‘บิ๊กต่อ’ ฮึ่ม ‘เสี่ยแป้ง’ มอบตัวไม่มีเงื่อนไข ไม่มีวิสามัญฯ ในฐานะผบ.ตร.รับรองให้ความปลอดภัย ยืนยันหากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้แจ้งมา ชี้ถ้ายังหลบหนีก็จะต้องหนีไปตลอดชีวิต เชื่อยังกบดานในประเทศ ขณะนี้รู้วันเวลาหลบหนีลงจากเขาบรรทัด รวมทั้งคนที่พาหนีด้วย ขณะที่ผู้ช่วยผบ.ตร.หัวหน้าชุดไล่ล่า ก็ชี้ยังอยู่บนเทือกเขา เพราะมีคนคอยช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่โรงแรมบางกอก พาเลส กทม. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามจับกุม นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด ผู้ต้องหาคนดังหลบหนีการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ว่า ตอนนี้รู้วันเวลาที่นายเชาวลิตหลบหนีลงจากเทือกเขาบรรทัดแล้ว รวมทั้งบุคคลที่พานายเชาวลิตลงเขาเช่นเดียวกัน ยืนยันว่านายเชาวลิตยังอยู่ในประเทศ โดยจะตรวจสอบภาพจากในคลิปวิดีโอ ที่มีรั้วลวดหนามคล้ายอยู่ตามตะเข็บชายแดน และบ้านประตูไม้สีแดงว่าเป็นสถานที่ในพื้นที่ใด

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่าส่วนกรณีที่ นายเชาวลิตอ้างถึงบุคคลต่างๆ รวมถึงตำรวจหลายนายเข้าไปพัวพันคดีนั้น ได้ สั่งการให้จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ถ้าหากพบมีมูลความผิดก็จะสั่งลงโทษทางวินัยและอาญา ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายเชาวลิตติดต่อขอมอบตัวนั้น ไม่เป็นความจริง มีเพียงญาติเท่านั้น แต่ถ้าติดต่อขอมอบตัวด้วยตนเอง ตนในฐานะผบ.ตร.จะยืนยันความปลอดภัยให้ และจะไม่วิสามัญฆาตกรรมแต่อย่างใด แต่ถ้าหากตำรวจ เข้าจับกุมและขัดขืนต่อสู้กัน ตำรวจจะใช้ดุลพินิจ

“การหลบหนีแบบนี้ จะทำให้ต้องหนีไปตลอดชีวิต ดังนั้นควรจะติดต่อเข้ามอบตัว แต่ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้แจ้งมาได้ทันที” ผบ.ตร.กล่าว

ผู้สื่อข่ามถามว่ามีการติดต่อขอเข้ามอบตัวบ้างหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่าไม่มี ที่ติดต่อก็มีญาติประสานผ่านทางทีมงานมาว่าจะขอมอบตัว แต่มีเงื่อนไข ซึ่งหากมีเงื่อนไขตนเองรับไม่ได้ ไม่ให้มีเงื่อนไข ต้องมอบตัวอย่างเดียว หากนายเชาวลิต ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ให้ทำหนังสือร้องเรียนมาที่กระทรวงยุติธรรม

ต่อข้อาถามต่อถึงกรณีที่นายเชาวลิตระบุว่าหากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขก็ให้รับศพไป พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่าเป็นเรื่องของเขา ส่วนตำรวจมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายติดตามตัวคนร้ายกลับมาให้ได้ ตำรวจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ยืนยันว่าไม่มีเรื่องที่จะตามไปวิสามัญฯ แต่หากมีการต่อสู้ระหว่าง การเข้าจับกุมก็ให้ว่าไปตามกฎหมาย ไม่มีใครตั้งเป้าที่จะไปเอาชีวิตเขา หากไม่มั่นใจก็ให้ติดต่อมาจะส่งทีมไปรับ หรือจะมา กับญาติพี่น้องก็ได้หากเกรงว่าไม่ปลอดภัย ตนเองรับรองความปลอดภัยให้เข้ามอบตัว แต่ต้องไม่มีเงื่อนไข

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามล่าตัวนายเชาวลิตอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนตัวเชื่อว่ายังคง หลบหนีอยู่ในประเทศ เพราะหากหนี ออกนอกประเทศทางเรือไปยังประเทศอื่น คงเป็นไปได้ยาก เช่น หากหลบหนีไปทางประเทศอินโดนีเซีย เรือก็ไม่สามารถไปได้ หรือหนีไปประเทศมาเลเซีย หากไม่ใช่มุสลิมก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้

“เชื่อว่าเสี่ยแป้งยังคงหลบอยู่บนเทือกเขาในพื้นที่ เพราะมีคนให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตำรวจจะจับกุมเสี่ยแป้งมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าว

วันเดียวกัน นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีนายเชาวลิตอ้างถึงพนักงานอัยการชื่อบอย ที่เคยเป็นผู้ต้องหาร่วมกัน แต่อัยการภาค 9 สั่งไม่ฟ้องว่า อัยการสูงสุดนอกจากจะสั่งให้อธิบดีอัยการภาค 9 ตรวจสอบข้อเท็จจริงเเล้ว ยังสั่งการให้อธิบดีอัยการภาค 9 เเละอธิบดีอัยการสำนักงานวิชาการประสานงานกัน เพื่อนำสำนวนมาวิเคราะห์ เดิมสำนวนมีอยู่ 2 ส่วน ส่วนเเรกเป็นส่วนที่สั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหา ในส่วนนี้มีอัยการที่ชื่อบอย อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 6 ผู้ต้องหา ที่อธิบดี อัยการภาค 9 ในปี 2563 มีคำสั่งไม่ฟ้อง เเละคำสั่ง ส่งไปยังผบช.ภาค 9 พิจารณาเเล้วเห็น พ้องกัน ไม่ได้โต้เเย้ง ถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด

นายประยุทธกล่าวว่าส่วนอีกคำสั่งคือคำสั่งที่ฟ้องนายเชาวลิต ศาลจังหวัดพัทลุงมีคำพิพากษาจำคุก เรื่องนี้อธิบดีอัยการภาค 9 รายงานผลการตรวจสอบมายังอัยการสูงสุดเเล้วเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือพาดพิงอัยการบอย ข้อเท็จจริงก็เป็นอย่างที่ตนพูดขั้นตอนในตอนต้น ส่วนที่ 2 บัตรสนเท่ห์กล่าวถึงอัยการอีกคนหนึ่ง มีตำเเหน่งเป็นอัยการจังหวัดคดีศาลเเขวงจังหวัดสงขลา ซึ่งอธิบดีอัยการภาค 9 ตรวจสอบเเล้วพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เนื่องจากขณะเกิดเหตุรับราชการ อยู่ที่สำนักงานอัยการอาญามีนบุรี รวมทั้งไม่รู้จักอัยการบอยเเละนายเชาวลิต

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน