เพื่อไทยโต้ดราม่า-แซะยันต่อยอดท่องเที่ยว หนองบัวลำภูคึกคักรับนายก-ครม.สัญจร สว.วันชัยชี้ดวงรัฐบาลปีหน้ามั่นคง-เทพอุ้มสม

‘เศรษฐา’ บินจากภูเก็ตไปลงพื้นที่หนองบัวลำภู ก่อนประชุมครม.สัญจรครั้งแรก ชูโมเดล 3 ก. ‘แก้จน-แก้ยาเสพติด-แก้ปัญหาสารเคมีทางเกษตร’ ป้ายต้อนรับพรึบ ชาวบ้านหวังให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อไทยอัดฝ่ายต้านรัฐบาล ดราม่า ‘อุ๊งอิ๊ง’ จัดสาดน้ำทั้งเดือน ฉะมุ่งดิสเครดิต เหน็บ ‘ศิริกัญญา’ ไม่ต้องรีบวิจารณ์งบปี 67 โหร วันชัยทำนายปีหน้ารัฐบาลเศรษฐาโล่งสบาย ดุจเทพอุ้มสม จับตา 26 พ.ค.67 หลังสว.หมดวาระ เพื่อไทยจะปรับครม.ทั้งคนทั้งพรรค จุรินทร์ขู่เปิดสภา รัฐบาลเจอตรวจสอบหลายเรื่อง มาดามเดียร์ปล่อยคลิป ปลุกฟื้นศรัทธา-อุดมการณ์ปชป. ‘ราเมศ’เชื่อ 9 ธ.ค.องค์ประชุมไม่ล่ม ได้หัวหน้าคนใหม่ ป้อง ‘เฉลิมชัย’ ไม่เกี่ยวขบวนการหมูเถื่อน งัดกม.ขู่ฟ้องพวกกล่าวหาเท็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรีนำพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.

เศรษฐาหอบครม.ประชุมสัญจร
วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน วันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะนำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ลงพื้นที่และประชุมครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2566 ที่จ.หนองบัวลำภู และติดตามการตรวจราชการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) โดยวันที่ 3 ธ.ค. นายกฯ เดินทางจาก จ.ภูเก็ต ไปยัง จ.อุดรธานี และจ.หนองบัวลำภู มีกำหนดการลงพื้นที่ 2 จุดที่ อ.นากลาง เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด และพื้นที่ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู

จากนั้นเวลา 15.10 น. นายกฯ สักการะศาลหลักเมืองพระยาไชยเชษฐาธิราช และสักการะอนุสาวรีย์ไทยอาสาป้องกันชาติ (ทสปช.) ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอสุวรรณคูหา พร้อมตรวจเยี่ยมแถวกองกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ปฏิบัติงานตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “หนองบัวลำภู โมเดล” และเวลา 17.00 น. นายกฯ ร่วมการแข่งขันฟุตบอลกับทีมเยาวชนฮีโร่สุวรรณคูหา ที่สนามฟุตบอลโรงเรียนอนุบาลสุวรรณคูหา ก่อนไปเยี่ยมชมกิจกรรมประเพณีวิถีพื้นถิ่น และรับประทานอาหารพื้นบ้าน ที่วัดสุวรรณาราม อ.สุวรรณคูหา

เน้นแก้ 4 ปัญหา‘ยากจน-ยาเสพติด’
เช้าวันที่ 4 ธ.ค. เวลา 09.00 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมครม.สัญจร ที่จ.หนองบัวลำภู ถือเป็นการประชุมครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาล ที่ห้องประชุมโรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีวาระพิจารณาเน้นแก้ปัญหา 4 ด้านหลัก ได้แก่ ปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด ปัญหาด้านการเกษตร และปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน

หลังเสร็จสิ้นการประชุมครม. เวลา 14.00 น. นายกฯ และคณะ จะชมการทำเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้านของ นางหนูปาน พรมโคตร อยู่หมู่ที่ 14 ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง ก่อนเดินทางต่อไปยังวัดสว่างชัยศรี ต.ยางหล่อ เยี่ยมชมตลาดชุมชน และรับฟังแนวทางลดสารเคมีและการแก้จน การขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ การยกระดับและผลักดัน ผ้าขิดสลับหมี่ ลายบัวลุ่มภู ผ้าฝ้ายแกมไหมทอมือลาย อัตลักษณ์ประจำจังหวัด เป็นซอฟต์ เพาเวอร์ตามนโยบายรัฐบาล และมอบ ส.ป.ก. 4-01 โดยนายกฯ จะมอบนโยบายการแก้จน แนวทางการพัฒนาด้านการ เกษตร และพบปะประชาชน จากนั้น นายกฯ เดินทางกลับจ.อุดรธานี

ถกฮุนมาเนต – นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม หารือกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.

ป้ายโผล่รับนายกฯสัญจร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในจ.หนองบัวลำภู มีความคึกคักเป็นอย่างมาก สังเกตจากการขึ้นป้ายต้อนรับ และการตกแต่งหน้าร้าน ตามแนวเส้นทางและสถานที่ ครม.สัญจรจะเดินทางผ่าน เต็มไปด้วยสีสัน แสดงความพร้อมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ปลุกชีพจังหวัดเล็กๆ มีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ พ่อค้า แม่ขาย ต่างเชื่อว่า ครม.สัญจรครั้งนี้ จะช่วยให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยจะคึกคักมากขึ้น สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ทาง จ.หนองบัวลำภู เริ่มจัดเตรียม เสื้อครม. และผ้าพันคอ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองหนองบัวลำภู สำหรับต้อนรับนายกฯและคณะ

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ครม.สัญจรครั้งนี้จะจัดทำเป็นรูปโมเดล 3 ก. คือ แก้จน แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาสารเคมีทางเกษตร โดยจะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด กลไกการบำบัดฟื้นฟูโดยชุมชนเป็นฐาน ตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด “หนองบัวลำภู โมเดล”

เพื่อไทยฉะฝ่ายต้านรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ที่ปรึกษา (ฝ่ายการเมือง) ของรองนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สงกรานต์ปี 2567 จัดใหญ่คนไทยสนุก-ต่างชาติเอนจอย เป้าหมายโกยเงินเข้าประเทศ มีกิจกรรมมากมายทั้งเดือน ไม่ได้มีแค่สาดน้ำอย่างเดียว หยุดดราม่าได้แล้ว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้สื่อสารผ่าน โซเชี่ยลว่าแผนงานใหญ่ปีหน้า วันสงกรานต์จะจัดงานใหญ่มหาสงกรานต์ World WaterFestival-The Songgkran Phenomenon เป็นเทศกาลที่คนทั้งโลกต้องเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย จะมีกิจกรรมมากมายทั้งเดือน ไม่ใช่แค่เล่นสาดน้ำกันอย่างเดียว ทยอยจัดกันทั้งประเทศ 77 จังหวัด และวางเป้าหมายให้ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศสุดยอดเฟสติวัลโลก เพื่อมุ่งหวังกระตุ้นและฟื้นฟูการท่องเที่ยว ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลจากการท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด เพราะขณะนี้ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่หน่วยงานดูแล ได้ประมาณการไว้ว่าจะลดลง รัฐบาลจึงต้องเร่งหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุกเครื่องมือที่มี เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวในปี 67

แต่ยังมีฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล พวกขาประจำ ออกมาด้อยค่า ดิสเครดิต ดราม่า หาว่า “โง่ระดับไหน ถึงจะให้เล่นสงกรานต์ ทั้งเดือน ไม่ต้องทำงาน ทำการกันเลย” นี่คือหลักคิดแบบสุภาษิตไทยที่ว่า “มือไม่พายแต่เอาเท้าราน้ำ” หรือฟังไม่เข้าใจ หรือแกล้งไม่เข้าใจมากกว่า ถ้าคนมีใจเป็นธรรม ติเพื่อก่อ จะมองได้ว่าประเทศไทยมีจุดแข็ง มีจุดขายของการท่องเที่ยวคือประเพณี 12 เดือน มีเทศกาลต่างๆ มากมาย เที่ยวทั้งปี

ซัดจ้องดิสเครดิต-ด้อยค่า
เมื่อคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์นำจุดแข็งนี้มาต่อยอด เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ควรชื่นชม ส่งเสริม เพราะเป็นรายได้ของประชาชนและประเทศ แต่คนกลุ่มน้อย ไม่กี่ร้อยคนออกมาต้าน ด้อยค่า ดราม่าสารพัด แบบค้านทุกดอก ไม่ฟังเสียงชี้แจง ไม่ฟังข้อมูล ไม่ฟังเหตุผลใดๆ เรียกว่าค้านแบบหน้ามืด ตามัว วันนี้บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคีปรองดองกัน เพื่อหันมาแก้ปัญหา ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการเมือง ประเภทเล่นการเมืองไม่เลิก ควรหยุดได้แล้ว ขอเรียกร้องให้ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล เลิกอคติ เลิกด้อยค่า หันมาเปิดใจรับฟังสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลจะทำ ถ้าทำแล้วเกิดความเสียหายจริง ค่อยมากล่าวโทษก็ยังไม่สายไป ประเภทค้านไม่ให้ทำอะไร มันก็เกินไปไหม

พท.ย้อน‘ศิริกัญญา’ไม่ต้องรีบ
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ชำแหละการจัดทำงบประมาณปี 67 ที่กระทรวงมหาดไทยได้งบไปมากสุด ยอดพุ่งแซงกระทรวงศึกษาธิการว่า การวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นสิทธิ แต่ไม่ควรสร้างความสับสน หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด สารัตถะสำคัญของการจัดทำงบไม่ได้อยู่ที่ว่างบกระทรวงใดแซงกระทรวงใด จะได้รับจัดสรรงบมากหรือน้อย หากมีกระบวนการจัดทำออกแบบงบที่เข้มแข็ง มีการกระจายเม็ดเงินที่ให้น้ำหนักตามภารกิจเป้าหมายประเทศแต่ละด้านได้อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่างบเหล่านั้นจะถูกใช้ด้วยความคุ้มค่าอย่างแท้จริง ประเทศและประชาชนจะได้รับประโยชน์

การจัดทำงบปี 67 เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างหลายส่วน กระทรวงมหาดไทยมีการจัดความสัมพันธ์ท้องถิ่น-ส่วนกลางใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนอำนาจ ที่ผ่านมามีการถ่ายโอนภารกิจ ถ่ายโอนบุคลากร แต่ไม่ยอมถ่ายโอนงบ รวมถึงการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่เป็นการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขครั้งใหญ่ ก็ต้องพิจารณางบประมาณให้สอดรับกัน

“ทราบว่าน.ส.ศิริกัญญาเป็นฝ่ายค้าน แต่ต้องไม่รีบร้อนลนลานค้านไปหมดทุกเรื่อง ตอนจะตั้งรัฐบาลบอกว่า 10 เดือนรอได้ รัฐบาลเพิ่งทำงาน 2 เดือนกว่า จะรีบไปไหน ลองไปศึกษารายละเอียดงบปี 67 ให้ครบถ้วนแล้วค่อยวิจารณ์ก็ไม่สาย” นายอนุสรณ์กล่าว

จุรินทร์จี้ปรับโครงสร้างพลังงาน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องการเตรียมปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าเป็น 4.68 บาทต่อหน่วยของคณะกรรมการกำกับพลังงาน (กกพ.) จนนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ร้องโอ๊ยว่า ร้องโอ๊ยอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องทำให้ค่าไฟปรับลดลงมาตามที่เคยสัญญาไว้กับประชาชนให้ได้ด้วย เพราะหลังจากปรับลดลงมาเหลือ 3.99 บาทต่อหน่วยแล้วแนวโน้มดูเหมือนจะปรับขึ้นไปเกิน 4 บาทอีกแล้วในปีหน้า ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนอุตสาหกรรมและต้นทุนการเกษตร ซึ่งรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลเพราะถือว่าเป็นนโยบายสำคัญและสัญญาที่ประกาศตอนหาเสียงไว้ ที่สำคัญหัวใจคือการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน จะไม่ทำไม่ได้ แม้จนถึงวันนี้จะยังไม่มีรูปธรรมอะไรปรากฏให้เห็นก็ตาม

เปิดสภา-เจอสอบหลายยก
สำหรับการเปิดประชุมสภาในสมัยประชุมหน้าช่วงกลางเดือนธ.ค.นั้น นาย จุรินทร์กล่าวว่า จะมีวาระสำคัญหลายวาระในการตรวจสอบรัฐบาล เช่น 1.พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 500,000 ล้านบาทของรัฐบาล หากเข้าสภามาได้ 2.พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567

3.เรื่องการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลเสนอเข้ามาจริง และ 4.การอภิปรายตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งจะเป็นในรูปของการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ หรือเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นจะต้องหารือกันในระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป ทั้งนี้ ขึ้นกับพฤติกรรมการบริหารของรัฐบาลเป็นสำคัญ และต้องถือว่ารัฐบาลนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่รัฐบาลที่มีเรื่องให้ต้องตรวจสอบ ติดตามมากมาย ภายในเวลาไม่นานที่เข้ามาบริหาร

มาดามเดียร์ปล่อยคลิปอ้อนสมาชิก
น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพ มหานคร พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 4.59 นาที ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อสื่อสารไปยังสมาชิกพรรคและประชาชนทั่วประเทศ หลังแถลงเปิดตัวลงสมัครชิงหัวหน้าพรรค

โดย น.ส.วทันยาระบุว่า วันนี้คือห้วงเวลาสำคัญที่สุด และเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงให้พรรคได้เดินก้าวต่อไป ตนจึงเสนอตัวลงสมัครหัวหน้าพรรค อยากเชิญชวนทุกคนกลับเข้ามาร่วมฟื้นฟูพรรคให้แข็งแรง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง ร่วมสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ เป็นธรรม รักษาคำพูด ไม่ใช่การเมืองแสวงหาอำนาจและประโยชน์ของตัวเองเพื่อให้กลับมาเป็นความหวังของประเทศ และเป็นทางเลือกของผู้คนที่มีสิทธิเลือกตั้งได้อีกครั้ง

ตนพร้อมยืนเคียงข้างกับทุกคนในทุกความท้าทาย จะรับฟังทุกเรื่องโดยเฉพาะในยามที่เราไม่เห็นพ้องต้องกัน ตนต้องการทำให้พรรคเป็นของประชาชนทุกคน เป็นพรรคที่เปิดกว้างพร้อมรับฟังและเคารพในเสียงของผู้คนเพื่อตอบสนองสังคมได้ตรงจุด สร้างการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม และมีคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พร้อมเปิดให้คนทุกรุ่นที่มีไฟ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถสูง หลากหลายสาขาอาชีพโดยไม่ยึดติดกับระบบอุปถัมภ์ได้เข้ามาช่วยกันนำประเทศชาติ สถาบันการเมืองต่างๆ และสถาบันสำคัญของชาติ ไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ปลุกฟื้นศรัทธานำปชป.เติบโต
“ชัยชนะครั้งนี้เพียงอย่างเดียวไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่เรามองหา และการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ไม่ว่าเดียร์จะแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ แต่มันควรเป็นชัยชนะของทุกคนในพรรค ในการนำพรรคได้เติบโตงอกงามท่ามกลางใจของประชาชนอีกครั้ง นำพาความหวังของประชาชนที่เลือกเราไปสู่ความเป็นจริง และพบกับอรุณรุ่งวันใหม่ที่สดใสของประเทศไทย” น.ส.วทันยากล่าว

น.ส.วทันยากล่าวอีกว่า วันที่ 9 ธ.ค.นี้เป็นอีกครั้งที่จะได้พิสูจน์ว่าความเข้มแข็งที่แท้จริงของพรรคที่มาจากความมั่นคงของอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ ความหวัง โอกาส และความหวังอันแข็งแกร่ง จะยังมีหลงเหลืออยู่ในหัวใจของเราหรือไม่ เพราะนี่คือหลักการเริ่มต้นของพรรค และเป็นเหตุผลที่เราต้องร่วมกันฟื้นศรัทธาของประชาชนให้กลับมา ตนเชื่อมั่นในตัวพรรคว่าจะพาเราจะไปถึงจุดนั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตนถึงมายืนจุดนี้ และอยากขอให้ทุกคนมองไปยังเป้าหมายและเดินไปสู่อนาคตด้วยกัน เพราะเราจะไม่ใช่แค่พรรค แต่เราจะเป็นความหวังและความศรัทธาของประชาชน เพราะประชาธิปัตย์เท่ากับประชาชน เพราะประชาชนคือประชาธิปัตย์

ราเมศมั่นใจ 9 ธค.ได้หัวหน้าพรรค
นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ในวันที่ 9 ธ.ค. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร(กก.บห.) ชุดใหม่ว่า ได้เตรียมองค์ประชุมไว้ทั้งหมด 346 คน ซึ่งรวม 150 คนที่เป็นองค์ประชุมสำรองด้วย ทั้งนี้ องค์ประชุมหลักอยู่ที่ 250 คน ถ้าเกิดช่วงเวลาใดที่องค์ประชุมขาด ก็นำองค์ประชุมสำรองเข้าไปเติมได้

สำหรับบุคคลที่แสดงเจตจำนงชิงหัวหน้าพรรค ถือว่ายังไม่ใช่ผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ต้องรอเสนอให้ที่ประชุมรับรองตามขั้นตอนก่อน จึงจะเป็นผู้สมัครได้โดยสมบูรณ์ มั่นใจว่าในวันที่ 9 ธ.ค. จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่นำพรรคไปสู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาพรรคให้มีความยั่งยืนได้ และเมื่อได้หัวหน้าพรรคแล้ว การทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคยืนยันจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมกับการเดินหน้าฟื้นฟูพรรคต่อไป

ย้ำคะแนนยึดสัดส่วนเดิม70ต่อ30
นายราเมศกล่าวอีกว่า ผู้สมัครหัวหน้าพรรคคนใดที่เป็นสมาชิกพรรคน้อยกว่า 5 ปี ถือว่ามีคุณสมบัติไม่ครบตามข้อบังคับ ดังนั้น คนที่เสนอจะต้องขอมติในที่ประชุมไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ให้ยกเว้นข้อบังคับ และในการเสนอชื่อผู้ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะต้องมีผู้รับรองในห้องประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

สำหรับบุคคลที่ผ่านการเสนอชื่อเป็น ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะแสดงวิสัยทัศน์ได้คนละไม่เกิน 7 นาที บนเวที เพื่อให้องค์ประชุมได้ทราบถึงแนวทางอุดมการณ์ในการเดินหน้าพรรค ส่วนสัดส่วนคะแนนยังไม่มีการแก้ไข ยังคงเป็นสัดส่วน 70:30 เหมือนเดิม โดย 70% มาจาก สส. 25 คน และ 30% มาจากองค์ประชุมส่วนอื่น

เมื่อถามว่ายืนยันไม่มีกระบวนการซื้อเสียงในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค นาย ราเมศกล่าวว่า เรายึดถือหลักประชาธิปไตย การหาเสียงทำได้อย่างเต็มที่ อนุญาตให้ใช้สื่อต่างๆ ได้ ทั้งในรูปแบบโซเชี่ยลมีเดีย หรือการใช้ป้ายแผ่นโบรชัวร์แจก เพื่อขอคะแนนสนับสนุน

จี้นายกฯตอบปมย้ายอธิบดีดีเอสไอ
นายราเมศกล่าวถึง นายกฯ จัดการกระบวนการค้าเนื้อหมูผิดกฎหมายว่า พรรคเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ตรวจสอบในเรื่องนี้ แต่อยากเรียกร้องรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ ต้องจริงจังและจริงใจในการแก้ไขปัญหา และการบริหารจัดการ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับใคร ทำงานแบบตรงไปตรงมา จัดการ ผู้กระทำความผิดโดยไม่มีการละเว้น

“นายกฯ ต้องตอบคำถามให้ชัดเพื่อไม่ให้สังคมสงสัยคือ กรณีการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ หรือเพื่อประโยชน์ของใคร ซึ่งสังคมตั้งคำถามนี้เอาไว้ แล้วยังไม่มีคำชี้แจงจากรัฐบาลอย่างเป็นทางการหรือมีเหตุผลอธิบายให้สังคมรับรู้ รัฐบาลต้องอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด ขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการกับทุกคนอย่างเด็ดขาด และเท่าเทียมกันในกระบวนการทำผิดกฎหมาย” นายราเมศกล่าว

โดดป้อง‘เฉลิมชัย’-งัดกม.ขู่ฟ้อง
นายราเมศกล่าวอีกว่า ในยุคของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้จริงจังในเรื่องนี้ ถ้าไปค้นดูข่าวเก่า จะเห็นได้ว่านายเฉลิมชัย มีผลงานในการตรวจสอบและดำเนินการอย่างจริงจังกับกรณีขบวนการที่กระทำความผิดกฎหมายในเรื่องเนื้อหมูเถื่อน แล้วตัวนายเฉลิมชัยเองได้ยืนยันว่าไม่มีการกระทำใด เข้าไปร่วมหรือไปเอื้อประโยชน์ให้กับขบวนการหมูเถื่อน

“นายเฉลิมชัยกล่าวเอาไว้ชัดเจนว่าตนเองไม่เคยรับเงินสกปรก โสโครก จากกระบวนการเหล่านี้แม้แต่บาทเดียว ฉะนั้น ผมในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค และในฐานะที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เราจะจับตาดู หากมีการพาดพิงหรือมีการกล่าวที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อนายเฉลิมชัย ก็มีความจำเป็นต้องป้องกันสิทธิ์ตามกระบวน การของกฎหมาย” นายราเมศกล่าว

‘วันชัย’ทำนายปีหน้ารัฐบาลมั่นคง
นายวันชัย สอนศิริ สว. โพสต์ข้อความ “ดวงดาวปีหน้ากับรัฐบาลเศรษฐา” ว่า ใครจะมองหรือวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนายเศรษฐา อย่างไรก็ช่าง แต่ตนจะมองและวิเคราะห์ด้วยดวงดาวตามหลักโหราพยากรณ์ ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธ.ค. ดาวเกตุจะเข้ามาทับดวงเมืองและ 20 ม.ค. ดาวศุกร์จะย้ายเข้าสู่ราศีธนู ทั้งดาวพุธและดาวอังคาร เข้ามาอยู่ในตำแหน่งศุภะของดวงเมือง อาจมีการ กล่าวหาโจมตีใส่ร้ายป้ายสีและมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่รัฐบาลยังจะประคองตัวไปได้ ไม่มีปัญหาใดที่ทำให้เพลี่ยงพล้ำ

เมื่อถึง 27 ก.พ. รัฐบาลนายเศรษฐา จะยืนปักหลักได้อย่างมั่นคงลงตัว ทั้งฝ่ายตรงข้ามก็ไม่มีกำลังใดเพียงพอที่จะต่อกร ดาวอริก็อ่อนแรง ไม่สามารถจะทะลุทะลวงกับรัฐบาลได้ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลนาย เศรษฐาเขามากับดวงจริงๆ ทั้งดวงดาวที่ยิ่งใหญ่และเป็นดาวสำคัญๆ มาชุมนุมเกื้อหนุนกันโดยมิได้นัดหมาย

จับตาพ.ค.-ปรับครม.ทั้งคนทั้งพรรค
“ดาวอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวพฤหัสฯ ดาวศุกร์ และดาวมฤตยู มาชุมนุมกันที่ราศีพฤษภ ซึ่งเป็นเรือนกดุมภะของดวงเมือง เป็นปฐมบทให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ จะมีมือที่มองไม่เห็นประดุจว่าเทพอุ้มสม ทำให้เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองเดินไปได้ด้วยดี อุปสรรคขวากหนามต่างๆ จะถูกพังทลายไปด้วยอิทธิพลแห่งดวงดาวเหล่านั้น 26 พ.ค. 67 เป็นต้นไป อาจมีการกระชับอำนาจของพรรคเพื่อไทย ทั้งการควบรวมของพันธมิตรทางการเมืองให้เข้มแข็ง มีพลังแรงยิ่งกว่าเดิม ระหว่างนั้น สว.ชุดเก่าก็หมดวาระ อำนาจโหวตนายกฯ ก็เป็นของสส. ตามดวงดาวบ่งชี้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยจะปรับครม. ปรับคน ปรับพรรค การเมืองให้เข้าที่เข้าทาง ศูนย์รวมอำนาจจะอยู่กับเพื่อไทยเต็มๆ” นายวันชัยระบุ

นายวันชัยระบุว่า การชุมนุมการประท้วง การปฏิวัติรัฐประหารหรือเหตุแห่งความรุนแรงทางการเมือง ไม่ปรากฏให้เห็น แม้จะมีก็เป็นเรื่องของกลุ่มอาชีพ ผู้เดือดร้อน มิใช่การชุมนุมทางการเมือง สรุปได้ว่าปีหน้า รัฐบาลนายเศรษฐาโล่งโปร่งสบายไปได้ด้วยดี ส่วนปีท้ายๆ ของรัฐบาล ก็มีดวงดาวบางอย่างที่ลึกลับซับซ้อนจะมาแทนนายกฯ หรือไม่ ค่อยว่ากันอีกที

สุดารัตน์ห่วงนายกฯเจอด่านหิน
ที่สุบรรณ ฮอลล์ เขตดอนเมือง พรรคไทยสร้างไทย จัดอบรมสัมมนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของพรรคไทยสร้างไทย We’re Violet เวิร์กช็อประดมสมองชาวไทยสร้างไทย” นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค และคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายอุดมเดช รัตนเสถียร นายประวัตน์ อุตตะโมช น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรค นายชวลิต วิชยสุทธิ์ และ สส.พรรคไทยสร้างไทย อดีตผู้สมัคร และทีมไทยสร้างไทย ร่วมประชุมอย่างคึกคัก

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเมืองไทยปี 2567 นายกฯ อาจต้องเผชิญความท้าทาย การเมืองอาจเปลี่ยนแปลง ในฐานะฝ่ายค้านต้องทำงานอย่างเต็มที่ และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลอาจปรับเปลี่ยนภายใน หรือเกิดความไม่แน่นอนในการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ที่ต้องเผชิญความท้าทาย จากการเดินหน้าผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ต่อประชาชน ทั้งในมิติทางกฎหมาย ที่นโยบายเรือธง อย่างเงินดิจิทัล 10,000 บาท อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวินัยการเงินการคลัง หรือหากผ่านด่านทางกฎหมายได้ ยังมีด่านของความสำเร็จที่ประชาชนและทุกภาคส่วน คอยจับจ้องอยู่ว่าจะแก้ไขปัญหาของประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามเป้าหมายหรือไม่

ไทยสร้างไทยลุย‘แซ่บเพาเวอร์’
นอกจากนี้ ในการจัดกิจกรรมเวิร์ก ช็อปดังกล่าว พรรคจะผลักดัน “แซ่บ เพาเวอร์” เพื่อตรวจสอบงบประมาณ ช่วยคนตัวเล็ก และแก้ไขรัฐธรรมนูญ สำหรับการทำงานในปี 2567 ของพรรค จะขับเคลื่อนใน 4 ด้านสำคัญ ประกอบด้วย เรื่องการผลักดัน นโยบาย “แซ่บเพาเวอร์” ด้านการช่วยเหลือคนตัวเล็ก ด้านการติดตามตรวจสอบงบประมาณ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคไทยสร้างไทยมีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สำคัญคือ การแก้ไขต้องมาจาก ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% โดยไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2

มท.ให้อปท.จัดสอนวิชาปวศ.
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยมีนโยบายให้หน่วยงานภายใต้การกำกับร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ให้เป็นผู้ที่มีความรักเทิดทูนในสถาบันหลัก และภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนายกระดับการศึกษาและทักษะแรงงาน นำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง 4 กระทรวง และ 1 องค์การมหาชน ได้แก่กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา

น.ส.ไตรศุลีกล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทยเริ่มนำข้อตกลงตาม MOU มาขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิบัติ โดยแปลงไปสู่นโยบายรื้อฟื้นวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมศึกษา สำหรับสถาบันการศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พร้อมกับมอบหมายให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการให้สถานศึกษาในสังกัดจัดการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนำวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและจริยธรรมศึกษาเป็นวิชาหลักในการเรียนตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาจัดกิจกรรม หรือ โครงการที่มุ่งเน้นในเรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การตระหนักในหน้าที่พลเมือง การยกย่องบุคคลที่ทำความดีมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งการเรียนและกิจกรรมต่างๆ นอกจากจะนำไปสู่ความรักและภูมิใจในสถาบันหลัก เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกัน และสามารถลดความขัดแย้งของเยาวชน และไม่ถูกถูกผู้อื่นนำพาไปกระทำในสิ่งไม่ดีหรือผิดกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน