ขู่ฟ้องบิดเบือน ตร.บี้ตรวจสอบคอร์ส‘เชื่อมจิต’

เพจนิรมิตรเทวาจุติ ‘อ.น้องไนซ์’ ประกาศเจอกันเชื่อมจิต จ.ขอนแก่น มี.ค.67 พร้อมจ่อฟ้อง คนบิดเบือนข้อมูล ทำเสียหาย กระทบจิตใจและสังคม ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติลุยตรวจคอร์สเชื่อมจิต อ.น้องไนซ์ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กหรือไม่

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอดมินเพจนิรมิตรเทวาจุติ ของอ.น้องไนซ์ แจ้งว่า เจอกันเชื่อมจิต จ.ขอนแก่น เดือนมี.ค.67 พร้อมกล่าวถึงกระแสที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ทำให้มีสื่อต่างๆ ติดต่อมาเป็นจำนวนมาก โดยอาจารย์น้องไนซ์ ให้แนวทางการปฏิบัติ ดังนี้ 1.เราจะไม่ไปออกสัมภาษณ์รายการใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้ง เพราะเราไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น เรามาเพื่อเผยแผ่ธรรมะขององค์พระศากยมุนี เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้น ถ้าสำนักข่าวใดอยากทราบข้อเท็จจริง หรือมีข้อสงสัย ให้ติดต่อนัดล่วงหน้า และทางเราเปิดโอกาสให้ทีมมาสัมภาษณ์ที่ จ.สุราษฎร์ฯ เท่านั้น

2.ทางเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย ทั้งบุคคล และสื่อทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ ทุกหน่วยงาน และกลุ่มคนเพจต่างๆ ที่นำรูปตัดต่อบิดเบือนจากความจริง หรือข้อมูลจากสื่อปลอม สื่อเลียนแบบ ไปเผยแพร่ หรือนำข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์ม สื่อออนไลน์ของเรา ไปบิดเบือน ตัดต่อ ไปเผยแพร่โดยมีเจตนาให้เราเกิดความ เสียหายต่ออาจารย์น้องไนซ์และครอบครัว 3.ทางทีมงานแอดมินที่ถูกใส่ร้าย พาดพิง จากผู้ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ ทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งด้านจิตใจและสังคม เราจะดำเนินคดีทางด้านกฎหมายอย่างถึงที่สุด

4.ญาติธรรมท่านใดที่ถูกพาดพิง จาก ผู้ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ ทำให้เกิดความเสียหาย หากมีความประสงค์ที่จะฟ้องร้อง เพื่อให้เกิดความชอบธรรมสำหรับตัวท่านเอง ทางเราจะมีฝ่ายกฎหมายช่วยดำเนินจัดการเรื่องเอกสารและประสานเรื่องทางด้านกฎหมายสำหรับการดำเนินคดีให้ทุกท่าน เพจดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ขณะนี้ทางทีมงานแอดมินเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ใส่ร้าย พาดพิง จากผู้ให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จแล้ว

วันเดียวกันพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสังคมเรียกร้องให้ตำรวจให้ตรวจสอบคอร์สเชื่อมจิตของ อ.น้องไนซ์ ว่า สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ลงไปตรวจสอบ รวมทั้งตรวจสอบทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น มีการโพสต์เชิญชวน ต้องดูพฤติการณ์ว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ อย่างไร และจะเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบทุกความผิดที่อาจเกี่ยวข้องทั้งหมดอยู่แล้ว

สำหรับกรณีที่ถูกสังคมตั้งคำถามว่ามีการเรียกเก็บเงิน 1,900-4,200 บาท ทนายความอ.น้องไนซ์ ชี้แจงว่า เป็นของผู้จัดที่ทำหน้าที่ดำเนินการ เพราะมีค่าใช้จ่าย เช่น เรื่องสถานที่ ค่าอาหาร ที่พัก ส่วนอ.น้องไนซ์ เป็นเพียงวิทยากร ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง ส่วนที่เห็นภาพอ.น้องไนซ์รับเงิน ยอมรับว่าเป็นการรับเงินจริง แต่ส่งต่อไปสมทบในการสร้างสถานปฏิบัติธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน