อสส.สั่งเอง-เข้ากรุกรุงจับ4ลูกน้องเสี่ย-พาหนียึด‘เอชเค’ที่ยิงปะทะตร.
พิษคลิป‘เสี่ยแป้ง’ อสส.สั่งเด้งด่วน ‘อัยการบอย’ เข้ากรุงส่วนกลาง โฆษกอัยการสูงสุดยันเปิดทางให้การตรวจสอบโปร่งใสไม่ใช่เพราะทำความผิด คลิปอีพี 3 มาตามนัด เรียกร้องแก้กฎการประกันตัวผู้ต้องหา ผู้ช่วย ผบ.ตร.ประชุมชุดสืบสวนจากบช.ก.- ภาค 9-พัทลุง หาพิกัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตจุดปล่อยคลิป ปูพรมพัทลุงจับ 4 ผู้ช่วยเหลือ แป้งหลบหนี ยึดปืนเอชเคที่ใช้ยิงปะทะตร.บนเขาบรรทัด
เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนของนายเชาวลิต หรือ เสี่ยแป้ง ทองด้วง ที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบ กรณีคลิปวิดีโอของนายเชาวลิตที่อ้างว่า เกี่ยวข้องกับอัยการเรียกรับสินบน 5 แสนบาท และกรณีพาดพิงถึง “อัยการบอย’ นายพงศ์พิพัฒน์ เกิดเทพ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดจังหวัดสงขลา โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกอัยการสูงสุด พร้อมนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับหนังสือ
นายประยุทธเผยว่า เรื่องนายเชาวลิต เผยแพร่คลิปวิดีโอพาดพิงถึงอัยการในพื้นที่ สำนักงานอัยการภาค 9 นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจติดตามตรวจสอบมาก่อนหน้านี้ เรื่องดังกล่าวอัยการสูงสุดเคยได้รับเรื่องจากผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปวางไว้ที่ ศาลแขวงจังหวัดสงขลา เพื่อให้ตรวจสอบ ก่อนที่จะมีคลิปเผยแพร่ออกมาในช่วง 3 สัปดาห์นี้ หลังจากนั้นอัยการสูงสุด ตรวจสอบทันที พบนายเลอศักดิ์ ดุกสุขแก้ว อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 9 รักษาการตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงสงขลา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คาดเป็นการ ยื่นหนังสือจากบุคคลที่สามหรือผู้ไม่หวังดี สอดคล้องกับนายเชาวลิตเผยแพร่คลิปวิดีโอ ว่าไม่ได้เป็นผู้ร้องเรียนอัยการจังหวัด คดีศาลแขวงสงขลา
ส่วนกรณี นายพงศ์พิพัฒน์ หรืออัยการ บอย หลังจากที่อัยการสูงสุดสั่งสำนักงานวิชาการให้รับสำนวนคดีนายเชาวลิต ที่กล่าวหานายพงศ์พิพัฒน์ มาตรวจสอบเมื่อวันอังคารที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวน ล่าสุดเมื่อช่วงเช้า (วันที่ 30 พ.ย.) อัยการสูงสุดมีคำสั่ง ย้ายนายพงศ์พิพัฒน์เข้าสำนักงานอัยการการค้ามนุษย์ที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ เพื่อไม่ให้เกี่ยวข้องกับงานคดี การสั่งย้ายไม่ได้หมายความว่ามีความผิด แต่เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
นายประยุทธกล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบ มี 2 สำนวน กรณีที่ฟ้องตำรวจชุดจับกุมและพลเรือนรวม 8 ราย คดีอุ้มรีดทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยวแลกการไม่ดำเนินคดี ขณะนี้พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างนัดส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟ้องพร้อมสำนวนวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ข้อหาละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157, กักขังหน่วงเหนี่ยว และข้อหาอื่นๆ รวม 10 ข้อหา
ส่วนประเด็นนายเชาวลิตอ้าง นายพงศ์พิพัฒน์เรียกรับผลประโยชน์ เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ข้อกล่าวหาดังกล่าวต้องรอคณะกรรมการที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งขึ้นมาตรวจสอบในประเด็น ที่นายเชาวลิตร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดจะชี้แจงถึงผลการสอบสวนอีกครั้ง ส่วนจะมีคำสั่งย้ายอัยการที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่นั้นมองว่าเรื่องนี้ยังไกลไปที่จะมี คำสั่งได้
“ส่วนที่ทำไมสังคมต้องเชื่อจากจดหมาย ร้องเรียนของนายแป้ง (เสี่ยแป้ง นาโหนด) ยืนยันว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่มองว่า เป็นการตรวจสอบ หากมีคนท้วงติงในเรื่องการสั่งคดี อีกทั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ อัยการสูงสุดจึงให้ความสำคัญที่จะต้องทำให้โปร่งใส เพื่อตอบสังคมให้ได้” นายประยุทธกล่าว
วันเดียวกัน นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง เผยแพร่คลิปวิดีโอชุดที่ 3 ความยาวกว่า 5 นาที เนื้อหาพาดพิงไปถึงการประกันตัวในชั้นศาล ว่าคดีไหนให้ประตัว และคดีแบบไหนไม่ให้ประกันตัว โดยยังเรียกร้องให้แก้กฎหมายเรื่องของการประกันตัว เพราะเป็นคนเดียวในคดีที่ไม่ได้รับการประกันตัว ส่วนคนอื่นได้รับการประกันตัวหมดแล้ว พร้อมระบุว่า การที่ไม่ให้ ผู้ต้องหาได้รับการประกันตัว บางคน ต้องได้รับผลกระทบ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องครอบครัว ควรแก้หลักเกณฑ์ การประกันตัว กำหนดให้ชัดเจนเลย ว่าคดีไหนประกันตัวได้ หรือคดีไหนประกันตัวไม่ได้
“ความจริงผมไม่ได้จะหนีหรอก ถ้าไม่พิจารณาสู้คดี ท่านวางมาเลยว่าเท่าไหร่ หรือท่านกำหนดเลยว่าไม่ให้ผมประกันตัว ท่านตั้งมาเลยว่าวงเงิน 10 ล้าน 100 ล้าน ถ้าผมหามาได้ก็เอาเลยครับ ให้เงื่อนไข ตามที่ได้ประกัน ติดกำไลอีเอ็มผมก็ยอม ผมเขียนหมดแล้วว่าติดกำไลอีเอ็มก็ได้ ยินยอมให้ติดกำไลอีเอ็ม แล้ววางหลักทรัพย์ ประกันตัว ท่านลองคิดดูว่าเป็นธรรมไหม รู้ไหมเขามีครอบครัว เขาต้องเสียอะไรบ้าง ธุรกิจ เป็นบุคคลล้มละลาย บางคนเมีย ก็หนีไป คนที่ติดจริงก็มี คนที่ไม่ทำคดี เยอะที่ติดคุกอยู่คดียาเสพติดบ้าง คดีฆ่าบ้าง ที่ไม่ได้ทำ ไม่ให้เขาประกันตัว เขาต้องเสียสิทธิหลายอย่าง หากเขาหนีก็ยึดหลักทรัพย์ แล้วตำรวจก็ตามจับ” นายเชาวลิตกล่าวตอนหนึ่งในคลิปวิดีโอ
ส่วนที่ สภ.ตะโหมด อ.ตะโหมด จ.พัทลุง พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บช.ภาค 9, บก.ภ.จว.พัทลุง และบช.ก. หาข้อมูลเพิ่มเติมหลังนายเชาวลิต หรือ เสี่ยแป้ง โพสต์คลิปวิดีโอชุดที่ 3 ผ่านแอพพลิเคชั่นยูทูบ เพื่อหาเหล่งที่มาและจุดที่มีการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อีกชุดนำกำลังบุกค้น บ้านพัก 2 หลัง ในพื้นที่อ.ป่าบอน และ อ.ตะโหมด ตรวจยึดอาวุธปืนสงครามเอชเค 1 กระบอก ที่คาดว่าเป็นอาวุธที่นายเชาวลิต ใช้ปะทะกับเจ้าหน้าที่บนเทือกเขาบรรทัด เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา

ปืนเสี่ยแป้ง – เจ้าหน้าที่ตรวจค้นพบอาวุธปืนเอชเคและกระสุนฝังดินชายป่าในพื้นที่อ.ป่าบอน จ.พัทลุง คาดเป็นของนายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง ที่ใช้ยิงต่อสู้หลบหนี ขณะที่เจ้าตัวปล่อยคลิปเปิดใจอีกเป็นคลิปที่ 3 เมื่อวันที่ 30 พ.ย.
ต่อมา พล.ต.ท.อิทธิพล แถลงความ คืบหน้าของคดีภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานและมีการสืบสวนจนขยายผลทราบว่ามีบุคคลที่เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสตูล โดยบุคคลทั้งหมดที่ฐานใช้ที่มีข้อมูลจากการสืบสวนทั้งสิ้น 5 ราย โดยเป็นบุคคลในพื้นที่ จ.พัทลุง บริเวณอ.ป่าบอน และอ.ตะโหมด และยังมีอีกหนึ่งคนที่อยู่ในพื้นที่ จ.สตูล เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลและเข้าตรวจค้นทั้งพื้นที่ เป้าหมาย 5 จุด ก่อนที่จะคุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายอัซฮัร หมัดสาลี อายุ 30 ปี 2.นายทนงศักดิ์ เพชรตีบ อายุ 50 ปี 3.นายสืบศักดิ์ แสงจันทร์ อายุ 38 ปี และ 4.นายสุรเชษฐ์ จันเขียว อายุ 39 ปี ส่วนอีกหนึ่งรายยังอยู่ในช่วงของการตามตัว เนื่องจากผู้ต้องหารายดังกล่าวมีการหลบหนี
ผลการตรวจค้นบ้านพักของนายสุรเชษฐ์ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดอาวุธปืนเล็กยาว เอชเค 33 ห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 1 กระบอก, ซองกระสุนปืน บรรจุกระสุนเต็มอัตราพร้อมใช้ อีก 5 ซอง และกระสุนปืนขนาด 5.56×45 ม.ม. 142 นัด ถูกซุกซ่อนฝังดินไว้บริเวณชายป่าในพื้นที่ อ.ป่าบอน ก่อนที่ จะมีการเชิญตัวนายสุรเชษฐ์พร้อมบุคคล ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง 4 ราย เข้าให้ปากคำ กับพนักงานสอบสวน และจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ร่วมกันช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำผิด หรือเป็นผู้ต้องหาการกระทำความผิดอันมิใช่ ความผิดลหุโทษเพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้นซ่อนเร้นหรือช่วยผู้นั้น ด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม หลังสอบ ปากคำเสร็จควบคุมตัวทั้ง 4 ราย ฝากขัง ที่ศาลจังหวัดพัทลุง
เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 4 รายยังคงปฏิเสธและไม่ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แต่ด้วยพยานหลักฐานหรือสิ่งค้นพบค่อนข้างชัดเจนว่าเชื่อมโยงช่วยในการหลบหนี ภายหลังที่มีการปะทะ เช่นเดียวกับอีกหนึ่งผู้ต้องหาที่ตอนนี้กำลังหลบหนีอยู่ พฤติการณ์ เป็นคนจัดหายานพาหนะ เพื่อช่วยในการหลบหนี ส่วนยานพาหนะที่หลบหนีนั้น มีทั้งในส่วนของรถกระบะและจักรยานยนต์
ข่าวแจ้งว่า ศาลจังหวัดพัทลุง ออกหมายจับ นายเชาวลิต ทองด้วง เพิ่มอีก 1 คดี ลงวันที่ 24 พ.ย.2566 ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน แบบที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต ให้ได้ ไว้ในครอบครอง โดยผิดกฎหมาย ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือเหตุจำเป็น เร่งด่วนสมควรแก่พฤติกรรม
สำหรับการออกหมายจับดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเหตุยิงปืนบนถนนในพื้นที่ ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา จ.พัทลุง เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 17 พ.ค.2564 ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่เก็บปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. และขนาด 5.56 รวม 9 ปลอก และจากการตรวจสอบปลอกกระสุนพบตรงกับปลอกกระสุนที่นายเชาวลิตใช้ยิงปะทะกับตำรวจ บนเทือกเขาบรรทัด เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา