ให้ผู้ว่าจับตากวาดล้าง 3วันลงทะเบียน4.5หมื่น

นายกฯ เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ลั่นไม่ใช่แค่สร้างภาพ เชื่อหลังคิกออฟ 8 ธ.ค.นี้ ตัวเลขผู้ลงทะเบียนจะมากขึ้นอีก มท.เผยตัวเลขผู้ลงทะเบียนหนี้นอกระบบวันที่สาม รวมมูลหนี้กว่า 1.8 พันล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 45,564 ราย กทม.ครองแชมป์ลูกหนี้ รมช.มท.กำชับ ผู้ว่าฯ กวาดล้าง ‘หนี้เทียม’ ที่ผู้ให้กู้กับผู้กู้สมคบกันหลอกรัฐ รวมถึงแก๊งหัวปิงปองหรือนายทุนที่สาวไม่ถึงตัว ขณะที่รองโฆษกรัฐบาลย้ำรัฐบาลไม่ได้ช่วยใช้หนี้หรือยกหนี้ แต่ช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้ใช้หนี้อย่างมีศักดิ์ศรี ด้าน ‘วราวุธ’ เผยโรงตึ๊ง พม. งดดอกเบี้ย 5,000 บาทแรกช่วยลดภาระ เตรียมมาตรการสนับสนุน ทั้งซ่อมบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ สาวคาร์แคร์โคราชร้องโดนเบี้ยวหนี้ 6 หมื่น หนองคายจับแก๊งรับจำนำ จยย.ดอกโหด ยึดรถ-จักรยานยนต์เพียบ เร่งขยายผลล่านายทุน

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบซึ่งรัฐบาลยกเป็นวาระแห่งชาติว่า เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัด และสรรพากรจังหวัด ตนจึงฝากไปแล้ว เรื่องหนี้นอกระบบที่มีการทารุณกรรมรุนแรงจะมาจากนายทุนที่ไม่ได้อยู่ในจังหวัด ส่วนในจังหวัดไม่มีการทำร้ายร่างกายกัน และเชื่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้การจังหวัดเคลียร์ได้ ส่วน รายใหญ่ที่เรียกว่าหัวปิงปอง การเมืองระดับชาติต้องลงมาช่วย เรื่องนี้สำคัญมาก ตนฝากผู้ว่าราชการจังหวัดไว้ว่าการแก้หนี้นอกระบบที่สำคัญคือการแก้เรื่องหนี้เทียม ระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ร่วมกันหลอกเงินรัฐ เพราะเราเคยทำมาแล้วสมัยปี 2545-2546 ในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในส่วนหนี้นอกระบบเราหวังพึ่งพ่อเมือง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนเจ้าหนี้ที่มาจากนอกจังหวัดจะจัดการอย่างไร นายเกรียงกล่าวว่า ต้องยึดทรัพย์ถึงจะจัดการได้ ไม่อย่างนั้นพวกนี้จะไม่สลาย ส่วนพวกหัวปิงปองในแต่ละจังหวัดเขาไม่ซัดทอด แต่ในประเทศคนในวงการเขารู้กันว่าเป็นใคร เมื่อถามว่าการแก้ปัญหานี้จะทำให้เข้าถึงตัวการเลยใช่หรือไม่ นายเกรียงกล่าวว่า แน่นอน เพราะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เอาจริงเอาจังเรื่องนี้มาก

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำถึงนโยบายแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งในและนอกระบบว่า กระทรวงการคลังประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสิน ออกมาตรการตามข้อสั่งการของนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เปิดให้กู้ผ่าน สินเชื่อธนาคารประชาชนเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบ กู้ตามจำนวนหนี้ และตามความสามารถในการชำระหนี้ ไม่เกิน รายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1 ต่อเดือน ชำระคืนในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี สามารถใช้บรรษัทประกัน สินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันได้ ผู้สนใจติดต่อขอกู้ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา สอบถามเโทร.1115

นางรัดเกล้ากล่าวต่อว่า ในส่วนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกมาตรการผ่านโครงการหนี้นอกบอก ธ.ก.ส. ให้กู้สินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และสินเชื่อกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและ ผู้ยากจน จำนอง ขายฝาก หรือใช้ที่ดินเป็นประกันหนี้ วงเงินสูงสุด 2.5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 20 ปี ผู้สนใจลงทะเบียนผ่านธนาคารธ.ก.ส.ทุกสาขา หรือเว็บไซต์ www.baac.or.th

นางรัดเกล้ากล่าวย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้เข้าไปใช้หนี้นอกระบบให้หรือยกหนี้ แต่จะเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย บูรณาการหลายภาคส่วนเข้ามา ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกระทรวงการคลัง รับบทบาทเป็นตัวกลางสำคัญในการไกล่เกลี่ยพร้อมกันทั้งดูแลเจ้าหนี้และลูกหนี้อย่างเป็นธรรม ตั้งแต่ต้นกระบวนการไปจนถึงปิดหนี้ จากนั้นรัฐบาลจะช่วยปรับโครงสร้างหนี้ โดยกระทรวงการคลัง เพื่อให้ประชาชนชดใช้หนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี

“ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างมีบูรณาการให้ดี และมีมาตรการต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่ให้ประชาชนกลับเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบอีก นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ขอให้ประชาชนอย่ากังวลกับการเป็นหนี้นอกระบบ และขอเชิญชวนให้ลงทะเบียนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป” นางรัดเกล้ากล่าว

ที่จ.หนองบัวลำภู นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวถึงมาตรการแก้หนี้ของรัฐบาลว่า พม. ทำงานหลายมิติไม่ว่าจะ เป็นเงินสนับสนุนครอบครัวเด็กและเยาวชน เงินสนับสนุนผู้สูงอายุ และการพัฒนาศักยภาพคนพิการ และยังมีสถานธนานุเคราะห์หรือโรงรับจำนำที่พร้อมงดดอกเบี้ย 5,000 บาทแรกให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้ง่ายขึ้น และยังมีอีกหลายมาตรการในการสนับสนุนสวัสดิการต่างๆ เช่น การซ่อมบ้าน การดูแลผู้สูงอายุ ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการแก้หนี้ ไม่ต่างจากรูปแบบเดิมนั้น ขอให้รอดู ผลงานก่อน พม.จะเร่งทำงานให้ดีที่สุด ในการประชุม ครม. วันที่ 4 ธ.ค. นี้ พม.จะเสนอศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ ใน 20 จังหวัดภาคอีสาน รวมถึงของขวัญปีใหม่จาก พม. เบื้องต้น 8 ด้าน

ดอกโหด – นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.หนองคาย แถลงกวาดล้างอาชญากรรม แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ตามนโยบายของรัฐบาล จับกุมขบวนการจำนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ดอกเบี้ยโหดเกินกว่ากฎหมายกำหนด ที่สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.

วันเดียวกัน ที่ สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พล.ต.ต.พิรัชย์ อุดมพิสุทธิคุณ ผบก.ภ.จ.หนองคาย พร้อมตำรวจชุดสืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ตำรวจ สภ.โพนพิสัย และฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงข่าวการกวาดล้างอาชญากรรม แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลบุคคลที่มีพฤติการณ์รับจำนำรถในลักษณะเรียกดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด พื้นที่ อ.โพนพิสัย หลังตรวจสอบและเข้าตรวจค้นตามหมายค้นศาลจังหวัดหนองคาย 2 จุด พบว่าใช้เป็นสถานที่จอดซุกซ่อนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ ผู้เสียหายนำเข้าจำนำไว้และต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการกู้หนี้นอกระบบ จึงตรวจยึดรถยนต์ 23 คัน รถจักรยานยนต์ 11 คัน อาวุธปืน 3 กระบอก ลูกกระสุนปืน 10 นัด คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายและจะสืบสวนขยายผลถึงกลุ่มนายทุนใหญ่ต่อไป

ที่จ.นครราชสีมา นางสมบัติ สุริยะ อายุ 59 ปี เจ้าของร้านคาร์แคร์ ร้องสื่อมวลชนว่าถูกลูกหนี้โกงเงินไป 60,000 บาท ก่อนหน้านี้ยืมเงินไป 1 แสนบาท แต่ชำระคืนตามจำนวนและเวลาที่ตกลงไว้ ในปี 2561 มาขอยืมเงินอีกครั้งอ้างว่าจะนำไปสร้างบ้านให้แม่ โดยนำโฉนดที่ดิน 100 ตารางวา ในอ.ปักธงชัยมาเป็นหลักประกัน พร้อมทำหนังสือสัญญาชำระภายใน 1 เดือน เงินต้น 60,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ตามกฎหมายกำหนด หลังครบกำหนดกลับไม่ยอมคืนเงิน จึงเดินทางไป อ.ปักธงชัย พบเพียงบ้านหลังเล็กๆ ไม่พบตัวลูกหนี้ สอบถามชาวบ้านทราบว่าที่ดินดังกล่าวขายไปแล้ว สำนักงานที่ดินแจ้งว่าเจ้าของโฉนดตัวจริงมาขอออกโฉนดฉบับใหม่อ้างว่าสูญหายก่อนนำไปขายให้คนอื่น ตนแจ้งความและร้องเรียนแต่ไม่มีอะไรคืบหน้า ผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว จนมีโครงการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบทำให้มีความหวังจะได้เงินคืน เตรียมหาเอกสารหลักฐานเข้าไปติดต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดต่อ ลูกหนี้ให้มาไกล่เกลี่ยคืนเงินที่ค้างไว้

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่สามของการเปิดรับลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ จากข้อมูลเมื่อเวลา 15.30 น. มีประชาชนลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมทั้งสิ้น 45,564 ราย แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 44,264 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 1,300 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 23,214 ราย มูลหนี้ 1,863.065 ล้านบาท พื้นที่/จังหวัด 5 ลำดับแรก คือ 1.กรุงเทพฯ มีผู้ลงทะเบียน 2,969 ราย เจ้าหนี้ 1,779 ราย มูลหนี้ 161.817 ล้านบาท 2. สงขลา มีผู้ลงทะเบียน 1,938 ราย เจ้าหนี้ 1,033 ราย มูลหนี้ 87.356 ล้านบาท 3.นครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 1,838 ราย เจ้าหนี้ 994 ราย มูลหนี้ 61.174 ล้านบาท 4.นครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 1,775 ราย เจ้าหนี้ 796 ราย มูลหนี้ 75.848 ล้านบาท 5.สมุทรปราการ มีผู้ลงทะเบียน 1,145 ราย เจ้าหนี้ 579 ราย มูลหนี้ 47.548 ล้านบาท

ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวต่อว่าประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบยังสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ผ่านระบบออนไลน์ https://debt.dopa.go.th หรือลงทะเบียนด้วยตนเองที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ ณ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทุกแห่งทั่วประเทศ ข้อมูลจะเป็นความลับ โดยขอรับคำปรึกษาหรือสอบถามทางสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567

ที่ จ.หนองบัวลำภู นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงการที่มีคนเข้ามาลงทะเบียนหนี้นอกระบบจำนวนมากว่า ยังต้องไปอีกไกลเพราะมีอีกเยอะมาก ประชาชนหลายพื้นที่ยังไม่ทราบวิธีการลงทะเบียน เมื่อคิกออฟเป็นทางการในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ซึ่งเชิญนายอำเภอและผู้กำกับฯ มาประชุมที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี คงจะทราบนโยบายและเมื่อไปลงพื้นที่แล้วจำนวนคนที่เป็นหนี้นอกระบบจะเยอะขึ้นอีก

สำหรับกรณีที่เจ้าหนี้อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเพราะลูกหนี้บางคนชิ่งหนีนั้น นายเศรษฐากล่าวว่าต้องเอาตัวเลขมาดูกันเพราะมีหลักฐานอยู่แล้ว ต้องว่ากันตามกฎหมาย สำคัญที่สุดคือดอกเบี้ยต้องเป็นอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ถ้าเกินแสดงว่าผิดกฎหมาย อยากให้ปัญหานี้หมดไปจริงๆ ไม่ใช่ทำแค่สร้างภาพแล้วก็กลับมาใหม่ ตอนนี้ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติทำงานก่อน ยังไม่ทราบว่าปัญหาใหญ่แค่ไหน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน