รมต.ชี้-ยังไม่ผิด แต่ไม่ใช่วิธีพุทธ
รมต.สำนักนายกฯ ‘พวงเพ็ชร’ ประสานสำนักพุทธฯ-คณะสงฆ์ จับตาพฤติกรรม-กิจกรรม พร้อมพูดคุย ‘น้องไนซ์’ เด็กวัย 8 ขวบ อ้างเป็นอาจารย์ด้านวิปัสสนาโดยวิธีเชื่อมจิต หลังสิ่งที่พูดไม่ตรงกับหลักธรรมคำสอนพุทธศาสนา ระบุสั่งหยุดพฤติกรรมไม่ได้ เหตุยังไม่พบผิดกฎหมาย ด้านรมว.พม.เผยสั่งกรมกิจการเด็กฯ ส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก เข้าไปพูดคุยกับครอบครัวเด็กและที่โรงเรียนแล้วทราบว่าเรียนใช้ได้ มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนดี กิจกรรมที่บ้าน การสอนและพัฒนาการ ได้รับการดูแลตามปกติ โบ้ยตำรวจสอบก่อนมีขบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กหรือไม่
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีอาจารย์น้องไนซ์ เชื่อมจิต เด็กชายอายุ 8 ขวบ อ้างเป็นร่างองค์เพชรภัทรนาคานาคราช ร่างองค์ใหม่ของพระพุทธเจ้ามาโปรดสัตว์ เพื่อเอาศีลเอาธรรมเผยแผ่นั้นว่า ได้สั่งการให้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ และแจ้งให้คณะสงฆ์ เข้าไปดูแลและพูดคุยกับ น้องไนซ์ เพราะสิ่งที่พูดไม่ตรงกับหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา
นางพวงเพ็ชรกล่าวต่อว่า กรณีนี้หากพบว่ามีขบวนการหลอกลวงก็คงต้องเข้าไปคุยก่อนเบื้องต้น และเท่าที่ทราบเจ้าตัวอ้างเป็นพญานาค แต่พญานาคไม่ได้มีการให้คำสอน และก็ไม่ใช่หลักของศาสนาพุทธ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังตรวจสอบยังไม่พบการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงไม่สามารถ สั่งระงับยับยั้งกิจกรรมต่างๆ ได้ และการที่คนเอาเงินบริจาคไปให้ ก็เป็นการไปทำบุญกับสิ่งที่เคารพเลื่อมใสส่วนตัวด้วยตัวเอง
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีน้องไนซ์ ซึ่งกระทรวงพม.ในพื้นที่จะดูแลอย่างไรว่า กระทรวงพม. โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน มีหน้าที่ดูแลเด็กให้มีสวัสดิภาพและได้รับการคุ้มครองตามสิทธิที่เด็กควรจะได้รับ โดยตนให้กรมกิจการเด็กฯ ส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก เข้าไปพูดคุยกับครอบครัวเด็กและที่โรงเรียน รับทราบว่าเด็กเรียนใช้ได้ มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ไม่ได้พูดถึงกิจกรรมเวลาที่ทำอยู่ที่บ้าน และจากการสอบถามพ่อแม่ถึงกิจกรรมที่บ้าน การสอนและพัฒนาการ ได้รับการดูแลตามปกติ
ส่วนที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่ามีการหาผลประโยชน์จากเด็กหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่าต้องรอให้เจ้าหน้าที่มีข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน เราไม่สามารถไปตัดสินได้ว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือไม่ เพราะเด็กได้รับการดูแลตามสมควรตามสิทธิที่เด็กควรจะได้รับ ผลการเรียนใช้ได้ ไม่มีสัญญาณความเครียด หรือแรงกดดันอะไร ในเวลาที่อยู่กับเพื่อนที่โรงเรียน และที่อยู่ที่บ้าน สิ่งที่เด็กพูด เป็นการพูดออกมาเอง ไม่ได้มีการชี้นำ
ผู้สื่อข่าวถามว่าทางกระทรวงจะเข้าไปช่วยตรวจสอบอย่างไรว่ามีการหาประโยชน์ กับเด็กหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงพม.ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าเป็นการหาประโยชน์ เพราะมีหน้าที่แค่ดูแลความปลอดภัย และพัฒนาการของเด็ก รวมถึงสิทธิประโยชน์ของเด็ก จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก็เป็นไปตามที่กล่าวข้างต้น ขอย้ำว่าเวลานี้ตัวเด็กไม่ได้มีความรู้สึกเครียด หรือถูกกดดัน แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชนต้องมีการติดตามสถานการณ์ ทั้งนี้หากรู้สึกว่า มีแรงกดดันสามารถแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ได้ ที่สายด่วน 1300
เมื่อถามว่า พม.มีเกณฑ์พิจารณาหรือไม่ว่า ถึงขั้นใดจึงเป็นการหาประโยชน์จากเด็ก นายวราวุธกล่าวว่า พม.ไม่ได้เป็นคนตัดสินว่าหากินกับผู้เยาว์หรือไม่ แต่รับผิดชอบเรื่องสวัสดิภาพ หากมีการกล่าวหาว่าหาประโยชน์กับเด็กหรือไม่ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ต้องสรุปมาก่อน ก่อนที่เราจะไปดำเนินการต่อไป