จ่อเพิ่มข้อหาหนุ่มบุกห้อง

ผบช.น.ตั้งกรรมการสอบพยานคดีนิสิตปริญญาเอกตกตึกดับ หาข้อสรุปเรื่องแจ้งข้อหาเดิมเพียงพอหรือไม่ หลังเบื้องต้นแจ้ง ไปแล้ว 3 ข้อหา จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มข้อหาเจตนาฆ่า ขณะที่ตร. สอบพยานแล้ว 5 ปาก เตรียมเรียกแม่บ้านคนดูแลตึกที่บอกห้องคนตายให้ผู้ก่อเหตุ รวมทั้งพยานคนอื่นที่พักในชั้นเดียวกันมาสอบ ส่งภาพกล้องวงจรปิดให้กองพิสูจน์ หลักฐานตรวจสอบ พ่อผู้ตายพอใจตร.จ่อเอาผิดเพิ่ม

จากกรณีน.ส.อาภาภรณ์ หรือเฟิร์น สีชำนาญ นิสิตปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถูกนายสมมาตร ชูเชิด อายุ 41 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในตึกแมนชั่นเดียวกัน ภายในซอยลาดปลาเค้า 3 ย่านวังหิน กทม. เมาเหล้าบุกขึ้นไปอาละวาดทุบประตูห้องเสียงดัง ทำให้น.ส.อาภาภรณ์หวาดกลัว จนต้องปีนระเบียงห้องหนี และเกิดพลัดตกลงมาจากชั้น 6 ของแมนชั่นดังกล่าว จนเสียชีวิต สาเหตุเนื่องจากนายสมมาตรเข้าใจผิดคิดว่าน.ส.อาภาภรณ์จอดรถจักรยานยนต์ทับที่จอดของตนเอง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 13 ธ.ค. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง3ข้อหากับนายสมมาตร ฐานพยายามบุกรุกยามวิกาล, ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และทำให้เกิดเหตุอึกทึกครึกโครม ตามที่เสนอข่าวแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 18 ธ.ค. ที่สน.โชคชัย นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานายสมชาย สีชำนาญ พ่อของน.ส.อาภาภรณ์ เข้าพบพ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.โชคชัย เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และหารือร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อสอบถามถึงการชดเชยเยียวยาความสูญเสียที่เกิดขึ้น

นายเอกภพกล่าวว่า วันนี้ต้องการพาพ่อของผู้ตายมาสอบถามกับผกก.สน.โชคชัยว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้ก่อเหตุ ในความผิดเรื่องเจตนาฆ่าได้หรือไม่ เพราะผู้ตายไม่ได้ตกตึกลงมาเอง แต่เป็นเพราะ ผู้ก่อเหตุมาเคาะประตูรัวส่งเสียงดังในเวลา 04.00 น. จนทำให้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่อาศัยคนเดียวและเป็นคนตกใจง่ายอยู่แล้วเกิดความตื่นกลัวและหาวิธีเอาตัวรอด ก่อนพลัดตกตึกเสียชีวิตดังกล่าว ขณะนี้พ่อของน้องเฟิร์นรู้สึกโล่งใจขึ้นบ้าง เมื่อตำรวจ จะยังไม่แจ้งเพียงแค่ 3 ข้อหาเท่านั้น

ด้านพ.ต.อ.เศรษฐพันธ์กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ประสานแม่ของผู้ตายมาสอบถาม และเน้นย้ำว่าจะทำคดีอย่างเต็มที่จนแจ้ง ข้อกล่าวหาได้ 3 ข้อหาฐานพยายามบุกรุกยามวิกาล, ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และทำให้เกิดเหตุอึกทึกครึกโครม แต่การสอบปากคำ ยังไม่แล้วเสร็จ ยังคงต้องสอบปากคำพยานอื่นที่พักในชั้นเดียวกันกับผู้ตายเพิ่มเติม เบื้องต้นสอบพยานแล้ว 5 ปาก และจะเชิญแม่บ้านผู้ดูแลตึกที่บอกห้องผู้ตายให้กับ ผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำเช่นกัน รวมถึง จะส่งภาพจากกล้องวงจรปิดให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ซึ่งพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน บก.น.4 เพื่อหารือเกี่ยวกับการแจ้งข้อหาเดิมว่า เพียงพอแล้วหรือไม่

ส่วนการชดเชยเยียวยาโดยกรมคุ้มครองสิทธิฯ หากพิจารณาแล้วเข้าข่ายตามกฎหมาย จะได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินค่าดำเนินการต่างๆ ทั้งเงินทำศพและเงินเยียวยารวม 1 แสนกว่าบาท

วันเดียวกัน น.ส.ณัชชามณฑ์ ณัฏฐะพิชาญ์ ทนายความของเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีประเด็นด้านกฎหมาย ที่น่าสนใจ และมองว่าควรจะเพิ่มเติม ข้อกล่าวหาทำให้ผู้อื่นกลัวหรือหวาดกลัว เพราะถ้าดูจากแช็ตและข้อความที่ผู้ตาย คุยกับเพื่อนจะเห็นได้ว่าผู้เสียชีวิตหวาดกลัว มาก และต้องตรวจสอบไปถึงพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ ซึ่งสำคัญเช่นเดียวกันว่า คนก่อเหตุใช้น้ำเสียงประมาณไหน ท่าทีเป็นอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน