ปีนหนีหนุ่มเมาบุกมาเคาะห้อง โวยปมจอดรถที่แท้เข้าใจผิด ตร.แจ้ง3ข้อหา พ่อผู้ตายคาใจ
พ่อร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาว น.ศ.ปริญญาเอกพลัดตกแมนชั่นดับอนาถ ขณะหนีหนุ่มเมาขึ้นมาเคาะห้องปมเรื่องจอดรถ จยย.ทับที่จอดของตัวเอง น.ศ.สาวตกใจร้องเพื่อนช่วยเหลือ แต่เพื่อนยังมาไม่ถึง ก่อนหนีทางระเบียง ข้องใจระบบความปลอดภัยของแมนชั่น ระบุลูกสาวเป็นคนขี้ตกใจ เผยกำลังจะจบปริญญาเอก ต้องมาเกิดเหตุสลดขึ้น หลังเกิดเหตุจุดธูปขอขมา ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนุ่มก่อเหตุ ทั้งพยายามบุกรุก ทำให้เกิดเหตุอึกทึกครึกโครม และทำให้ ผู้อื่นตกใจกลัว
จากกรณี น.ส.อาภาพร สีชำนาญ หรือเฟิร์น อายุ 29 ปี นักศึกษาปริญญาเอก ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน พลัดตกชั้น 6 อาคารแมนชั่นแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว วังหิน กรุงเทพฯ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด นายสมชาย สีชำนาญ อายุ 60 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือกับนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย
นายสมชายเปิดเผยว่า เนื่องจากในวันเกิดเหตุมีคนเข้ามาเคาะโวยวายหน้าห้องพักของลูกสาว เนื่องจากมีรถ จยย.จอดทับที่จอดรถประจำของเขา และเข้าใจว่าเป็นรถของ น.ส.อาภาพร ทำให้ลูกสาวตกใจและหวาดกลัว เลยแช็ตไปขอความช่วยเหลือเพื่อนที่อยู่ชั้น 3 ของหอพัก เพื่อนก็กลัว จึงไม่ได้ขึ้นไปช่วย จึงตัดสินใจลงไปชั้น 1 เพื่อขอความช่วยเหลือจาก รปภ.ที่ชั้นล่างของอาคาร แต่เมื่อวิ่งลงไปถึงด้านล่าง พบร่างลูกสาวตกลงมาแล้ว พร้อมทั้งข้อความสุดท้ายที่แช็ตส่งให้ ‘ว่าจะปีนแล้วนะ’ เนื่องจากผู้ตายตัดสินใจปีนหนีออกทางระเบียงเพื่อที่จะข้ามไปขอความช่วยเหลืออีกห้อง เพราะกลัว แต่เกิดพลัดตกลงมา ตนพูดคุยกับเพื่อนของลูกสาวแล้ว คนที่มาเคาะห้องของผู้เสียชีวิตนั้นเคาะห้องเสียงดังโวยวายคล้ายกับจะพังประตูเข้าไป ด้านเพื่อนของลูกสาวก็บอกว่าไปยินไปทั่วหอพัก บวกกับมีอาการท่าทางลักษณะมึนเมา และทราบว่าหลังออกมาขอโทษและบอกว่าเข้าใจผิดว่าเป็นรถ จยย.ของลูกสาวที่มาจอดทับที่
นายสมชายกล่าวต่อว่า ลูกสาวพักอาศัยอยู่หอพักดังกล่าวประมาณ 4-5 ปี ตนไม่ทราบว่าลูกสาวสนิทกับผู้คนในหอพักเเค่ไหน แต่รู้ว่าลูกสาวเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก ส่วนตัวลูกสาวเป็นคนขี้ตกใจมาตั้งแต่เด็ก เวลามีเสียงดังอึกทึกมักจะตกใจมากกว่าคนปกติ ซึ่งช่วงที่ลูกสาวเข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ชั้นปริญญาตรีก็ไม่ได้อยู่กับตน จะพักอาศัยอาศัยอยู่ที่แมนชั่นแห่งนี้จนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีและปริญญาโท จนปัจจุบันศึกษาอยู่ในชั้นปริญญาเอก ที่เหลือเพียงแค่การ ส่งชิ้นงานสุดท้ายและทำเรื่องจบการศึกษาก็จะเป็นด๊อกเตอร์ด้านงานวิจัย
ด้านนายเอกภพกล่าวว่า ตนประสานไปที่ทาง สน.โชคชัย ซึ่งเป็นเจ้าของคดีทราบว่ามีการแจ้ง 3 ข้อหาคือ พยายามบุกรุก, ทำให้เกิดเหตุอึกทึกครึกโครม และทำให้ ผู้อื่นตกใจกลัว แต่ก็จะประสานไปที่ พล.ต.ต.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบช.น. เพื่อให้เข้ามาช่วยดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการทางคดีและพิจารณาเกี่ยวกับข้อหาอีกครั้ง เนื่องจากตนมองว่าเป็นข้อหาที่ค่อนข้างเบาเกินไป

สูญเสียลูก – นายสมชาย สีชำนาญ พ่อของ‘น้องเฟิร์น’ น.ส.อาภาพร สีชำนาญ น.ศ.ปริญญาเอก เดินทาง มาดูจุดเกิดเหตุที่ลูกสาว พลัดตกชั้น 6 แมนชั่นย่านวังหิน กทม. เสียชีวิต เหตุเพราะกลัวที่นายสมมาตร ชูเชิด เมามาเคาะ ประตูห้องเพราะเข้าใจผิด เรื่องที่จอดรถจยย.
ต่อมาเวลา 13.00 น. ทีมงานเพจสายไหมต้องรอดพานายสมชายเดินทางมาที่แมนชั่นซอยลาดปลาเค้า 3 ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ ผู้จัดการตึก แต่ไม่พบผู้ใด
จากการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวสูง 7 ชั้น จุดที่ น.ส.อาภาพรตกลงมาอยู่ที่ห้องพักชั้น 6 ระหว่างกำลังปีนหนีไปห้องข้างๆ ทางระเบียงหลังห้อง แต่ปรากฏว่าห้องด้านข้างติดระแนงสีดำกันนกไว้ ทำให้น้องเฟิร์นพลัดตกมาที่หลังคากันสาดชั้น 1 แล้วร่างหล่นทับใส่รถ จยย.ฮอนด้ารุ่น คลิกสีขาว-เทา ทะเบียน อธธ 268 กรุงเทพมหานคร ก่อนจะตกลงพื้นเสียชีวิต
ขณะเดียวกันทางแมนชั่นยังคงเก็บรวบรวมเศษกระเบื้องหลังคาที่ร่วงแตกจากคืนวันเกิดเหตุ ใส่ถังสีพลาสติกไปที่หน้าทางเข้า
นายสมชายให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า นานๆ ทีตนจะติดต่อกับลูกสาว แต่เขาไม่เคยเล่าว่าที่แมนชั่นนี้มีปัญหาอะไร ยอมรับว่าพอมาถึงแล้วกลับไม่พบผู้ใดก็รู้สึกหดหู่และเสียใจ ตนเพิ่งมาที่หอพักนี้เป็นครั้งแรก ส่วนตัวเชื่อว่าลูกคงกลัวมากจนสติหลุด เพราะลูกเป็นคนขี้กลัวอยู่แล้ว จนตัดสินใจปีนหนี และตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่มีใครติดต่อมา หากได้คุยกับคนก่อเหตุอยากรู้ว่าเจตนาแรกที่ตั้งใจขึ้นมาถึงห้องนั้นคืออะไร และเห็นว่าระเบียงหลังห้องไม่มีอะไรปิดกั้น อยากฝากสื่อมวลชนช่วยติดตามคดีกับทางตำรวจ ตนอยากรู้ว่าเจตนาแรกของเขาคืออะไร เป็นเรื่องจอดรถ จยย.ทับที่จริงหรือไม่ หรือมีเจตนาอื่นใดกันแน่ คิดว่าเรื่องจอดรถทับที่ตัวเองและไปเคาะผิดห้องคงเป็นข้ออ้าง อีกทั้งไม่มั่นใจว่าทำไมระเบียงห้องจึงไม่ติดลูกกรงเพื่อความปลอดภัย
ด้านนางสา อายุ 56 ปี แม่บ้านประจำตึกกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเป็นผู้เช่า เป็นลูกบ้านอยู่ชั้น 2 ไม่ได้เป็นคนดูแลแต่อย่างใด และไม่ใช่สามีผู้จัดการอาคารตามที่เป็นข่าว ตอนนี้เจ้าตัวรู้สึกสำนึกผิดกับเหตุที่เกิดขึ้น ถึงกับร้องไห้และไปจุดธูปขอขมาในเช้าวันถัดมา หลังเกิดเรื่อง เจ้าของอาคารสั่งย้ายออกทันที ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือให้หลบหนี แต่ถือเป็นบุคคลอันตราย ปกติเขาไม่ใช่คนอารมณ์รุนแรง แต่คงจะมึนเมามากจนเกิดเรื่องขึ้น โดยตอนที่เขาโทรศัพท์หาตน ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้ ตนก็เพียงบอกรูปพรรณสัณฐานของรถไปเท่านั้น ไม่ได้บอกเลขทะเบียนไป ทั้งนี้ ฝ่ายอาคารก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะช่วยเหลือเยียวยาด้านค่าทำศพให้ ส่วนหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันว่ามีครบถ้วนและมอบให้ตำรวจไปหมดแล้ว
นางสากล่าวด้วยว่า วันเกิดเหตุฝ่ายชายโทร.มาหาตนเรื่องจอดทับที่จอดตัวเอง ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง แต่ตนไม่ทราบว่าเขามีอาการเมาสุรา นึกไม่ออกว่ารถใครจอดทับที่ พูดกับตัวเองว่าอาจจะเป็นห้องที่ชั้น 6 จึงแจ้งให้รอก่อนจะตรวจสอบให้ แต่เขากลับขึ้นไปที่ห้องน้องเฟิร์นทันที หลังเกิดเหตุเจ้าของแมนชั่นสั่งให้เขาย้ายออกไปทันที ตนเป็นคนดูแลสถานที่ที่จอดรถจยย.ผู้พักอาศัย ส่วนใหญ่จะทราบว่าเป็นที่เขาจอดรถประจำ เขาอยากขอโทษพ่อกับแม่น้องเฟิร์น แต่กลัวความปลอดภัยเลยไม่ได้ไปร่วมพิธี แต่หลังจากเคลื่อนย้ายร่างน้องไป ผู้ก่อเหตุนำพานมากราบขอขมาน้องตรงจุดเกิดเหตุ ขอชี้แจงว่าผู้ก่อเหตุนอกจากมึนเมา ขาดสติแล้ว ยังขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจากความเข้าใจผิด ทั้งนี้เขาไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ในห้อง ผู้ก่อเหตุอยู่แค่บริเวณประตูห้อง มีสายยูล็อกไว้ หลังเกิดเหตุเขาสำนึกผิด แต่เจ้าของให้ออกตั้งแต่วันรุ่งขึ้นทันทีเพราะเป็นบุคคลอันตราย ปกติเขาไม่ได้อารมณ์รุนแรง แบบนี้ คิดว่าน่าจะเมามาก หลังได้ชี้แจง กับพ่อของผู้เสียชีวิตแล้ว ตนสบายใจขึ้นว่าความผิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาจากตัว บุคคล ทางอาคารผิดตรงไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ ทางเจ้าของได้ช่วยเหลือเงินทำศพของน้องเฟิร์น วันนั้นถ้าตนอยู่คงไม่เกิดเหตุเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายสมมาตร ชูเชิด อายุ 41 ปี ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็กซ์แม็กซ์ 300 สีดำ ทะเบียน 3 ขศ 796 กรุงเทพมหานคร
นายเอ (นามสมมติ) เพื่อนสนิทของ น.ส.เฟิร์น เปิดเผยว่า ตนเป็นเพื่อนกับเฟิร์น เรียนด้วยกันมา 10 ปี เฟิร์นพักอยู่ที่นี่ 2-3 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน วันเกิดเหตุตนคุยกับเฟิร์นคนสุดท้าย เฟิร์นอยู่ชั้น 6 โทร.มาบอกตนที่อยู่ชั้น 4 ว่ามีคนมาโวยวายหน้าห้อง แล้วสายก็ตัดไป เหมือนเฟิร์นกลัวเลยส่งข้อความให้ตนเองแทนว่า “มีคนมาเคาะห้องทำยังไงดี” พอเพื่อนส่งข้อความมาแบบนั้น ตนจึงลงไปตามยาม และโทร.แจ้งตำรวจ แต่จังหวะที่ลงไปหายามนั้น เฟิร์นก็ตกลงจากชั้น 6 แล้ว ในจังหวะนั้นตนทั้งตกใจ และกลัวมาก กลัวว่าเขาจะมีอาวุธ และคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะช่วยเพื่อน ที่ผ่านมาเฟิร์นเป็นคนขยันทำงานหาเงิน และตั้งใจเรียน ไม่เคยมีเรื่องกับใคร และตนยืนยันว่าไม่รู้จักกับคนก่อเหตุ ส่วนเรื่องจอดรถขวางนั้น ตนยืนยันว่าเฟิร์นมีช่องจอดรถจยย. ไม่ได้ จอดขวางคนอื่นแน่นอน ตอนนี้สภาพจิตใจตนดีขึ้นมากแล้ว เพื่อนไปสบายแล้ว ที่ผ่านมาเฟิร์นตั้งใจทำงานหาเงินส่งให้ที่บ้านก่อนเสมอ