบายรัฐบาล นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยินดี การตรวจสอบเป็นเรื่องดี พร้อมชี้แจง วันนี้เราพร้อมแล้วเพราะโครงการใหญ่เริ่มชัดเจนและเราตอบได้ทุกประเด็น ไม่กังวลหากหลายคนตั้งธงใช้โครงการนี้ล้มรัฐบาล และยืนยันไม่มีการทยอยจ่ายแน่นอน
จุรินทร์ชี้ออกพรบ.ถ่วงเวลาหาเงิน
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า เหตุผลที่อ้างว่าจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤตมันยังย้อนแย้งกันอยู่ ถ้าโครงการนี้จำเป็นเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ้างว่ากำลังวิกฤตหนักจริงๆ ทำไมไม่ออกเป็น พ.ร.ก. ซึ่งบังคับใช้ได้ทันที แต่การออกเป็น พ.ร.บ.ต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนและใช้เวลาอีกนาน เชื่อว่ายังจะมีปัญหาภาคปฏิบัติตามมาอีกมาก
รัฐบาลควรบอกประชาชนตรงๆ อะไรคือเหตุผลที่แท้จริง เพราะต้องการถ่วงเวลาหาเงิน เห็นบอกว่า พ.ค.อาจเลื่อนไปได้อีก หรือเพราะรู้ว่าเสนอเป็น พ.ร.ก.ก็อาจมีปัญหาเพราะไม่ได้จำเป็นเร่งด่วนจริง เพราะแค่เรื่องก่อหนี้สนองนโยบายหาเสียง หรือยังมีเหตุผลอื่นที่รับฟังได้ หากช่องทางออกกฎหมายกู้เงินทำไม่ได้ฐบาลต้องเตรียมช่องทางอื่นสำรองไว้ จะไปอ้างเหตุไม่ทำไม่ได้ เพราะไปหาเสียงไว้แล้ว

รับฟัง – นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 15 พ.ย.
เปิดสภาสอบถามสส.-สว.แก้รธน.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 แถลงหลังประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ว่า ได้รับความเห็นจากตัวแทนสลัม กลุ่มพีมูฟ และสมัชชาคนจน และกลุ่มหลากหลายทางเพศ และกลุ่มอิสระต่างๆ และตัวแทนทหารและตำรวจ เรื่องเลือกตั้งบางส่วนเสนอให้ตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด แต่กลุ่มเพศสภาพ กลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มอื่นๆ เห็นว่าอาจไม่มีโอกาสเข้าร่วม จึงเสนอให้เลือกตั้งบางส่วน หรือคัดสรรจากกลุ่มต่างๆ ส่วนประเด็นประชามติ
คณะอนุฯได้รับฟังความเห็นในกทม. สายวิชาชีพต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว วันที่ 20 ธ.ค.จะรับฟังประชาชนและเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 23 ธ.ค. กลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในภาคตะวันออก, 28 ธ.ค. กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่จ.เชียงใหม่ และ 7 ม.ค.กลุ่มมุสลิม ที่จ.สงขลา คาดการรับฟังความเห็นจะเสร็จสิ้น 7 ม.ค.2567 จะทำเอกสารรับฟังความคิดเห็นจากสส. 500 คน แบบสอบถามสว. 250 ฉบับ คาด 2 ส่วนนี้จะชัดเจนเมื่อเปิดสภา “คาดภายในเดือนธ.ค. กระบวนการรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจะมีข้อยุติ ฉะนั้นไตรมาสแรกหรือต้นปีหน้า จะพยายามทำให้จบภายในม.ค. ก่อนเสนอครม.พิจารณา และทำประชามติควบคู่ทำคำถามพ่วง”
อ.ยุทธพรแนะเร่งแก้พรบ.ประชามติ
นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ กล่าวว่า ที่หนักใจคือการทำประชามติ เพราะมีพ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้น การรณรงค์โนโหวตทำให้เสียงประชามติไม่ถึงกึ่งหนึ่งและตกม้าตายไปตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถ้าเสียงขั้นตอนแรกเกินกึ่งหนึ่ง ขั้นตอนที่สองก็เกินกึ่งหนึ่งอีกกระบวนการทำประชามติจะได้รับความเห็นชอบต่อไป ดังนั้นมีโอกาสต้องแก้ไขพ.ร.บ.ประชามติ พ.ศ.2564 ก่อน เพื่อทำให้โอกาสของการทำประชามติเป็นไปได้
นายวันชัย สอนศิริ สว. ประธานคณะทำงานติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในกมธ.การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา กล่าวว่า หากจะแก้กฎหมายประชามติอาจทำให้ยืดเวลาการแก้รัฐธรรมนูญออกไป จากเดิมที่อาจใช้เวลาแค่สมัยรัฐบาลปัจจุบัน (อ่านรายละเอียดหน้า 7)
ศาลรธน.ถกคดีพิธา-ก้าวไกล22พย.
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่า ความเป็นสส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตาม มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) หรือไม่ จากกรณีถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี และคดีนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ขอให้วินิจฉัยตาม มาตรา 49 การกระทำของนายพิธา และพรรคก้าวไกล ที่เสนอร่างพ.ร.บ. ยกเลิกมาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายหาเสียง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายและกำหนดนัดพิจารณาคดีต่อ 22 พ.ย. เวลา 09.30 น.
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยังออกเอกสารผลการประชุมคณะตุลาการพิจารณาคำร้องของประธานสภาให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) ประกอบมาตรา 187 หรือไม่ กรณีถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ศาลมีการอภิปราย ทั้งนี้คดีอยู่ระหว่างคู่กรณีตรวจพยานหลักฐานและพยานบุคคล ยื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็น จึงกำหนด นัดพิจารณาคดีต่อ 29 พ.ย. เวลา 09.30 น.
กกต.ชักใบแดง-ใบดำแรก
เว็บไซต์สำนักงาน กกต. เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต. ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ น.ส.เกศกานดา อินช่วย ผู้สมัคร สส.เขต 16 กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนางดวงฤดี พันธุ์สมตน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. 2561 มาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง พร้อมดำเนินคดีอาญากับทั้งสอง
ไต่สวนรับฟังได้ว่า ระหว่าง เม.ย.66 น.ส.เกศกานดา นางดวงฤดี ประธานหมู่บ้านร่มทิพย์แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพ และเป็นผู้ช่วยหาเสียง พบปะและสั่งให้หา รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง มีการจ่ายเงินเพื่อจูงใจให้ลงคะแนน ซึ่งมีทั้งคลิปเสียง วีดิโอบันทึกเหตุการณ์ จึงมีคำสั่งให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งน.ส.เกศกานดา และดำเนินคดีอาญา