จับ2นายทุนใหม่ บุกยิงบ้านลูกหนี้
แห่ลงทะเบียนแก้หนี้ 13 วัน ยอดพุ่ง 9.1 หมื่นคน หนี้ทะลุ 5 พันล้าน ส่วนเจ้าหนี้ 6.2 หมื่นราย กทม.มากสุด ‘ปลัดมท.’ สั่งเข้มเอาผิดเด็ดขาดแก๊งข่มขู่ ใช้กำลังกับลูกหนี้ ด้านตร.ภาค 5 บุกจับ 2 หนุ่มนายทุนมือใหม่ยิงปืนใส่บ้านข่มขู่ลูกหนี้แม่ค้าเชียงใหม่ สอบสวนยอมรับปล่อยเงินกู้ แต่ปฏิเสธยิงใส่บ้าน เผยผู้เสียหาย กู้หลายแก๊ง ไปขึ้นทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ ไม่เรียกไปไกล่เกลี่ยสักที ‘นายกฯเศรษฐา’ ลั่นกำหนดตัวชี้วัด KPI ทุกจว.-อำเภอ จำนวนหนี้นอกระบบ-คนเป็นหนี้ต้องลดลง
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการให้พ.ต.อ.ธงชัย กรรณิการ์ ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ พร้อมชุดสืบสวนสภ.ดอยสะเก็ด จับกุมนายสาธิต อายุ 28 ปี บ้านอยู่อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นายอำพล อายุ 24 ปี บ้านอยู่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลในการกำกับในทาง การค้าเป็นปกติโดยมิได้ขออนุญาตจาก รมว.คลัง และยินยอมให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด”
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีชายไม่ทราบจำนวนมาที่บ้านของหญิงวัย อายุ 52 ปี อาชีพค้าขาย และใช้ปืนยิงเข้ามาในบ้านหลายนัด ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ ชุดสืบสวนตรวจสอบข้อมูล จนพบว่า คนที่ก่อเหตุเป็นแก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด ซึ่งผู้เสียหายไปกู้มาจากหลายกลุ่ม แม้จะไปลงทะเบียนกับทางรัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไข แก๊งเงินกู้ก็โกรธ ที่ยังไม่ได้เงิน และทางรัฐบาลยังไม่เรียก ไปไกล่เกลี่ยตามนโยบาย จึงบุกมายิงข่มขู่ เพื่อให้ลูกหนี้จ่ายหนี้ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนสอบสวนและจับกุมคนร้ายทั้งสองคนได้

ทวงโหด – ตำรวจบุกจับนายทุนเงินกู้ในห้องพักที่ จ.เชียงใหม่ หลังร่วมกับเพื่อนบุกไปทวงหนี้แล้วใช้ปืนยิงข่มขู่แม่ค้าลูกหนี้ ที่ขาดส่งดอกแล้วไปลงทะเบียนแก้หนี้กับรัฐบาล เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.
เบื้องต้นสอบสวนพบว่าหญิงผู้เสียหายไปกู้เงินจากผู้ต้องหาทั้งสองคน จำนวน 6,000 บาท โดยไม่มีสัญญาเงินกู้และคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ของเงินต้น ผู้เสียหายต้องชำระเงินคืนวันละ 300 บาท จำนวน 24 วัน ผู้เสียหายชำระ 12 วัน และหยุดชำระ 3 วัน และวันที่ 7 ธ.ค. ผู้ต้องหาเข้าไปที่บ้านของผู้เสียหายเพื่อทวงเงินรายวันที่ขาดส่ง 3 วัน แต่ไม่ได้ และอีกไม่กี่นาทีต่อมามีการยิงปืนเข้าบ้านผู้เสียหาย
สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสอง รับสารภาพว่าปล่อยเงินกู้จริง แต่ไม่ได้ ยิงขู่เข้าบ้าน โดยผู้เสียหายกู้จากแก๊งเงินกู้อื่นและไม่ได้ส่งอีกหลายแก๊ง เจ้าหน้าที่ ไม่ปักใจเชื่อ จะตรวจสอบหาหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ด้านนายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย นายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอดอยสะเก็ด แถลงผลการจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ ลูกหนี้นอกระบบ ในพื้นที่อ.ดอยสะเก็ด เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ทราบชื่อนายสาธิต อายุ 28 ปี และนายอำพล อายุ 24 ปี ทั้งคู่เป็นวัยรุ่นสร้างตัวที่ลงทุนปล่อยเงินกู้เองได้ ไม่นาน มีเงินทุน 20,000 บาท ปล่อยให้กับลูกหนี้ 4-5 ราย เมื่อไม่สามารถทวงเงินได้ จึงบันดาลโทสะข่มขู่ลูกหนี้

บัญชีม้า – ตำรวจกองปราบฯ จับกุมน.ส.เพ็ญนภา รุ่งเรืองไชย ชาวไทยใหญ่ อายุ 21 ปี แก๊งเงินกู้ดอกโหดทางออนไลน์ และใช้ความรุนแรงข่มขู่ทวงหนี้ โดย ผู้ต้องหาทำหน้าที่เปิดบัญชีและตระเวนกดเงินสด คุมตัวมาสอบสวนขยายผลที่บก.ป. เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีผู้ต้องหาแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ ฐานร่วมประกอบ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และยินยอมให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการทวงถามหนี้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีต่อไป
ส่วนกรณียายไหม อายุ 63 ปี ชาวบ้านต.หาดกรวด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งสามีผูกคอฆ่าตัวตาย เพื่อให้ยายไหมนำเงินฌาปนกิจใช้หนี้นอกระบบ หลังสามารถใช้หนี้ได้เพียงบางส่วน แต่กลับถูกเจ้าหนี้ นอกระบบตามทวงหนี้ จึงเข้าลงทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. หลังจากคุณยายเข้าสู่กระบวนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาล โดยพล.ต.ต.ระวีพรรษ อมรมุนีพงศ์ รองผบช.ภาค 6, นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์, พล.ต.ต.สุทธิพงศ์ เป๊กทอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่พม.อุตรดิตถ์สอบถามรายละเอียด เกี่ยวกับปัญหาหนี้สิน รวมถึงการทวงถาม จากนั้นเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ เพื่อร่วมหาทางออก ให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่ต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ภายหลังเข้าสู่กระบวนไกล่เกลี่ย เจ้าหนี้ได้ยุติหนี้ทั้งหมด ไม่ต้องชำระอีก
เนื่องจากที่ผ่านมา ยายชำระหนี้ครบตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ส่วนเจ้าหนี้นอกระบบ เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อกล่าวหา 2 ราย คือ นายไผ่ และ นายสุดหล่อ ฐานปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บเกินกว่ากฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับโดยไม่ได้เป็นนิติบุคคลและไม่ได้รับอนุญาต ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว ยายไหมและหลานยังอยู่พักอาศัยอยู่ที่บ้านตามปกติ โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านแวะเวียนมาทักทาย ขณะเดียวกันพ.ต.อ.ณัทรภณ ทรงไทย ผกก.สภ.วังกะพี้, พ.ต.ท.ดรุณ มณีกาศ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.วังกะพี้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วังกะพี้เดินทางไปตรวจเยี่ยมเพื่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย พร้อมกำชับตำรวจสายตรวจดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น
ยายไหมกล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามา ดำเนินการไกล่เกลี่ยเรื่องหนี้นอกระบบให้ว่าต่อไปไม่ต้องส่งดอกรายวันแล้ว เมื่อคืนนอนหลับดี แต่ก็คิดถึงสามี กลางคืน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจแวะเวียนมาดูแลความปลอดภัยเป็นระยะๆ รู้สึกปลอดภัย ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือช่วงที่หมวกกันน็อกมาทวงหนี้ ใช้คำพูดด่าทอเสียๆ หายๆ ส่งผลให้ตาเครียด แต่ก็ไม่ได้ไป แจ้งความกับตำรวจ หรือผู้นำหมู่บ้าน จากนี้ไปเงินที่ได้จากการทำงาน จะเก็บออม ไว้ใช้หนี้ในระบบ ไม่ต้องกังวลส่งดอก รายวัน แบบนี้เราอยู่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงาน จ.อุตรดิตถ์เปิดศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบระดับจังหวัด และอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีประชาชนลงทะเบียน โดยแบ่งเป็นลูกหนี้ 519 ราย เจ้าหนี้ 309 ราย มูลหนี้รวม 20,577,036 บาท ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งช่วยเหลือ แนะนำแก่ประชาชน ให้เฝ้าระวังและคอยสอดส่องกลุ่มบุคคล ที่มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบ การข่มขู่และใช้ความรุนแรงในการทวงถามหนี้
วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ร่วมงานเสวนาหัวข้อ “คนไทยถาม นายกฯ เศรษฐาตอบ”
เมื่อถามว่าชาวบ้านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบจะทำ ได้จริง เพราะชาวบ้านกลัวอิทธิพลของนายทุน ไม่กล้าไปลงทะเบียนหนี้นอกระบบ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่ารัฐบาลก่อนหน้านี้ทำอะไรมาบ้างในเรื่องแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่กัดกร่อนสังคมไทยมายาวนาน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยว่าในอัตราเรตที่ใช้เดือนละ 50% ปีหนึ่งเท่ากับ 600% ตนว่าเป็นอะไรที่จำนวนเงินที่ไม่เหมาะสม ปีหนึ่งจะต้องทำธุรกิจอะไรถึงจะได้คืนทุนขนาดนี้ ตนคิดว่าไม่มี และเป็นจำนวนเงินที่ไม่เหมาะสม เป็นเรื่องที่เราต้องบริหารจัดการ เชื่อว่าปัญหาใหญ่ ความจริงแล้วหนี้นอกระบบเป็นสารตั้งต้นของปัญหาทั้งหลายในสังคม คนเราทำงานมาแทบเป็นแทบตาย ตากแดดตากฝนมาได้ค่าแรงขั้นต่ำเท่านี้ แต่กลับต้องมาใช้ดอกเบี้ย ขนาดนี้ เท่าไหร่ก็ไม่พอกินไม่พอใช้ ยิ่งทำยิ่งไม่พอ เป็นหนี้ 10,000 บาทใช้ไปแล้ว 30,000 บาท แต่เงินต้นยังอยู่ ทุกวันนี้ เกิดขึ้นมาก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องหันไปพึ่ง ยาเสพติดและการพนัน เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหรือกลายไปเป็นอาชญากร ซึ่งถือเป็นสารตั้งต้นของปัญหาอาชญากรรม ดังนั้น นอกจากปัญหายาเสพติดแล้ว ปัญหาหนี้นอกระบบถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด จะอ้างว่า เป็นเรื่องของผู้มีอิทธิพลและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนไม่ได้
นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้นอกระบบเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การจัดการในส่วนของฝ่ายความมั่นคง โดยตำรวจ ฝ่ายการปกครอง นายอำเภอมีการเรียกเข้ามาพูดคุยกันและตนประชุมไปอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยจะทำ KPI หรือผลชี้วัดความสำเร็จ ที่ชัดเจนว่าใครจะต้องทำอย่างไร เชื่อว่ารัฐบาลก่อนไม่ได้ทำแบบนี้ ถ้าถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะทำสำเร็จ ก็ต้องย้ำว่า ตนพยายาม ทำเต็มที่ แต่ปัญหาจะต้องลดลงไป ดูแลเรื่องปล้นจี้ เรื่องการพนัน และไม่ใช่การแก้ไขเรื่องหนี้อย่างเดียว ต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนก็สำคัญ ตนประกาศไปแล้ว เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ฉะนั้นเมื่อใช้หนี้เสร็จแล้ว การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อให้สามารถเดินหน้าทำธุรกิจต่อไปได้ ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงเรื่องเงินดิจิทัล วอลเล็ต ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะช่วยดูแลประชาชนได้
เมื่อถามถึงเรื่อง KPI ในการแก้หนี้นอกระบบและอิทธิพลเถื่อนคืออะไร นายกฯ กล่าวว่า จำนวนหนี้ที่เป็นบาทต้องลดลง และจำนวนคนที่เป็นหนี้นอกระบบต้อง ลดลงของทุกจังหวัดและทุกอำเภอ ซึ่งจะต้อง ทำหมายเลข
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่ยังคงมีเจ้าหนี้ข่มขู่ลูกหนี้ไม่ให้ลงทะเบียน กับรัฐบาลว่า มีทั้งเจ้าหนี้ข่มขู่ลูกหนี้ และมีทั้งลูกหนี้เบี้ยวเจ้าหนี้ กระทรวงมหาดไทยจะไม่ให้เกิดการข่มขู่รังแกกันเกิดขึ้น การแก้ปัญหานี้นอกระบบในส่วนของกระทรวงมหาดไทย คือการไกล่เกลี่ยเจรจาไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งรังแกกัน ไม่ใช่เป็นการหาเงินใหม่มาให้ ตนยังยืนยันว่า คนเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ ไม่ใช่ไปตีความว่าไม่ต้องใช้หนี้แล้ว แต่ลูกหนี้คนไหน ขาดส่ง เจ้าหนี้ไปพังร้านเขาอย่างนี้ไม่ได้ ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด หรือกรณี ถ้ามันเป็นจริงจ่ายดอกเบี้ยเกินต้นแล้วหลายสิบเท่า ก็ต้องให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยให้มากที่สุดเท่าที่จะได้ ถ้าฝ่ายเจ้าหนี้ไม่ยอม ทั้งที่เก็บรายได้มาเยอะแล้วก็เข้าข่าย ผิดกฎหมาย นอกจากนี้จะมีกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เข้าไปดูเรื่องภาษีด้วย
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวันที่ 13 ว่า จากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. มีมูลหนี้รวม 5,373.126 ล้านบาท ประชาชน ลงทะเบียนแล้ว 91,829 ราย เป็นการ ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 82,449 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 9,380 ราย รวมเจ้าหนี้ 62,058 ราย มีพื้นที่/จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก 1.กรุงเทพฯ มีผู้ลงทะเบียน 5,896 ราย เจ้าหนี้ 4,772 ราย มูลหนี้ 622.787 ล้านบาท 2.นครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 3,895 ราย เจ้าหนี้ 2,978 ราย มูลหนี้ 217.357 ล้านบาท 3.สงขลา มีผู้ลงทะเบียน 3,668 ราย เจ้าหนี้ 2,485 ราย มูลหนี้ 217.809 ล้านบาท 4.นครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 3,596 ราย เจ้าหนี้ 2,163 ราย มูลหนี้ 257.044 ล้านบาท 5.ขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 2,333 ราย เจ้าหนี้ 1,708 ราย มูลหนี้ 158.888 ล้านบาท
นายสุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า ขณะที่จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.แม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 125 ราย เจ้าหนี้ 79 ราย มูลหนี้ 5.202 ล้านบาท 2.ระนอง มีผู้ลงทะเบียน 186 ราย เจ้าหนี้ 123 ราย มูลหนี้ 13.867 ล้านบาท 3.สมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 251 ราย เจ้าหนี้ 173 ราย มูลหนี้ 8.148 ล้านบาท 4.ตราด มีผู้ลงทะเบียน 309 ราย เจ้าหนี้ 170 ราย มูลหนี้ 9.153 ล้านบาท และ 5.มุกดาหาร มีผู้ลงทะเบียน 339 ราย เจ้าหนี้ 207 ราย มูลหนี้ 16.854 ล้านบาท
ปลัดมหาดไทยกล่าวด้วยว่า เข้าสู่วันที่ 13 แล้วที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้เปิดให้มีการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ จากการติดตามเฝ้าระวังและ ออกตรวจติดตามข่าวของฝ่ายปกครอง ที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและองคาพยพในระดับพื้นที่ ยังพบว่ามีเจ้าหนี้นอกระบบหลายพื้นที่ออกคุกคามลูกหนี้และผู้แจ้งเบาะแสอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น การรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องประชาชน ตนจึงสั่งการให้ทีมจังหวัดและทีมอำเภอ ตลอดจนผู้นำท้องที่ดำเนินงานเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยการ ออกตรวจตราอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่ประชาชน รวมทั้งให้ทางจังหวัดร่วมกับกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และให้อำเภอร่วมกับสถานีตำรวจภูธร ติดตามดำเนินคดีกับผู้ใช้ความรุนแรง ข่มขู่ คุกคามโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทุกตัวบทกฎหมายอย่างเฉียบขาด มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง