แลกปล่อยแฟนหนุ่มค้ายา ผบช.ภ.1ฮึ่มลงโทษหนัก
ผบช.ภาค 1 สั่งเด้ง 7 ตำรวจ ตั้งกก.สอบรีดเงิน 3.3 แสน-ขืนใจพีอาร์สาวซ้ำแลกปล่อยตัวแฟนหนุ่มคดียาเค ยันหากพบทำผิดจริงไม่ปกป้อง ถูกลงโทษทั้งวินัย-อาญา รับไม่ได้พฤติกรรมแบบนี้ เผยยศร.ต.ต. 1 นาย ตำแหน่งรองสว.สส.ปทุมธานี อีก 6 นาย ชั้นประทวน ส.ต.อ.-จ.ส.ต.-ด.ต. เพจสายไหมพาสาวผู้เสียหายชี้จุดโรงแรมย่านรังสิตที่ถูกข่มขืน ตู้เอทีเอ็มที่กดเงินให้ พงส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ พื้นที่ก่อเหตุ เรียกสอบปากคำเพิ่มผู้ต้องหาหลังถูกโยกเข้ากรุ
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภาค 1 กล่าวว่า จากกรณีพีอาร์สาวร้านอาหาร ผู้เสียหายมาแจ้งความที่สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ว่าถูก ตำรวจ 7 นาย อุ้มไปรีดเงิน 3 แสนบาทแลกกับการเคลียร์คดีแฟนหนุ่มและตนเองครอบครองยาเค แล้วพาผู้เสียหายเข้าโรงแรมข่มขืนก่อนปล่อยตัวไปนั้น ทางตำรวจภูธรภาค 1 เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และมีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้ตรวจสอบ พบว่าผู้เสียหายแจ้งว่า ถูกจับเมื่อวันที่ 22-23 พ.ย.2566 มีการดำเนินคดีข้อหายาเสพติดจริง แม้ยังไม่มีพยานหลักฐานในการเรียกรับเงินหรือการกระทำชำเราขึ้น แต่ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผบก. จ.ปทุมธานี ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองสืบสวนจังหวัดปทุมธานีทั้ง 7 นายมาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี แล้ว จากนั้นสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าผิดจริงจะดำเนินคดีโดย เด็ดขาด ทั้งทางวินัย และทางอาญา และยืนยันว่าถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำความผิดอย่างนี้ ทั้งเรียกรับเงินและกระทำชำเรา เราก็รับไม่ได้เช่นเดียวกัน
ด้านพล.ต.ต.ยุทธนา ผบก.จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ที่เพจสายไหมต้องรอดออกข่าวมาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองสืบสวนจังหวัดปทุมธานีไปเรียกรับเงินและกระทำอนาจารนั้นซึ่งทางเราก็ดำเนินการไป 2 ส่วนก็ได้สืบสวนหาพยานหลักฐานที่ เกิดขึ้นและทราบตัวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในวันนั้นแล้ว เพราะมีการจับกุมผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนสภ.ธัญบุรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมด 7 นาย โดยต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย พร้อมได้ให้สืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ไปไล่กล้องวงจรปิดให้หมดตามที่ผู้แจ้งกล่าวอ้างว่าถูกพาไปโรงแรมและพาไปตระเวนกดเงินตู้เอทีเอ็ม คงทราบรายละเอียดทั้งหมดไม่นาน และจะได้ดำเนินการกับตำรวจทั้งวินัยและอาญา ถ้าพบว่าได้กระทำความผิดจริง
สำหรับ 7 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี ที่ถูกคำสั่งย้ายไปช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี มี ร.ต.ต. สว.สส.กก.ภ.จว.ปทุมธานี 1 นาย ส่วนอีก 6 นายเป็นผบ.หมู่งาน สส.กก.ภ.จว.ปทุมธานี ยศดาบตำรวจ 3 นาย จ.ส.ต. 1 นาย และส.ต.อ. 2 นาย

จุดเกิดเหตุ – พีอาร์สาวชี้จุดเกิดเหตุถูกตำรวจกก.สส.จ.ปทุมธานีบังคับข่มขืนในโรงแรมม่านรูด และเรียกเงิน 3 แสนบาทแลกกับเคลียร์คดีแฟนหนุ่มถูกจับยาเสพติด ซึ่งผบช.ภาค 1 สั่งย้าย 7 ตำรวจที่เกี่ยวข้องพร้อมสอบเอาผิดแล้ว เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน ได้พาพีอาร์สาวผู้เสียหายและแฟนหนุ่มไปตระเวนชี้จุดเกิดเหตุที่ถูกตำรวจสืบสวนปทุมธานีบังคับให้กดเงินตามตู้เอทีเอ็มย่านลาดหลุมแก้วและซอยรังสิต-นครนายก 8 สะพานแดง และโรงแรมย่านหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ รังสิต ที่พาสาวพีอาร์ ผู้เสียหายไปข่มขืน จากนั้นเดินทางไปที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์เพื่อพบพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม
นายเอกภพกล่าวว่า เพิ่งทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ข่มขืนผู้เสียหายไม่ได้สวมถุงยางอนามัยป้องกัน จึงต้องพา ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายด้วย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. นายเอกภพ ที่ปรึกษารมว.มหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน พาพีอาร์สาวผู้เสียหายและแฟนเดินทาง เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับนายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง
พฤติการณ์กรณีดังกล่าว เริ่มจากพีอาร์สาว พร้อมแฟนหนุ่ม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี 7 นาย เข้าจับกุมข้อหาครอบครองยาเคตามีนเพื่อเสพ หลังจับกุมมีการนำตัวผู้เสียหายและแฟนมาที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี โดยแยกห้องสอบปากคำ จากนั้นชุดสืบสวนขอตรวจสอบโทรศัพท์ผู้เสียหายแต่ไม่พบความผิดปกติ พบเพียงเงินในบัญชีธนาคาร 360,000 บาท เมื่อชุดจับกุมเห็นว่ามีเงิน จึงใช้วิธีข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับ ผู้เสียหายและแฟนโดยอาจต้องโทษจำคุกและถูกยึดทรัพย์ แต่หากไม่อยากติดคุกไม่อยากถูกยึดทรัพย์ ให้เคลียร์เงินชุดจับกุมจำนวน 300,000 บาท เพื่อแลกกับการเปลี่ยนข้อหาครอบครองยาเค เป็นข้อหาครอบครองยาบ้า 2 เม็ดแทน จากนั้นชุดจับกุมได้พา ผู้เสียหายไปตระเวนกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่จ.ปทุมธานี จนครบ 300,000 บาท
ต่อมา ระหว่างเดินทางนำเงินไปแบ่งกันที่ กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งในชุดจับกุม ได้แจ้งกับผู้เสียหายว่า เป็นคนเจรจากับนายให้จะได้อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ผู้เสียหายจึงตอบไปว่า ตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้ว เงินก็กดให้ไปจนหมดแล้ว ตำรวจคนดังกล่าวจึงแจ้งว่า ต้องร่วมหลับนอนด้วยเพื่อเป็นค่าคุยกับนาย จากนั้นตำรวจคนดังกล่าวบังคับพาผู้เสียหายเข้าไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรังสิต แล้วบังคับเอาเงินไปอีก 30,000 บาท ก่อนพากลับมาที่กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี จากนั้นชุดจับกุมได้พาแฟนผู้เสียหายไปส่งตัวดำเนินคดีที่สภ.ธัญบุรี ข้อหาครอบครองยาบ้า 2 เม็ด
จากนั้น หลังแฟนผู้เสียหายได้ประกันตัวออกมา 2 สัปดาห์ ก็สังเกตเห็นพีอาร์แฟนสาวมีอาการผิดปกติ ไม่ค่อยพูดจา ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ จึงพยายามเค้นสอบถามจนรู้ความจริงว่า นอกจากเสียเงิน 330,000 บาทแล้ว ยังถูกตำรวจชุดจับกุมข่มขืนด้วย จึงเข้าไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รู้จักกัน แนะนำให้มาขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ ในที่สุด
ภายหลังรับแจ้ง นายเอกภพได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.จิรสันต์ ผบช.ภาค 1 และ พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภาค 1 โดยขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จากนั้นพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ. ประพันธ์ เรืองสุวรรณ์ รองสว.สอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป