แสดงตัวกับตร. นัดชี้แจงเสาร์นี้
โผล่แสดงตัวกับตำรวจแล้ว สมภารวัดดังที่ดอนกำยาน สุพรรณบุรี หลังถูกกล่าวหาหอบเงินกฐินกว่า 7 แสนบาทหาย แถมหนีหนี้ชาวบ้านอีก 4 ล้านที่ยืมมาพัฒนาวัด และพบภาพสุดท้ายที่สถานีบขส. เจ้าตัวอ้างแค่ขอไปพักสมอง นัดชี้แจงชาวบ้านวันที่ 25 พ.ย.นี้ ด้านนายอำเภอ-ตำรวจเร่งสอบปากคำผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานจ่อดำเนินคดี
จากกรณีเจ้าหน้าที่การเงินของวัดแห่งหนึ่งใน ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ว่าวันที่ 12 พ.ย.ปรากฏว่าวัดแห่งหนึ่งได้จัดทอดกฐินสามัคคี ได้ยอดเงินจำนวน 717,186.75 บาท ต่อมาเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวซึ่งยังเป็นเจ้าคณะตำบลด้วยได้นำเงินไปฝากธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาสุพรรณบุรี โดยปกติต้องนำเงิน ดังกล่าวเข้าบัญชีของวัด ต่อมาในช่วงเย็น วันที่ 17 พ.ย. ได้ตรวจสอบยอดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารโดยนำสมุดไปปรับดูยอดเงิน ปรากฏว่าไม่มีเงินกฐินเข้าบัญชีวัดแต่อย่างใด หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวได้ จึงเชื่อว่าเงินกฐินของวัดยังอยู่ที่เจ้าอาวาส จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมานายจิตรติ รามเนตร รักษาการนายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี และคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวหายตัวไปจริงและไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนชาวบ้านผู้เสียหายกว่า 30 รายที่ให้เจ้าอาวาสยืมเงินส่วนตัวเพื่อทะนุบำรุงวัด รวมเป็นเงินประมาณ 4 ล้านบาท เริ่มทยอยออกมาให้รายละเอียด ขอให้เจ้าอาวาสนำเงินมาคืนพวกตนด้วย
ความคืบหน้าวันที่ 21 พ.ย. นายจิตรติ รามเนตร รักษาการนายอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเปิดเผยว่า หลังจากที่ได้ประชุมชาวบ้านในพื้นที่ รวมทั้งชาวบ้านที่ให้เจ้าอาวาสยืมเงินไปพัฒนาวัดไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 พ.ย. และมอบหมายให้ผู้ใหญ่บ้านร่วมกับพระเลขานุการวัดดำเนินการรับแจ้งรวบรวมข้อมูลความเสียหาย โดยทำบัญชีระบุรายชื่อ ที่อยู่ และจำนวนเงินที่ได้ให้กู้ยืม พร้อมพยานหลักฐานการกู้ยืม (ถ้ามี) จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณาด้วยมติเป็นเอกฉันท์ด้วยความเห็นชอบร่วมกัน โดยได้กำหนดให้นัดหมายประชุมติดตามกันอีกครั้งในวันที่ 30 พ.ย. เวลา 13.30 น. ณ วัดบางปลาหมอ ในระหว่างนี้เราอาจจะมีข้อมูลข้อเท็จจริงมากขึ้น โดยวันดังกล่าวจะเชิญหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องของระเบียบกฎหมาย เช่น อัยการ สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ มาพูดคุยให้คำแนะนำชาวบ้านในเรื่องของการที่ชาวบ้านให้เจ้าอาวาสยืมเงิน ถ้าจะดำเนินคดีจะต้องทำอย่างไร เตรียมหลักฐานอะไรบ้าง
ส่วนพระลูกวัดกล่าวว่า ส่วนตัวก็สนิทกับเจ้าอาวาสเพราะเป็นเลขานุการ ทำงานสนองงานคณะสงฆ์ ส่วนเงินกฐินนั้นได้ประมาณ 7 แสนจริง แต่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ค่าช่างที่จ้างมาสร้างพัฒนาทะนุบำรุงวัดแล้วน่าจะเหลือประมาณ 2 แสน ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบเจ้าอาวาสเป็นพระนักพัฒนา ชาวบ้านรักใคร่ดี
ด้านนางกานดา สุนทรพิพัฒน์ ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าอาวาสวัดยืมเงินตนไป 30,000 บาท จะนำไปเป็นค่าใช้จ่ายภายในวัด บูรณะศาลาการเปรียญ และบอกว่าหลังกฐินจะให้ พอหลังประมาณ วันที่ 14 พ.ย.ตนได้ทวงถามและได้คืนมา 6,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่อ่านไลน์ ปิดเฟซบุ๊ก ติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนที่ตนให้ยืมเพราะเห็นว่าเป็นพระที่พัฒนาวัด ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียอะไร ชาวบ้านรักใคร่ศรัทธา ก็คิดว่าจะนำเงินมาพัฒนาวัดและเจ้าอาวาสบอกว่าถ้าได้เงินกฐินก็จะนำมาคืนให้ ตนก็เลยให้ยืม และที่ผ่านมาตนเคยให้ยืมไปครั้งหนึ่งก็นำมาคืน เลยคิดว่าครั้งนี้ก็น่าจะได้คืน พอติดต่อไม่ได้ก็ตกใจมาก ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเพราะเป็นถึงเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบล
ส่วนเรื่องของคดีนั้น พ.ต.อ.ธัชชัย ทิพเนตร ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างพนักงานสอบสวนเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ทั้งคณะกรรมการวัด และชาวบ้านที่เจ้าอาวาสยืมเงินประมาณ 30 ราย และชุดสืบสวนติดตามเจ้าอาวาสเพื่อมาให้ปากคำข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายคดีอาญาหรือไม่ เมื่อสอบปากคำพยานครบทุกปาก และถ้าเข้าข่ายก็จะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
ผู้ข่าวรายงานว่าหลังจากลงพื้นที่สอบถามชาวบ้าน ส่วนใหญ่ยังศรัทธาเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวเพราะพัฒนาวัดจนเจริญ ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย ช่วยเหลือสังคมทุกด้าน ที่ผ่านมาก็ทำนุบำรุงวัด สร้างศาลาวัด หอสวดมนต์ เมรุใหม่ เวลาขอยืมเงินชาวบ้าน 50,000-100,000 บาท ชาวบ้านก็ให้ ไม่ต้องมีหนังสือสัญญา ให้ยืมปากเปล่าเลย เพราะคิดว่าท่านทำเพื่อวัด เราก็ยินดีกัน พอททราบเรื่องตกใจกันหมด ใช่เหรอ จริงเหรอ เบื้องต้นก็ยังคิดว่าท่านจะกลับมา ก็ให้เวลาเค้าหน่อย สักสิ้นเดือน อย่าเพิ่งไปฟันธง ให้โอกาสเค้ากลับมา ส่วนปัญหาในครั้งนี้เจ้าอาวาสไม่เคยเล่าให้ใครฟังถึงปัญหาส่วนตัวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องจะมีปัญหาหนี้สินอะไรนั้น คงต้องรอให้ทางเจ้าอาวาสมาชี้แจงต่อไป
ล่าสุดได้มีภาพเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวเดินทางมาที่สถานี บขส.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เวลา 13.30 น. ก่อนที่ชาวบ้าน ผู้เสียหายจะนำเรื่องไปแจ้งความว่าติดต่อไม่ได้จนถึงขณะนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี แล้ว เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมนำเอกสารแสดงยืนยันรายรับรายจ่าย และก่อนจะออกไปจากวัดได้บอกพระที่วัดว่าจะไปพักสมอง 2-3 วัน และหลังจากนี้ขอเวลาเคลียร์เรื่องต่างๆ ก่อน และวันเสาร์ที่ 25 พ.ย. เวลา 9 โมงเช้าจะไปชี้แจงกับชาวบ้านด้วยตัวเองที่วัด