4วันลงทะเบียน ยอดพุ่งครึ่งแสน

แห่ลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบพุ่ง 4 วัน 5.4 หมื่นราย ผ่านออนไลน์มากสุด 5.1 หมื่น รวมเจ้าหนี้ 2.9 หมื่น ยอดมูลหนี้กว่า 2.3 พันล้าน กทม.มากสุด 3.5 พันราย ขณะที่แม่ฮ่องสอนน้อยสุด 31 ราย มูลหนี้แค่ 2 ล้าน ‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’สั่ง เก็บข้อมูลเจ้าหนี้ พร้อมอัดงบช่วยทางอ้อม ลดรายจ่าย ค่าพยาบาล และเรียนฟรี ผู้ว่าฯภูเก็ตเตือนแจ้งหนี้เท็จมีความผิด ‘อนุทิน’ ชี้ลงทะเบียนหนี้นอกระบบยังมีอีกอื้อ ระบุต้องไม่มองเจ้าหนี้เป็นผู้ร้ายฝ่ายเดียว หลังพบหลักฐานลูกหนี้ก็เบี้ยวจำนวนมาก ย้ำจุดยืนต้องไกล่เกลี่ยให้วินวินทั้งสองฝ่าย ด้านตร.ชุดสืบแสมดำจับหนุ่มรับจ๊อบแจกใบปลิวปล่อยกู้ดอกโหดย่านบางขุนเทียน

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่โรงแรมณัฐพงษ์ แกรนด์ จ.หนองบัวลำภู นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ธ.ค. ล่าสุดมีผู้มาลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นคนนั้นว่า เราไม่ได้รอให้ถึงวันที่นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ในทางปฏิบัติเราต้องการให้เกิดการไกล่เกลี่ย แต่หากใครข่มเหงรังแกประชาชน เราก็ดำเนินคดี ยกตัวอย่างที่จ.สระบุรี ที่มีชาวต่างชาติปล่อยกู้แล้วมาข่มเหงรังแกประชาชน แบบนี้ไม่ต้องไกล่เกลี่ยต้องจับดำเนินคดี และอาจโดนเนรเทศ

เมื่อถามว่าตัวเลขผู้ลงทะเบียน 4 หมื่นคนถือว่าน้อยไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เชื่อว่าจะมีมากกว่านี้อีกเยอะ ซึ่งต้อง ให้ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปฏิบัติตามนโยบายนายกฯ คือการเร่งไกล่เกลี่ย ทั้งนี้ เป็นไปอย่างที่ตนเคยพูด เรื่องหนี้เราต้องไม่มองเจ้าหนี้เป็นผู้ร้าย แล้วมองลูกหนี้เป็นพระเอกอย่างเดียว เพราะเจ้าหนี้ที่ ถูกลูกหนี้เบี้ยวก็มีจำนวนมาก เจ้าหนี้ ออกมาโอดครวญ ดังนั้น การดำเนินการจะต้องให้วินวินทั้งคู่

วันเดียวกัน เวลา 15.30 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เป็นประธานเปิดศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ โดยมีนายอำนวย พิณสุวรรณ รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต นายถวัลย์ เพชรสุข หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นายสุบัญชา อินทฤทธิ์ ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายโสภณกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมี นโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบในส่วนของจังหวัดภูเก็ตมีการลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.ถึงวันที่ 4 ธ.ค. มีผู้มาลงทะเบียนที่เป็นลูกหนี้ 291 ราย เจ้าหนี้ 160 กว่าราย มูลค่าหนี้โดยรวมกว่า 9 ล้านบาท ถือว่ายังน้อย ตอนนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกอำเภอให้ประชาชนที่มีหนี้นอกระบบเข้ามาลงทะเบียน ขณะเดียวกันเริ่มดำเนินการในการเจรจาไกล่เกลี่ยคู่ขนานกันไปกับการลงทะเบียน ไม่ต้องรอว่า ลงทะเบียนหมด เป็นมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดไว้

นายโสภณกล่าวต่อว่า ขณะนี้ จ.ภูเก็ตดำเนินการในรายที่เข้ามาลงทะเบียนแล้วและสามารถดำเนินการได้ คือเอาหนี้นอกระบบเข้าสู่ในระบบ เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ขณะเดียวกันได้มอบนโยบายให้นายอำเภอทุกอำเภอ นอกจากการเจรจาแล้ว ต้องให้ความรู้กับลูกหนี้ด้วยให้วางแผนการบริหารจัดการรายรับรายจ่ายของครอบครัวด้วย มิเช่นนั้นแล้วหนี้อาจจะเพิ่มขึ้นได้อีก ซึ่งจะไม่ยั่งยืน ดังนั้น การบริหารจัดการรายรับรายจ่ายในครัวเรือนเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งและจะผูกโยงกับเรื่องของอาชีพของคนที่มาเป็นลูกหนี้ ได้มอบหมายภารกิจให้กับคณะกรรมการเจรจาไกล่เกลี่ยและให้ความรู้ในเรื่องการบริหารจัดการหนี้ให้คำนึงการใช้จ่ายที่จำเป็นและสิ่งที่ไม่จำเป็นเพื่อไม่ให้เกิดหนี้ซ้ำซ้อนอีก ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อลงทะเบียนแล้วจะมีการตรวจสอบด้วยว่าเป็นหนี้จริงหรือไม่ ถ้ามาแจ้งข้อมูลที่เป็นเท็จถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ขอประชา สัมพันธ์ว่า อย่าไปทำเลย ไม่ดี รัฐบาลต้องการช่วยเหลืออยู่แล้ว ถ้าไป ฮั้วกันมา เป็นสิ่งที่ไม่ดีมีความผิดตามกฎหมาย

“ส่วนการทวงหนี้ที่เกิดความรุนแรงในจ.ภูเก็ต ยังไม่มีร้องเรียนในเรื่องนี้ ได้ให้ป้องกันจังหวัดหาข่าวเรื่องนี้ว่า มีเจ้าหนี้ชาวต่างประเทศชาวต่างชาติปล่อยเงินกู้หรือไม่ เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้ามีก็จะดำเนินการ ถ้าผิดกฎหมายดำเนินการทันที ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องเจ้าหนี้ที่เป็นคนต่างชาติอยู่ระหว่างการติดตามหาข่าว หากผู้ใดถ้ามีข้อมูลในเรื่องนี้สามารถแจ้งมาได้ที่จังหวัดภูเก็ต และในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ รัฐบาลได้เชิญผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอทั่วประเทศไปมอบนโยบายอีก ครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นการกำชับมาให้มีความชัดเจนในการปฏิบัติมากขึ้น” นายโสภณกล่าว

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 25/2566 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ว่า หลังจากที่มีการเปิดบริการให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้ นอกระบบ ตามนโยบายรัฐบาล ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือในพื้นที่กรุงเทพ มหานครแล้วรวม 3,043 แบ่งเป็นการลงทะเบียนในระบบออนไลน์ จำนวน 2,971 ราย และลงทะเบียนด้วยตนเอง ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ ณ สำนักงานเขต 72 ราย เจ้าหนี้ 1,809 ราย มูลหนี้รวมกว่า 169.7 ล้านบาท ซึ่งถือว่า ผู้ลงทะเบียนยังมีจำนวนไม่มาก แต่กรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจ และสั่งการเพิ่มเติมไปอีก 2 ส่วน โดยให้แต่ละชุมชนสำรวจหาข้อมูลเจ้าหนี้ด้วย เพื่อประกอบกับข้อมูลลูกหนี้ให้ครอบคลุมมากขึ้น และอีกส่วนคือให้สถานธนานุบาล (โรงรับจำนำของกรุงเทพมหานคร) พิจารณาแนวทางช่วยเหลือตามที่รัฐบาลจ่องดดอกเบี้ยโรงรับจำนำ ยอดเงิน 5,000 บาทแรกว่าต้องใช้เงินมากน้อยเท่าไร เพื่อเตรียมกรอบวงเงินไว้รองรับ

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครไม่มีอำนาจในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบโดยตรง แต่เบื้องต้นกรุงเทพมหานครจะช่วยในทางอ้อม โดยไม่ให้เกิดรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นของประชาชน เช่นการส่งเสริมให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลฟรีตามสิทธิ์ การเรียนฟรี เพื่อช่วยลดแบ่งเบาค่า ใช้จ่ายไม่ให้เกิดการกู้ยืมนอกระบบอีก หลังจากนี้จะประชุมมอบนโยบายให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลังใน เป็นประธานผู้มอบนโยบาย ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งจะได้แนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป

หากประชาชนท่านใดยังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ยังคงสามารถลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ debt.dopa.go.th หรือลงทะเบียนด้วยตนเองที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้ นอกระบบ ณ สำนักงานเขตของกรุงเทพ มหานครทุกแห่ง และสำหรับจังหวัด อื่นๆ สามารถลงทะเบียนได้ที่ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลของผู้ลงทะเบียนจะถูกรักษาไว้เป็นความลับ และหากมีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วันเดียวกัน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่ 4 ของการเปิดรับลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจากข้อมูลเมื่อเวลา 15.30 น. มีประชาชนลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ รวมทั้งสิ้น 54,325 ราย แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 51,355 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้ นอกระบบ 2,970 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 29,936 ราย มูลหนี้ 2,382.996 ล้านบาท โดยมี 5 จังหวัดลำดับแรก คือ 1.กรุงเทพฯ มีผู้ลงทะเบียน 3,517 ราย เจ้าหนี้ 2,340 ราย มูลหนี้ 196.973 ล้านบาท 2.สงขลา มีผู้ลงทะเบียน 2,335 ราย เจ้าหนี้ 1,360 ราย มูลหนี้ 118.442 ล้านบาท 3.นครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 2,212 ราย เจ้าหนี้ 1,241 ราย มูลหนี้ 81.995 ล้านบาท 4.นครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 2,117 ราย เจ้าหนี้ 1,040 ราย มูลหนี้ 97.461 ล้านบาท 5.ชลบุรี มีผู้ลงทะเบียน 1,370 ราย เจ้าหนี้ 757 ราย มูลหนี้ 70.189 ล้านบาท

นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.แม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 63 ราย เจ้าหนี้ 31 ราย มูลหนี้ 2.462 ล้านบาท 2.ระนอง มีผู้ลงทะเบียน 109 ราย เจ้าหนี้ 56 ราย มูลหนี้ 2.715 ล้านบาท 3.สมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 158 ราย เจ้าหนี้ 104 ราย มูลหนี้ 5.192 ล้านบาท 4.ตราด มีผู้ลงทะเบียน 161 ราย เจ้าหนี้ 62 ราย มูลหนี้ 2.560 ล้านบาท และ 5.สิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 180 ราย เจ้าหนี้ 85 ราย มูลหนี้ 5.834 ล้านบาท

“กระทรวงมหาดไทยยังคงเปิดรับลงทะเบียนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือไปลงทะเบียนได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ ซึ่งสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง” นายสุทธิพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ในวันที่ 8 ธ.ค.จะมีการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้ว่าฯ นายอำเภอ ผู้บังคับ การตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจทั่วประเทศ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ เป็นประธาน โดยนายกฯ เน้นย้ำว่ารัฐบาลเอาจริงเรื่องหนี้นอกระบบ และไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.เป็นต้นไปนั้น ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ จะดำเนินการเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยและปรับโครงสร้างหนี้โดยเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป

วันเดียวกัน พ.ต.อ.บุญส่งวิทย์ ห้องแซง ผกก.สน.แสมดำ พ.ต.ท.เจษฎาภรณ์ อ่อนทองคำ รองผกก.สส.สน.แสมดำ พ.ต.ต.ธนาวุฒิ อินตา สว.สส.สน.แสมดำ สั่งการให้ร.ต.ต.วสันต์ ดังสนั่น รอง สว.สส.สน.แสมดำ พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนร่วมกันจับกุมตัวนายไพศาล หรือตี๋ อายุ 37 ปี ข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อ ส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 16 ผู้ใดฝ่าฝืนประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามข้อ 5 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งปรับทั้งจำ

โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าร้านลาบร้อยเอ็ด ซอยพระรามที่ 2 ซอย 82 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางแผ่นใบปลิวเงินกู้ 29 แผ่น เวลา 14.50 น. วันที่ 3 ธ.ค.

หลังเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบมาถึงบริเวณหน้าร้านลาบร้อยเอ็ด ซอยพระรามที่ 2 ซอย 82 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พบนายไพศาลกำลังยืนโปรยแผ่นใบปลิวเงินกู้อยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ พร้อมขอตรวจค้น ผลการตรวจสอบพบแผ่นใบปลิวเงินกู้ พิภพ เงินทุน บริการเงินลงทุน ด่วน และรับจำนำรถสำหรับทุกท่านที่ขาดเงินลงทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพธุรกิจร้านอาหาร อู่ซ่อมรถ อาหารตามสั่ง และทุกๆ อาชีพ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ค้ำประกัน อนุมัติวงเงิน 5,000-100,000 บาท รับเงินภายใน 5 นาที 25 ใบ และที่ นายไพศาลโปรยลงพื้น 4 ใบ รวม 29 ใบ จึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าตนกำลังยืนโปรยแผ่นใบปลิวเงินกู้ดังกล่าวจริง โดยมีเพื่อน ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริงว่าจ้างในราคา 300 บาทต่อวัน โดยรับแผ่นใบปลิวมา 200 แผ่น จะไปโปรยแผ่นใบปลิวเงินกู้ตามตลาดนัด ร้านค้าทั่วไป เพิ่งรับจ้างโปรยแผ่นใบปลิวเงินกู้ครั้งแรก ตำรวจชุดจับกุมจึงนำส่งพนักงานสอบสวนสน.แสมดำ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน