เย้ยกม.ที่ชัยนาท เรียกผบช.จัดการ มท.สรุปยอด6วัน 7หมื่นคน-3พันล.
นายกฯ ลั่นรับไม่ได้ แก๊งเงินกู้บุกพังร้านส้มตำลูกหนี้ ที่ไปลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบกับรัฐบาล ลงมืออุกอาจตัดหน้าก่อนรัฐบาลจะแถลงเป็นวาระแห่งชาติแค่ 2 วัน สั่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรในพื้นที่ และทุกภูมิภาคเร่งจัดการ มท.เปิดตัวเลข 6 วัน มีลูกหนี้ลงทะเบียนทั่วประเทศ 68,651 ราย มูลหนี้รวม 3,316.060 ล้านบาท กรุงเทพฯ มากสุดเฉียด 5 พันคน ส่วนแม่ฮ่องสอนน้อยสุดแค่ 87 ราย
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. ที่โรงแรม เดอะ กรีนเนอร์รี รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เรียก พล.ต.ท. จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภาค 1 พล.ต.ท.ฐากูร นัทธีศรี ผบช.ภาค 3 และพล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา หารือกรณีแก๊งเงินกู้บุกพังร้านอาหารกลางดึก ที่จ.ชัยนาท หลังลูกหนี้ขึ้นทะเบียนแก้หนี้นอกระบบกับรัฐบาล โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที
นายเศรษฐา เผยว่า เรียกตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบให้มารับนโยบาย กรณีดังกล่าวรัฐบาลรับไม่ได้ เป็นการท้าทาย บอกไปว่าต้องจัดการให้เด็ดขาด ต้องสาวให้ถึงตัวคนทำให้ได้และถือเป็นกรณีตัวอย่าง เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ในฐานะที่ผลักดันนโยบายนี้ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ การที่เป็นหนี้นอกระบบและประชาชนถูกรังแก ด้วยการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่เป็นธรรม
“ประชาชนไม่มีขวัญกำลังใจในการทำงาน อาจจะหันไปพึ่งยาเสพติด และตามมาด้วยปัญหาอาชญากรรม ต้องแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ได้ เตรียมแถลงข่าวเรื่องแก้หนี้ในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ การเกิดเหตุก่อนที่รัฐบาลจะประกาศเป็นวาระแห่งชาติถือว่าท้าทายอย่างมาก บ้านเมืองเรามีกฎหมาย ขณะนี้รู้ตัวเจ้าหนี้แล้ว อาจจับกุมได้ในวันที่ 7 ธ.ค. ก่อนจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เรื่องนี้ผมฝากไปบอก ผู้บัญชาการภาคทุกพื้นที่” นายกฯ กล่าว
สำหรับเหตุแก๊งเงินกู้บุกพังร้านอาหารที่ จ.ชัยนาท เกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.30 น. วันเดียวกันนี้ กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไปจอดที่บริเวณข้างร้านขายส้มตำแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.แพรกศรีราชา อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ก่อนเดินอ้อมเข้าไปหลังร้านและถอดปลั๊กไฟของกล้องวงจรปิดที่อยู่ภายในร้านและลงมือทำลายสิ่งของเครื่องมือที่ใช้ประกอบอาชีพทำมาหากินภายในร้านกระจัดกระจายได้รับความเสียหาย
ขณะที่เจ้าของร้านเผยสาเหตุคาดเกิดจากการที่ก่อนหน้านี้กู้เงินนอกระบบ และต่อมาไปลงทะเบียนแก้ไขหนี้นอกระบบ ภายหลังได้เจอกับเจ้าหนี้ตนเองก็ได้พูดคุยไปว่าได้ไปลงทะเบียนแก้หนี้มานะ ทำไมเจ้าหน้าที่ที่อำเภอโทร.หาไม่รับสาย เพราะจะคืนเงินต้นให้ไม่ใช่ไม่คืน แต่ขอให้ไปไกล่เกลี่ยกันที่อำเภอละกัน พอเช้ามาพบร้านถูกทำลาย เจ้าอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเคลียร์แล้วมีปัญหาอยู่เจ้าเดียว โดยเงินที่ไปกู้มายอดประมาณ 30,000 บาท ปัจจุบันทยอยส่งไปแล้วเงินต้นเหลือประมาณ 20,000 กว่าบาท
“ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.สรรคบุรี แล้ว ทั้งนี้อยากจะฝากถึง ผู้ก่อเหตุหรือเจ้าหนี้ว่า เงินที่ไปกู้มาฉันตั้งใจที่จะคืนให้ เพราะก่อนหน้านี้ลำบากขายของไม่ค่อยดีจึงมีความจำเป็นต้องกู้ และอยากจะให้คุยกันดีๆ ไม่ควรมาทำลายสิ่งของแบบนี้” เจ้าของร้านผู้เสียหายกล่าว
วันเดียวกัน นายสิทธิชัย ไทยเจริญ นายอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ประสานนายปัญญาศักดิ์ กั่งเซ่ง ป้องกันจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำชุดปฏิบัติการพิเศษปกครอง จ.สุราษฎร์ธานี (ฉก.ท่าเพชร) ฝ่ายปกครองและ กอ.รมน. ตรวจสอบในพื้นที่ ม.6 ต.บางชนะ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ ธานี หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีแก๊งเงินกู้นอกระบบตามทวงหนี้จากชาวบ้าน พบรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะ ทะเบียน บย 9307 นครสวรรค์ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่พยายามขับหลบหนี จึงไล่ล่าตามไปสกัดได้บริเวณถนนในหมู่บ้านบางใบไม้ หมู่ที่ 6 ต.บางชนะ

แก๊งทวงหนี้ – ชุดฉก.ฝ่ายปกครอง จ.สุราษฎร์ธานี ไล่ล่าแก๊งเงินกู้นอกระบบที่ตามทวงหนี้ในพื้นที่ โดยขับไล่ตามจับกุมนายทุนและลูกน้องจนมุมพร้อมของกลางเงินสด 1 แสนบาท และบัญชีรายชื่อลูกหนี้อีกกว่า 120 ราย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.
ตรวจค้นจับกุมนายทวีศักดิ์ พิลึก อายุ 27 ปี ชาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ นายทุนเงินกู้นอกระบบ และนายอภิเดช อ่อนคง อายุ 25 ปี ชาว อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ลูกน้อง พร้อมของกลาง เงินสด 100,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และบัญชีรายชื่อลูกหนี้ ประมาณ 120 ราย
นายสิทธิชัยกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้นอกระบบในอัตราร้อยละ 20 ต่อวัน จึงตรวจสอบนำไปสู่การจับกุม สอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ปล่อยเงินกู้ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ เมืองสุราษฎร์ธานี, บ้านนาสาร และเวียงสระ มีลูกหนี้ประมาณ 120 คน มูลหนี้รวมประมาณ 500,000-600,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านทั่วไป โดยใช้เงินทุนของตนเองไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง รวมถึงอ้างว่าไม่เคยใช้กำลัง หรือความรุนแรงข่มขู่ลูกหนี้
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจะสอบสวนขยายผลหาผู้อยู่เบื้องหลังเส้นทางการเงิน มีความเกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพล หรือยาเสพติดหรือไม่ พร้อมนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ ธานี ดำเนินคดีข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และจะติดตามลูกหนี้เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต่อไป
ส่วนที่กระทรางมหาดไทย (มท.) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมท. เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่ 6 ของการเปิดรับลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและ นิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. พบว่ามีประชาชนลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบรวมทั้งสิ้น 68,651 ราย แบ่งเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 63,719 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 4,932 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 40,903 ราย มีมูลหนี้รวม 3,316.060 ล้านบาท
โดยมีพื้นที่/จังหวัด 5 ลำดับแรก คือ 1.กรุงเทพฯ มีผู้ลงทะเบียน 4,449 ราย เจ้าหนี้ 3,234 ราย มูลหนี้ 278.662 ล้านบาท 2.สงขลา มีผู้ลงทะเบียน 2,912 ราย เจ้าหนี้ 1,813 ราย มูลหนี้ 162.672 ล้านบาท 3.นครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 2,863 ราย เจ้าหนี้ 1,867 ราย มูลหนี้ 133.738 ล้านบาท 4.นครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 2,752 ราย เจ้าหนี้ 1,379 ราย มูลหนี้ 180.883 ล้านบาท 5.ขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 1,705 ราย เจ้าหนี้ 1,079 ราย มูลหนี้ 89.757 ล้านบาท โดยจังหวัดขอนแก่นขยับมาติดใน 5 อันดับเป็นวันแรก
ส่วนจังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.แม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 87 ราย เจ้าหนี้ 48 ราย มูลหนี้ 3.087 ล้านบาท 2.ระนอง มีผู้ลงทะเบียน 138 ราย เจ้าหนี้ 88 ราย มูลหนี้ 4.719 ล้านบาท 3.สมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 192 ราย เจ้าหนี้ 128 ราย มูลหนี้ 6.168 ล้านบาท 4.ตราด มีผู้ลงทะเบียน 212 ราย เจ้าหนี้ 95 ราย มูลหนี้ 5.626 ล้านบาท และ 5.สิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 244 ราย เจ้าหนี้ 133 ราย มูลหนี้ 9.867 ล้านบาท
นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า นับตั้งแต่มท.เปิดรับลงทะเบียนหนี้นอกระบบ มีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีออกมาข่มขู่คุกคามพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งในเรื่องนี้นายกฯ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย กำชับให้มท.สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ให้ทีมฝ่ายปกครองทั้งที่ทำการปกครองจังหวัด และที่ทำการปกครองอำเภอ บูรณาการร่วมกับบก.ภ.จว., สภ., ผู้นำท้องที่, ท้องถิ่น ร่วมกันหาข่าวหรือเบาะแส กรณีพี่น้องประชาชนถูกข่มขู่จากเจ้าหนี้หรือบุคคลไม่หวังดี หลักจากการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ หากพบและสืบสวนสอบสวนว่ามีความผิดจริง จะดำเนินอย่างไม่มีละเว้น
กระทรวงมหาดไทยยังคงเปิดรับลงทะเบียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งทางระบบออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือลงทะเบียนได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ โดยสามารถสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง