ย้ำชาวบ้านได้ชัวร์เงิน1หมื่นจบงานแอ่วเหนือ-ลุยต่อภูเก็ตวันนี้!มท.เปิดลงทะเบียนแก้หนี้
‘เศรษฐา’ ย้ำกับชาวบ้านให้รอรับเงิน 1 หมื่นตามไทม์ไลน์ ลุยงานต่อภูเก็ตทันทีหลังแอ่ว 2 จังหวัดภาคเหนือเยือนอุตรดิตถ์พบชาวลับแล เริ่ม 1 ธ.ค. มหาดไทยเปิดลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแก้หนี้นอกระบบ รัฐบาลดีเดย์ม.ค.67 แก้ระบบสินเชื่อข้าราชการ 3 ล้านคน นายกฯ ลั่นรับไม่ได้ กกพ.ชงขึ้นค่าไฟเป็น 4.68 บาท/หน่วย ด้านโฆษกพลังงานแย้ม ‘พีระพันธุ์’ หาทางกดลงไม่เกิน 4.20 บาท ‘อดิศร’ ตั้งฉายา ‘ชัยธวัช วัดอ้อน้อย’ ย่องพบอดีตพุทธะอิสระ ถกร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ‘บิ๊กตู่’ ฝากทุกคนทำงาน เพื่อชาติ หลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น องคมนตรี
‘บิ๊กตู่’ฝากทุกคนทำงานเพื่อชาติ
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรีคนใหม่ว่า “กราบแสดงความยินดีอย่างยิ่ง ท่านองคมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อค่ำวานนี้ หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่อง แต่งตั้งองคมนตรี ผมได้ไลน์ไปแสดงความยินดีกับท่านองคมนตรีลุงตู่ ที่ได้รับ พระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรี เมื่อค่ำคืนวันที่ 29 พ.ย.
ในฐานะที่ผมมีความเคารพรักลุงตู่เป็นอย่างมาก ผมบอกท่านว่า ผมดีใจมากๆ ท่านองคมนตรี กล่าวตอบว่า “ขอบคุณ และฝากช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีพระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งให้พล.อ. ประยุทธ์ เป็นองคมนตรี ปรากฏว่ามีผู้คนทุกวงการ ส่งข้อความแสดงความยินดี โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกคน
‘นิด’โอ่จองเทสล่าพุ่ง 2 ล.คัน
เมื่อเวลา 09.45 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ หลังพักค้างคืนจากการปฏิบัติหน้าที่ในเชียงใหม่ 2 วัน ไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก แล้วเดินทางด้วยรถยนต์ทะเบียน ฮอ 7743 กรุงเทพมหานคร มาปฏิบัติภารกิจใน จ.อุตรดิตถ์
นายเศรษฐาทวีตว่า ออกจากเชียงใหม่เดินทางมาอุตรดิตถ์แล้ว ได้ทานอาหารเช้ากับผู้ว่าฯ เชียงใหม่ กำชับไปในเรื่อง พีเอ็ม 2.5 มาตรการต่างๆ ต้องพร้อม ได้บอกผู้ว่าฯ ไปว่าต้นปีจะมาใหม่และถ้าท่านต้องการให้ช่วยเหลืออะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าลังเลที่จะบอก พร้อมปฏิบัติคืนสิทธิ พื้นฐาน อากาศที่สะอาดให้พี่น้องประชาชน ทุกคน”
“ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเทสล่าเมื่อคืนก่อน ทราบว่ามีการจอง Cyber truck เข้ามาถึงกว่า 2 ล้านคัน เยอะที่สุดของการจองรถเทสล่าทุกรุ่น Cyber Truck เป็นรถรุ่นที่ผมไปลองนั่งมาที่โรงงานเมื่อคราวที่ไปเยี่ยม 0-100 ต่ำกว่า 2.5 วินาทีครับ! ชนก็ไม่บุบทุบก็ไม่ยุบ! หวังว่าไม่นานจะมาประกอบที่เมืองไทย”
เวลา 11.50 น. นายเศรษฐาเยี่ยมชมโครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.อุตรดิตถ์ (โครงการเขื่อนทดน้ำผาจุก โครงการแก้มลิง บึงมาย บึงกะโล่ บึงช่อ บึงหล่ม และโครงการอื่นๆ) และพบปะประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) จ.อุตรดิตถ์จำนวนหนึ่ง และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ต้อนรับ
พบชาวลับแล-ห่วงทาสยุคใหม่
นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องแรกอยากพูดถึงเรื่องสิทธิพื้นฐานมนุษยชนทั่วไปในเรื่องอากาศสะอาด วันที่ 29 พ.ย. ได้ประชุมครึ่งวันที่จ.เชียงใหม่เรื่อง PM 2.5 ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของพี่น้องทุกๆ คน เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะการเผาป่า เผาซากพืชผล ทั้งหลายต้องไม่มี รัฐบาลจะมาช่วยดูแลกำกับตรงนี้ให้ดีมากขึ้น
ส่วนเรื่องภาระหนี้สินนอกระบบ หากใช้คำที่รุนแรง พี่น้องประชาชนกลายเป็นทาสยุคใหม่ วันที่ 8 ม.ค.2567 ตนและทีมงานจะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและตำรวจ เพื่อให้กำกับดูแลพี่น้องที่มีสัญญาการกู้เงินที่ไม่เป็นธรรม อัตราดอกเบี้ยที่ไม่ถูกกฎหมาย ให้มีการบริหารจัดการ โดยยกระดับเศรษฐกิจให้พี่น้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างเป็นธรรม กรณีที่มีเอกสารสิทธิไปกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยที่สามารถไปทำมาหากินได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี การมอบโฉนดก็เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ ซึ่งจะเริ่มแจกภายในสิ้นปีนี้
เรื่องพืชผลเริ่มจากการไม่ท่วมไม่แล้ง เรื่องการทำอ่างเก็บน้ำใช้งบประมาณมากแต่จะเริ่มสัมฤทธิผลในปีหน้า ทำให้จังหวัดข้างเคียงอย่างจ.สุโขทัยน้ำไม่ท่วมด้วย ไม่ใช่แค่จ.อุตรดิตถ์อย่างเดียว จะถือเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีศักยภาพสูง ส่วนการสร้างด่านที่จะผ่านไปสปป.ลาว ด่านภูดู่ เข้าใจว่าเป็นด่านที่ถาวรแล้ว ตนจะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ให้มีด่านศุลกากร สามารถส่งพืชผลที่มีศักยภาพไปขายในเมืองจีนได้โดยผ่าน สปป.ลาว ส่วนการเชื่อมต่อถนนหลายๆ สาย จะทำให้จ.อุตรดิตถ์เป็นเมืองท่องเที่ยวเมืองรอง หากไม่มีการสร้างถนนเชื่อมต่อที่ดี การท่องเที่ยวก็เป็นไปได้อย่างไม่ดีนัก
สั่งตั้งสำนักงานททท.อุตรดิตถ์
ต่อมาเวลา 14.15 น. นายเศรษฐาเยี่ยมชมศูนย์จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน (OTOP) ที่อ.ลับแล และติดตามการพัฒนาโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองลับแล เมืองมหัศจรรย์ผลไม้ เมืองงาม 3 วัฒนธรรม และโครงการพัฒนาอาชีพและรายได้ประชาชน บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก
นายเศรษฐากล่าวว่า วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่อง Soft Power จ.อุตรดิตถ์เป็นเมืองงาม 3 วัฒนธรรม มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทั้งเรื่องภาษา อาหาร วัฒนธรรม กีฬา ผลไม้ อาหารการกิน เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงที่ต้องถูกดึงเข้ามา ที่ผ่านมาขาดการเอาใจใส่จากรัฐบาล อุตรดิตถ์ไม่มีที่ทำการของการท่องเที่ยว หรือททท. แล้วจะมีการดึงศักยภาพออกมาได้อย่างไร ซึ่งมีการตกลงว่าจะมาตั้งสำนักงานที่นี่เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว ที่นี่มีจำนวนห้องพักเพียง 3,000 กว่าห้อง ดูจากวัฒนธรรมกิจกรรมต่างๆ ทำให้เต็มทุกปีได้ ทำให้ทุกเดือนเป็นเดือนแห่ง ไฮซีซั่น หลังจากนี้จะให้เคพีไอว่าจากนี้อีก 2 ปีต้องมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1.5 ล้านคนหรืออีกเท่าหนึ่ง
ขณะที่พืชผลทางการเกษตร ทุเรียนหลงลับแล เป็นทุเรียนที่ตนชอบ ปีหนึ่งตนไม่เคยกินเกิน 1 ลูก จึงต้องมีการส่งเสริมให้ปลูกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการยกระดับศุลกากรส่งสินค้าไปยังประเทศจีน หากมีศุลกากรจะทำให้เรื่องการค้าขายของประชาชนดีขึ้น ยกระดับผลไม้ต่างๆ ส่งออกไปขายอย่างประเทศจีนได้ ซึ่งทุเรียนเองจริงๆ แล้วเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ในบทบัญญัติยังไม่เป็นพืชเศรษฐกิจ และจะมีการแจกโฉนดให้ประชาชนมีสิทธิทำกินได้อย่างภาคภูมิใจ นำไปกู้เงินได้ ไม่ต้องกู้เงินเป็นหนี้นอกระบบ ที่เป็นปัญหาอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
“ขอพี่น้องประชาชนอย่าเพิ่งหมด กำลังใจ เพราะรัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งใครและทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น”

รับนายกฯ – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ รับดอกไม้จากชาวบ้านจากหลายอำเภอ แห่มาต้อนรับ ระหว่างเดินทางไปติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำ และแก้ปัญหาเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน บริเวณที่ว่าการอำเภอน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.
ให้ชาวบ้านรอเงินดิจิทัล
เวลา 16.28 น. นายเศรษฐาเดินทางถึงที่ว่าการอำเภอน้ำปาด อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกินจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา ที่คาดว่าจะสามารถเปิดใช้บริการได้ในปี 2573 การพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรภูดู่ อ.บ้านโคก และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำพร้อมระบบกระจายน้ำ ต.ท่าแฝก อ.น้ำปาด โดยมีประชาชนมาต้อนรับอย่างคึกคัก และตะโกนว่า “นายกฯ เศรษฐาเราจะเป็นเศรษฐี” ด้านนายกฯ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า “รอเงินดิจิทัล นะครับ”
นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องด่านศุลกากรเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญการที่ตนเดินทางไปประชุมกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้พูดคุยกันเรื่องการค้าขายข้ามพรมแดน ซึ่งประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร ผลไม้หลายชนิดเป็นที่นิยมของชาวโลก เรื่องการคมนาคมที่สะดวกสบายและด่านศุลกากรถาวรก็เป็นเรื่องสำคัญ ตนที่สวมหมวกอีกใบในฐานะรมว.คลัง ซึ่งกำกับดูแลกรมศุลกากร จะทำให้ด่านศุลกากรที่จุดผ่านแดนถาวร ภูดู่ เป็นด่านถาวรเกิดขึ้นได้จริงๆ
จบทริปเหนือ-ลุยต่อภูเก็ต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิบัติภารกิจในจ.อุตรดิตถ์ เป็นวันสุดท้ายในการทัวร์พื้นที่ภาคเหนือ จากนั้นวันที่ 1 ธ.ค. นายเศรษฐาจะไปปฏิบัติภารกิจจ.ภูเก็ต โดยเดินทางจากท่าอากาศยานทหารกองบิน 46 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ไปยังท่าอากาศยานภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
เวลา 16.00 น. จะติดตามการฝึกซ้อมแผนการบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล สถานการณ์นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนจุดห้ามเล่นน้ำ จมน้ำ เกิดเหตุสภาพอากาศแปรปรวน คลื่นสูง เรือโดยสารโดนกัน มีผู้บาดเจ็บ และลอยคอในทะเล พร้อมรับฟังรายงานข้อมูลสรุปผลการฝึกซ้อม ที่โรงแรม Kudo Hotel and Beach Club ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
นอกจากนี้ นายเศรษฐา เตรียมลง พื้นที่จ.หนองบัวลำภู เพื่อตรวจราชการ และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2566 หรือครม.สัญจรในวันที่ 3-4 ธ.ค. โดยวันอาทิตย์ที่ 3 ธ.ค. นายกฯลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตลอดทั้งวัน และวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค. เวลา 09.00 น. นายกฯเป็นประธานการประชุมครม.สัญจร ที่โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม จะลงทื้นที่พบปะ ชาวบ้านกลุ่มต่างๆ เพื่อรับฟังและติดตามปัญหาความยากจน
ยันไทม์ไลน์เดิมแจก 1 หมื่น
นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ในหลายจังหวัดพบว่าประชาชนทวงถามเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ส่งผลต่อการเกิดแรงกดดันหรือไม่ว่า ทุกวันทุกเรื่องเป็นเรื่องที่กดดัน และเป็นเรื่องที่อยากให้ พี่น้องประชาชนได้จริงก็มารับฟัง ลง พื้นที่จ.อุตรดิตถ์หลายท่านก็ถามเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องที่เขาอยากได้จริงๆ เพราะวิกฤตจริงๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดิจิทัลวอลเล็ต มีความคืบหน้าอย่างไรแล้ว นายเศรษฐากล่าวว่า ยังเลย เดี๋ยวบ่ายนี้จะโทร.หา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ว่าเรื่องถึงไหนแล้วในตอนนี้ ต่อข้อถามว่าดูเหมือนถูกมองว่าเรื่องเงียบไป บางคนอาจใจแป้วว่าจะไม่ได้เงินดิจิทัลแล้ว จะให้ความมั่นใจอย่างไรกับประชาชน นายเศรษฐากล่าวว่า พยายามทำอย่างเต็มที่ ทุกฝ่ายต้องมีการพูดคุยกัน
ต่อข้อถามว่ายังคงไทม์ไลน์เดิมแจก พ.ค2567 หรือไม่ นายเศรษฐายืนยันว่า ยังคงไทม์ไลน์เดิม ผู้สื่อข่าวถามว่า มีแผนหรือไม่ หากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมาในทางลบจะปรับลดอะไรที่ไม่ต้องกู้เงินมาใช้ในโครงการหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า เดี๋ยวคงมีการพูดคุยกันในตรงนี้ แต่ตอนนี้มุ่งมั่นจะทำจากนี้ เมื่อถามว่าจะพยายามอย่างเต็มที่ หากได้หรือไม่ได้อย่างไรจะมีคำตอบให้กับประชาชน ใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ถูกต้อง ใช่ครับ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล
ต้นปีหน้าตรวจการบ้านแก้ฝุ่น
นายเศรษฐากล่าวว่า การลงพื้นที่อยากจะมารับฟังปัญหา เพื่อหาทางแก้ไข อย่าง 29 พ.ย.ได้ฟังปัญหาเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งมาจากการเผาป่า ปัญหาใหญ่ทุกปัญหาเกิดมาจากการที่เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เกษตรกรที่มีตอข้าวและซังข้าวโพดต้องเผาป่า เป็นวิธีที่จะกำจัดได้เร็วที่สุด และทำให้ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในเรื่อง PM 2.5 แต่ปีนี้รัฐบาล จะผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่สภา และเมื่อ 29 พ.ย.ต้องขอบคุณผู้ว่าฯ เชียงใหม่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มาพบปะพูดคุยกับภาคเอกชนและทุกภาคส่วน เพื่อที่จะทำให้ปัญหา PM 2.5 ลดลงอย่างมีนัยยะ
เช้าวันเดียวกันนี้ ได้เจอกับผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ได้พูดคุยกันว่าเราจะต้องทำอะไรกันบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเมื่อกลับไปต้องไปพูดคุย โดยเฉพาะฝ่ายทหารที่น่าจะมีส่วนช่วยได้อย่างสูงสุด คาดว่าน่าจะเป็นปลายเดือนม.ค.2567 เข้าสู่ต้นเดือนก.พ. ที่จะเข้าสู่ช่วงวิกฤตจริงๆ ตนจะมาลงพื้นที่ อีกครั้งหนึ่ง ปัญหานี้ต้องหมดไปเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน คืออากาศสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่ต้องทำ
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวทางรับซื้อตอซังข้าวโพด จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา เราต้องไปคุยกับหน่วยงานที่จะต้องมารับซื้อตรงนี้ด้วย ยืนยันพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะลดให้ได้ครึ่งนึงก่อน เมื่อถามถึงต้นตอที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการเผาอ้อยเพื่อป้อนโรงงาน และโรงงานมักอ้างว่าไม่ได้ให้เผา นายเศรษฐากล่าวว่า มีเกิดขึ้นจริงๆ ต้องให้หน่วยงานลงพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยต้องพึ่งหน่วยงานความมั่นคงจากกอ.รมน. จะกลับไปพูดคุยกันอีกครั้งนึงเพราะต้องพยายามอย่างเต็มที่ ตนจะลงพื้นที่ด้วยตัวเองอีกครั้งด้วย และจะมีการพูดคุยกับทางโรงงานน้ำตาลด้วยเช่นกัน
รับไม่ได้-ขึ้นค่าไฟเป็น4.68บ.
นายเศรษฐากล่าวกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติ ขึ้นค่าไฟเป็น 4.68 บาทต่อหน่วยว่า “4.68 บาท โอ้ย! เรารับไม่ได้หรอกครับสูง เกินไป ผมในฐานะประธานจะต้องมีการเรียกประชุม ไม่ยอมหรอกครับ”ผู้สื่อข่าวถามว่าการปรับราคาขึ้นดังกล่าวสูงกว่าเพดานที่รัฐบาลเคยตั้งไว้หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า จะเข้าไปพูดคุยรายละเอียดทั้งหมดในฐานะประธานกกพ. ต่อข้อถามว่าจะเป็นมาตรการต่อเนื่องหรือไม่สำหรับเรื่องการลดราคาไฟฟ้า นายเศรษฐากล่าวว่า ต้องไปนั่งดูก่อน เพราะเป็นเรื่องของงบประมาณด้วย แต่ขึ้นไปถึง 4.68 บาทคงไม่ไหว เยอะเกินไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่ามีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นใช่หรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า แนวโน้มจะขึ้นจาก 3.99 บาท แต่ไม่ถึง 4.68 บาทแน่นอน ต่อข้อถามว่าจะทำในลักษณะวินวินคือทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคอยู่ได้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า “ต้องทำให้ได้สิครับ ต้องทำให้ได้” เมื่อถามว่าจะมีการรื้อโครงสร้างพลังงานเลยหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า คงเป็นจุดหนึ่งที่ต้องมีการพูดคุยกัน
พลังงานจ่อกดไม่เกิน 4.20 บ.
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวค่าไฟงวดใหม่เดือนม.ค.-เม.ย.2567 ในอัตรา 4.68 บาทต่อหน่วย เป็นแค่ตัวเลขการคำนวณเบื้องต้นที่คำนวณจากกกพ. โดยยึดจากตัวแปรหลักตัวแปรเดียว คือการชำระหนี้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งการทำงานของ กกพ. ทำหน้าที่เป็นการเสนอแนะแนวทางเชิงทฤษฎี เสมือนทีมวิชาการ ส่วนราคาสุดท้ายอยู่ที่ฝ่ายบริหาร กระทรวงพลังงาน ภายใต้การกำกับของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และรมว.พลังงาน จะเคาะอย่างไร ขอยืนยันว่าราคาขายไฟฟ้าจริงจะไม่ใช่ตัวเลขนี้ และประชาชนผู้ใช้ไฟจะไม่ต้องรับภาระ จนหน้ามืดอย่างแน่นอน
“นายพีระพันธุ์ได้กำชับให้คณะทำงานหาแนวทางลดภาระค่าไฟประชาชน ไม่ให้เจอแรงปะทะหลังปีใหม่ โดยจัดการราคาไว้ให้อยู่ที่ 4 บาทต้นๆ ต่อหน่วย และจะพยายามทำตัวเลขให้ลดลงได้มากที่สุด ซึ่งราคาใกล้เคียงความเป็นจริงที่กระทรวงจัดการได้ราวๆ 4.20 บาทต่อหน่วย โดยใช้กลไกจัดการผสมผสาน หลายขั้นตอนกว่าการลดราคาค่าไฟปกติทั่วไป ไม่ได้ใช้ แค่เรื่องประวิงหนี้กฟผ.อย่างเดียว”
1ธ.ค. เปิดขอรับแก้หนี้นอกระบบ
ด้านนายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ ตามนโยบายรัฐบาลที่ได้กำหนดให้การแก้ไขหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัด อำเภอ และสำนักงานเขตดำเนินการตั้ง “ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ” พร้อมกับประชาสัมพันธ์ให้ลูกหนี้นอกระบบที่มีความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ หรือให้ทางราชการแก้ไขปัญหา ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์ https://debt.dopa.go.th
หากไม่สามารถดำเนินการได้เองทางระบบออนไลน์ดังกล่าว สามารถไปลงทะเบียนด้วยตนเอง กรณีอยู่ในพื้นที่อำเภอให้ลงทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ และหากอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ลงทะเบียนที่สำนักงานเขตทุกแห่ง หรือผ่านช่องทางสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ในการให้ความช่วยเหลือกระทรวงมหาดไทย (มท.) จะใช้กลไกทางปกครองและอำนาจตามกฎหมายที่มีในการช่วยไกล่เกลี่ย หากกรณีใดอยู่นอกเหนืออำนาจฝ่ายปกครอง จะรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ดีเดย์ม.ค. 67 ช่วยข้าราชการ
ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองประธานกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินฯ ร่วมแถลงข่าวผลการประชุม
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องหนี้นอกระบบ ซึ่งได้มีการ แก้ไขพ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ ร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนที่จะนำเข้ามาเป็นคดีพิเศษเครือข่ายหนี้นอกระบบ เช่น ตีว่า 30 ล้าน หรือ 50 คนขึ้นไป ที่ปล่อยกู้ เมื่อตรวจสอบกับกรมบังคับคดีจะพบว่ามีเป็นหมื่นๆ คน จึงสั่งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเป็นผอ.การแก้ปัญหาลูกหนี้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นท้ายหนี้นอกระบบที่มีสำนักเข้าไปดูแล โดยดีเอสไอจะทำร่วมกับตำรวจ ใช้วิธีเข้าไปสอบสวน สืบสวนเครือข่าย ถือว่าเป็นการแก้หนี้ให้กับประชาชนแบบ 360 องศา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวว่า จากการรับฟังปัญหาหนี้ของข้าราชการพบว่า การหักเงินเดือนและการชำระหนี้ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของระบบสินเชื่อสวัสดิการ ทำให้ข้าราชการมีเงินเดือนไม่ถึง 30% คณะกรรมการชุดนี้จึงพิจารณาร่วมกันว่าจะทำให้ข้าราชการมีเงินเดือนเหลือไม่น้อยกว่า 30% ของเงินเดือน โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ สามารถให้ข้าราชการปลดหนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าบางราย ไม่สามารถทำให้เงินเหลือมากกว่า 30% ได้ จะใช้วิธีขยายงวดชำระเงินต้นออกไปให้อายุถึง 75 ปี จะส่งผลให้เงินต้นลดลงโดยอัตโนมัติ
นอกจากนี้ จะหาเงินกู้พิเศษจากสหกรณ์ออมทรัพย์ของตัวเองในอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม และหากยังเหลือเงินไม่ถึง 30% อีก ซึ่งเชื่อว่าจะเหลือแค่บางรายเท่านั้น เราจะนำมาวิเคราะห์และแก้ไขเฉพาะราย โดยจะเดินหน้าและเกิดผลสัมฤทธิ์ในเดือน ม.ค.2567 เป็นต้นไป แต่ต้องขอความร่วมมือจากกรมบัญชีกลาง และต้นสังกัดของข้าราชการ
นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ข้าราชการที่อยู่ในระบบเงินกู้สหกรณ์มียอดรวม 3 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่กระทรวงศึกษาธิการประมาณ 8 แสนคน กระทรวงสาธารณสุข 2 แสนกว่าคน ตำรวจ 2.3 แสนคน ส่วนการแก้ไขหนี้บัตรเครดิตที่เก็บดอกเบี้ย 18% ต่อปี ขณะที่นายกฯ ระบุไม่เกิน 15% ต่อปีนั้น นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ตอนนี้ขอพิจารณาให้รอบคอบพร้อมเสนอนายกฯ เพื่อแถลงในวันที่ 12 ธ.ค.นี้
‘อดิศร’ซัด‘ชัยธวัช วัดอ้อน้อย’
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวต่อกรณีรัฐบาลให้พรรคก้าวไกลเจรจาถึงการออกร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกับวิปรัฐบาลว่า ตนยังไม่ได้รับการประสานมาจากพรรคก้าวไกล แต่วิปรัฐบาลพร้อมเจรจา และพร้อมสนับสนุน ร่างกฎหมายที่ได้รับการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ
ส่วนตัวมีความเห็นกรณีที่พรรค ก้าวไกลไปพบนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย และแกนนำ กปปส. แบบหลบๆ ซ่อนๆ ซึ่งขณะนี้นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ฉายา “ชัยธวัช วัดอ้อน้อย” แล้ว
สำหรับนายสุวิทย์นั้น ที่ผ่านมา สร้างความเจ็บช้ำให้กับพรรคเพื่อไทย ไม่น้อย ดังนั้นกรณีที่คิดจะโน้มน้าวให้ ทุกพรรคการเมืองในสภา และสว.ร่วมสนับสนุน ตนอยากให้พรรคก้าวไกล เปิดเผย ไม่ใช่แอบไปพบใคร ไม่อยากให้เรื่องการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นภาพหลอน หรือภาพซ้อนเหมือนกับการจัดตั้งรัฐบาลพรรคก้าวไกล ที่ตั้งไม่สำเร็จ
ร่างพ.ร.บ.นิรโทษต้องไม่มี 112
สำหรับสาระนั้น มองว่าหลักการของคนเราอาจจะแตกต่างกันในความเห็นต่างทางการเมือง ไม่ควรเอาโทษ ให้เป็นอาชญากร เพราะเป็นหลักการทั่วโลก และหลักการของพรรคเพื่อไทยเป็นแบบนั้น ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกกระทำมาเยอะ ส่วนตัวไม่มีอะไรกับพุทธะอิสระ แต่คน ผู้นี้รู้เช่นเห็นชาติกันอยู่ว่าทำให้เกิดความรุนแรง แม้พยายามจะลืม แต่ลืมไม่ลง หากก้าวไกลฟังพุทธะอิสระแล้วจะปฏิบัติตามหรือไม่ต้องคอยดู
ส่วนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่พร้อมจะสนับสนุน ต้องไม่มีประเด็นเกี่ยวกับ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพราะเป็นปัญหาสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย และเป็นนัยที่รู้อยู่แล้วว่า ทุกพรรคไม่เอาด้วย ดังนั้น จะหวังความสำเร็จได้ยาก พรรคก้าวไกลจะไปไม่รอด เพราะคะแนนไม่เพียงพอ
“พรรคเพื่อไทยมีประสบการณ์เรื่องนิรโทษกรรมที่ได้รับความเจ็บปวด อยากให้พรรคก้าวไกลได้นำไปให้ตลอด หากตรงกันก็พูดคุยกันได้ไม่เป็นปัญหา ส่วนเรื่องมาตรา 112 ที่เป็นปัญหาในคราวนั้น และอาจจะเป็นปัญหาของคราวนี้ ควรตัดประเด็นให้สั้น อย่าพกมาเยอะ และควรสร้างความเข้าใจทีละ ขั้นตอน” นายอดิศรกล่าว
‘ไอติม’ปัดไม่พอใจคนชั้น 14
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชี รายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีขึ้น ที่เริ่มเห็นสมาชิกพรรค เพื่อไทย หรือพรรครัฐบาลที่มีความพร้อมรับฟังข้อเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล และพร้อมที่จะพูดคุย เพื่อหาแนวทางในการที่พรรครัฐบาลจะมา สนับสนุน หากพรรคการเมืองอื่นเห็นด้วยกับพรรคก้าวไกล สามารถสนับสนุนได้ หรือหากยังมีประเด็นที่ยังเห็นต่างอยู่ ก็ เสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคตนเองมาประกบได้ด้วยเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะขอสละสิทธิ์ในการรับนิรโทษกรรม จะมี แกนนำพรรคก้าวไกล สละสิทธิ์ด้วย หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ย้ำว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว ไม่ได้เป็นร่างกฎหมายที่ให้ประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นกฎหมายที่จะยุติความขัดแย้งทางการเมือง สำหรับข้อกังวลที่ว่าจะมีสมาชิกบางส่วน ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล ที่อาจจะรับประโยชน์จากกฎหมายดังกล่าว หรือมีคดีที่คาบเกี่ยวกับกฎหมาย เราได้เพิ่มมาตรา 1 เข้าไปในร่างกฎหมาย ที่เปิดช่องให้คนที่มีสิทธิ์ได้รับการนิรโทษกรรมสามารถ ถอนตัวหรือสละสิทธิ์ได้
เมื่อถามว่า การที่พรรคก้าวไกลดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นเพราะไม่พอใจที่คนอยู่ชั้น 14 ได้รับอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ที่พรรคก้าวไกลเสนอ เป็นหนึ่งใน 300 นโยบาย ซึ่งมีการเสนอก่อนจะมีเรื่อง ดังกล่าวเข้ามา ยืนยันว่าเจตนาในการเสนอร่างพ.ร.บฉบับนี้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประชาชนทุกภาคส่วน