นำลูกหนี้เคลียร์เจ้าหนี้ นายกฯแถลงใหญ่28พย.
‘เศรษฐา’ใส่เกียร์ห้าเดินหน้าแก้หนี้ทั้งระบบครั้งใหญ่ เปิดแถลงแนวทางแก้ ‘หนี้นอกระบบ’ 28 พ.ย. จากนั้นถึงคิว ‘หนี้ในระบบ’ 12 ธ.ค. ด้าน ‘อนุทิน’ สั่งนายอำเภอ-ผกก.สำรวจเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ทั่วประเทศ ให้เจ้าหนี้-ลูกหนี้มาลงทะเบียนเป็นข้อมูล ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ชี้แก้จน ไม่ใช่ให้ทุกคนรวย แต่ให้พ้นทุกข์พ้นความลำบาก มีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น เตรียมใช้ทั้งกฎหมาย และเรื่องภาษีมาช่วยให้ความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องวาระแห่งชาติ นโยบายแก้จนของประเทศ ในงานสัมมนาเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน วิถีความสำเร็จและความเป็นอยู่ที่ดี จัดโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอนหนึ่งว่า นโยบายแก้จน ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งชาตินี้และชาติหน้า ที่ผ่านมาในการหาเสียงไม่มีรัฐบาลใดไม่คิดแก้ปัญหาความยากจน ดังนั้น เมื่อประกาศเป็นวาระแห่งชาติแล้วต้องแก้ไขให้ได้ ไม่ใช่ให้เป็น วาระที่ต้องทำแบบถาวร เมื่อตนมีโอกาสทำงานที่กระทรวงมหาดไทยต้องทำทุกอย่างเพื่อกำจัดความยากจน และเป็นภารกิจและวาระแรกของตนที่ตั้งใจจะทำ
“ถ้าตั้งใจแก้ปัญหาโดยให้ประชาชน เชื่อมั่นว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำปัญหาปากท้องให้ดีขึ้นเยอะๆ เมื่อมีคนพูดว่ามาแก้ความจน ผมก็ท้อ เพราะต้องแก้ทุกอย่างจะแก้ได้อย่างไร มีแค่พูดกันไป โยนกันมา แต่ผมมองว่าการแก้ปัญหาความยากจนไม่ใช่ให้ทุกคนรวย เพราะความรวยมีหลายระดับ แต่ต้องทำให้ประชาชนพ้นทุกข์ขั้นพื้นฐาน มีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น พ้นความลำบาก ซึ่งนโยบายแก้จนของประเทศไทยต้องเป็นวาระแห่งชาติ โดยสนับสนุนสวัสดิการด้านต่างๆ ยกระดับการศึกษา เพิ่มรายได้ด้วยนวัตกรรมที่เหมาะสม กับบริบทของประเทศไทย ผมเชื่อว่าจะสามารถ ลดความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และพัฒนาให้เติบโตที่ยั่งยืนได้” นายอนุทินกล่าว

แก้จน – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ร่วมสัมมนาเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน วิถีความสำเร็จและความเป็นอยู่ที่ดี โดยหนุนเป็นวาระแห่งชาติ จัดโดยกมธ.การแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา ที่รัฐสภา เมื่อ 20 พ.ย.
นายอนุทินกล่าวอีกว่า กระทรวงมหาดไทยพร้อมสนับสนุนภารกิจต่างๆ รวมถึงนโยบายที่จะแก้ปัญหาตามอำนาจและหน้าที่ โดยตนขอให้สัญญาประชาคมและยืนยันความพร้อมทำเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จ ทั้งนี้แผนการทำงานนอกจากต้องสนับสนุนเรื่องปัจจัย 4 ให้ประชาชนแล้ว ยังต้องเติมเต็มปัจจัยที่ 5 คือการศึกษาของเยาวชนที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันต้องหาทางลดรายจ่ายของประชาชน เช่น สนับสนุนให้น้ำประปาดื่มได้ เพื่อประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อน้ำบริโภค นอกจากนั้นแล้วตนยังมองในประเด็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการอพยพย้ายถิ่น ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดกว้างให้ประชากรคุณภาพจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ
“สำนักสถิติระบุว่าประชาชนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีมากที่สุดและเป็นผู้ที่มี รายได้น้อยที่สุด ดังนั้นการแก้ปัญหาคือการหาที่ดินทำกินและพัฒนาแหล่งน้ำให้ครอบคลุม พื้นที่เกษตรกรรม ผมในฐานะรองนายกฯ ที่ดูแลกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมจะใช้นวัตกรรม เพื่อใช้การบริหารจัดการน้ำ อีกทั้งต้องทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ผมกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ถือเป็นเพื่อร่วมรุ่นกันที่มีสายสัมพันธ์ ได้พูดคุยกันและมีแนวคิดแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะใช้เวลาเท่ากับอายุของรัฐบาลนี้ ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด ผมอาจจะขอเยอะ อาจจำเป็น ต้องแลกกัน ทั้งงบประมาณที่ใช้ หรือโครงการ ที่ใช้ ผมจะใช้ความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดประโยชน์ กับประชาชนและบ้านเมือง” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ไม่ได้ต้องการให้ ทุกคนรวย เพราะความรวยของคนต่างกัน มีหลายระดับ แต่ขอย้ำว่านโยบายแก้จน เป็นวาระแห่งชาติ ต้องสนับสนุนนโยบาย ขั้นพื้นฐานของประชาชน เปิดโอกาสให้ยกระดับชีวิตด้วยการศึกษาและสร้างโอกาสด้วยการสร้างรายได้ด้วยนวัตกรรมความคิดและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทในประเทศไทย ซึ่งถ้าจิ๊กซอว์เหล่านี้ถูกต่อให้ครบก็น่าจะประสบ ความสำเร็จในการลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาความยากจน พร้อมกับสร้างความเจริญเติบโตให้เกิดขึ้นต่อไป
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมแถลงแผนแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาลในวันที่ 28 พ.ย.นี้ว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทำตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี โดยให้นายอำเภอ ผู้กำกับการแต่ละโรงพักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาเป็นผู้ประสานงานในการแก้ไขปัญหาหนี้ ซึ่งจะไม่ใช้คำว่าหนี้นอกระบบ แต่เป็นหนี้ที่เอารัดเอาเปรียบพี่น้องประชาชนและการชาร์จดอกเบี้ยที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด ในบางครั้งประชาชนต้องจ่ายเงินต้นไม่รู้กี่รอบ แต่หนี้ก็ยังอยู่ เพราะติดอยู่ในอัตราดอกเบี้ย ที่สูง เราจึงต้องเร่งแก้ไขตรงนี้ ซึ่งปัญหา ส่วนใหญ่ประชาชนมีปากเสียงมากไม่ได้เพราะเกรงกลัวอิทธิพล ทั้งของความเป็น เจ้าหนี้ และผู้ที่มีกำลังเหนือกว่าตนเอง ซึ่งรัฐบาลต้องเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา เราเชื่อว่า ถ้านายอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจตามโรงพักต่างๆ เข้ามาดูแล การเอารัดเอาเปรียบ และข่มเหง พี่น้องประชาชนก็จะลดลงไป ถือเป็นวัตถุ ประสงค์และกุศโลบายของนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่าในส่วนของกระทรวงมหาดไทยได้กำชับหน่วยงานเพื่อให้เกิดความเด็ดขาด ในการทำเรื่องนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นหน้าที่ โดยให้นายอำเภอเรียกลูกหนี้ทั้งหลายมาแสดงตนขึ้นทะเบียนเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งเราก็เข้าใจว่าบางทีก็ไม่มีใครกล้ามา ดังนั้น นายอำเภอ ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงมีหน้าที่ออกไปสำรวจความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องหนี้นอกระบบ เพื่อที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหา ส่วนจะเร่งรัดให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างไรนั้นขอให้รอฟังนายกรัฐมนตรีแถลง ให้พี่น้องประชาชน รับทราบในวันที่ 28 พ.ย.
วันเดียวกัน ที่กระทรวงการคลัง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง กล่าวถึงการมาประชุมที่กระทรวงการคลังมีวาระพิเศษอะไรหรือไม่ว่า หลายเรื่อง ทั้งเรื่องที่ตนแถลงไปว่าปลายพ.ย.หรือต้นธ.ค.จะแถลงแก้ไขหนี้ นอกระบบทั้งหมด ที่ต้องมาดูว่ามีกลุ่มไหนบ้าง ที่ยังขาดการดูแล เรื่องนี้ตนบริหารจัดการเองระหว่างตนกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมอบหมาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยไปแล้ว ซึ่งท่านเข้าใจและตระหนักดี ถึงปัญหานี้ วันนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะแถลงพร้อมกันกับเรื่องการบริหารหนี้ทั้งหมดหรือจะแยกแถลง

ถกแก้หนี้สิน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังเข้าไปติดตามงานและร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยรวมทั้งหมด ที่กระทรวงการคลัง โดยเตรียมแถลงใหญ่วันที่ 28 พ.ย.นี้
เมื่อเวลา 16.00 น. นายเศรษฐาเปิดเผย ภายหลังการร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า เรื่องใหญ่ที่มาคุยวันนี้คือการแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยรวมทั้งหมด โดยเราแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือหนี้นอกระบบ และหนี้ในระบบ ซึ่งเรื่องของหนี้นอกระบบ ตนจะแถลงในวันที่ 28 พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการ สำหรับหนี้ในระบบซึ่งถือเป็นหนี้ใหญ่ จะแถลงอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 12 ธ.ค. เวลา 14.00 น. ซึ่งจะแถลงครบทั้งแพ็กเกจ ในการแก้ไขหนี้ในระบบ นอกจากนี้ยังให้ การบ้านให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปทำด้วย
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงมาตรการภาษีระยะยาวว่า ขอยังไม่พูด เพราะถ้าพูดออกไปแล้วยังไม่มีอะไรที่ชัดเจน เดี๋ยวจะไปพูดกันไปกันมา แต่ยืนยันว่าจะมีมาตรการทางภาษีระยะยาวออกมา