‘บิ๊กต่อ’เค้นจนเปิดปาก ทำบุญขอขมา‘ครูเจี๊ยบ’

‘บิ๊กต่อ’เค้นสอบเองมือสังหาร ‘ครูเจี๊ยบ-น.ศ.อุเทนฯ’ รับสารภาพสิ้นฆ่าคนครั้งแรกหวังเลื่อนขั้นได้การยอมรับจากองค์กรมืด ผบ.ตร.เผยลักษณะเป็นเด็กหัวอ่อน ทำให้ถูกชี้นำไปในทางที่ผิดได้ง่าย แม่เหยื่อรุดขอบคุณผบ.ตร.ช่วยตามจับฆาตกรและพวกได้ เผยผวาขบวนการช่างกลเหี้ยมได้ประกันออกมาคุกคาม

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ถนนศรีอยุธยา แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัส ชินคำ ผบก.น.5 ร่วมกันสอบปากคำนายอนาวิน หรือ อ้ำ แก้วเก็บ อายุ 20 ปี มือปืนผู้ก่อเหตุยิงนายธนสรณ์ หรือ หยอด ห้องสวัสดิ์ อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขต อุเทนถวาย บริเวณทางเท้าหน้าธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด สาขาคลองเตย ถนนสุนทรโกษา ใกล้แยก ณ ระนอง แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ทำให้น.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ สินประเสริฐ อายุ 45 ปี ครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ระดับชั้น ม.ต้น โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ ถูกลูกหลงเสียชีวิตไปด้วยรวม 2 ศพ และนายกฤติ ล้ำเลิศ หรือ ทิว อายุ 23 ปี ผู้ร่วมก่อเหตุอีกหนึ่งรายที่ถูกจับขณะหลบหนีไปพักในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยม้งดอยปุย จ.เชียงใหม่

เบื้องต้นนายอนาวินรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่าออกล่าตัวเหยื่อตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. ก่อนไปขโมยแผ่นป้ายทะเบียนรถในย่านดินแดงแล้วไปตามหาเหยื่อในย่านร่มเกล้าแต่ไม่พบ จึงขับไปจอดในพื้นที่ย่านคลอง 14 อยู่สักครู่ จนช่วงเช้าเริ่มขับตระเวนหาในเขตเมือง จนกระทั่งพบกลุ่มนักศึกษาอุเทนถวายจึงลงมือก่อเหตุ และยอมรับว่ายิงปืนนัดแรกกระสุนพลาดเป้าไปถูกน.ส.ศิรดา หรือ ครูเจี๊ยบ จากนั้นตามไปยิงคู่อริซ้ำที่คอ และศีรษะ หลังก่อเหตุหลบหนีไปทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อพ่นเปลี่ยนสีรถและนำรถไปทำลาย ก่อนจะหลบหนีไป จ.อุบลราชธานี ก่อนไปถูกจับที่จ.เชียงใหม่ ขณะที่นายกฤติยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เผยว่า นายอนาวินรับสารภาพว่าเป็นคนยิง เป็นการก่อเหตุยิงครั้งแรกเพื่อเลื่อนชั้นให้เป็นที่ยอมรับ จากการพูดคุยสังเกตได้ว่าเป็นเด็กหัวอ่อน มีปัญหาทางครอบครัว ทำให้ถูกชี้นำไปในทางที่ผิดได้ง่าย จึงอธิบายให้ผู้ต้องหาเข้าใจว่าตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่เป็นการหว่านแหแล้วจับมา ถือว่ามีพฤติกรรมเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดเล็ก เพราะมีการให้ความช่วยเหลือเรื่องคดีความ, จัดหาอุปกรณ์อาวุธปืนต่างๆ พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่นักศึกษา

ส่วนเรื่องการที่กลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาข่มขู่ญาติผู้เสียหายถึงในศาลอาญากรุงเทพใต้ ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อและให้ความดูแลญาติผู้เสียหาย โดยให้ตำรวจพื้นที่ไปดำเนินการ และยืนยันว่าจะต้องทำลายจอมปลวกทั้งรัง ไม่ใช่ฆ่าปลวกที่บินออกมา สร้างความรำคาญ โดยจะต้องไปตรวจสอบคดีเก่ากับสถาบันอื่น เนื่องจากไม่ได้มีจอมปลวกเดียวที่สร้างปัญหาสังคม เป็นการขุดรากถอนโคนทำลายองค์กรที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ การแก้ปัญหาระยะยาวนอกจากตำรวจแล้วสถาบันหน่วยงานการศึกษามีความสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร

สอบมือยิง – พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. สอบปากคำนายอนาวิน แก๊งองค์กรมืดช่างกล ผู้ต้องหายิงครูเจี๊ยบและน้องหยอด น.ศ.อุเทนฯ เสียชีวิต ซึ่งตามจับตัวได้ล่าสุดบนดอยปุย เชียงใหม่ ที่บก.สส.บช.น. เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.

ต่อมา 15.00 น. ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ทุ่งมหาเมฆ ตำรวจจัดเตรียมช่อดอกไม้ พร้อมกับสังฆทานหนึ่งชุด และนิมนต์พระสงฆ์ 1 รูป มาประกอบพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ตามที่นายอนาวินประสงค์ พร้อมเผยว่า สบายใจขึ้น และอยากขอโทษสังคม ผมไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดเหตุแบบนี้ ที่จ้องยิงไปที่น้องหยอด เพราะเป็นคู่อริกันมา ที่ทำไป เพราะมีเหตุมาก่อนแล้ว ยอมรับว่า สงสารครูเจี๊ยบ อยากขอโทษแม่ครูเจี๊ยบ ครอบครัว และหลานเขาด้วย ขอโทษจริงๆ สาเหตุที่ทำเพราะแก้แค้นให้เพื่อนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่บางกอกน้อย แต่อยากขอโทษครูเจี๊ยบ และไม่มีใครสั่งให้ยิงซ้ำ ส่วนการทำบุญวันนี้ ทำบุญให้หยอดด้วย และอยากขอโทษครอบครัวน้องหยอด

จากนั้นพล.ต.อ.ต่อศักดิ์เข้าพูดคุยกับ น.ส.พรพิมล จำเมือง มารดาของนายธนสรณ์ หรือหยอด ร่วมฟังการแถลงข่าวจับฆาตกร พร้อมขอบคุณตำรวจที่จับกุม ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ เป็นการทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัว และขอให้ทลายเครือข่ายดังกล่าวให้สิ้นซากไปเสียที

สำหรับผลการปฏิบัติปิดเมืองล่ามือยิงครูเจี๊ยบและน้องหยอดจากปฏิบัติการตรวจค้นกวาดล้างทั้ง 3 ครั้ง ออกหมายจับ ผู้ต้องหา 26 คน จับกุมแล้ว 24 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน คือนายอับดุลเลาะ ดือราแม คนขี่รถจักรยานยนต์พานาย อนาวินไปก่อเหตุยิง และนายรัชวุฒิ แก้วสว่าง ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาซ่องโจร ที่ร่วมอยู่ในขบวนการนี้

ขณะที่น.ส.พรพิมลเผยว่า ระหว่างที่ไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา เพื่อไปยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล ทราบจากผู้หวังดีว่ากลุ่มคู่กรณีที่เป็นเพื่อนผู้ต้องหาเดินทางไปแสดงท่าทียั่วยุ ปั่นป่วน ก่อนทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ศาลดูแลความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์ไว้ ประกอบกับยังไม่มีการก่อเหตุใดๆ ขึ้นจึงไม่ได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ และช่วงเช้านี้ก่อนจะเดินทางมาบก.สส.บช.น. มีผู้หวังดีแจ้งว่ามีกลุ่มคู่กรณีมาดักรออยู่บริเวณโดยรอบ ทำให้ต้องแจ้งสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวให้เดินข้ามถนนไปรับที่ฝั่งโรงพยาบาลสงฆ์เพื่อคามปลอดภัย

“ส่วนเรื่องการประกันตัวของกลุ่ม ผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับว่ามีความกังวลว่าอาจจะมีการขอประกันตัวในครั้งต่อไป เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ในการตัดสินเรื่องของการประกันตัวน่าจะเข้าใจและมองเห็น เพราะฉันเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา หากมีการประกันตัวมายอมรับว่าเกิดความหวาดกลัว หลังจากนี้คงใช้ชีวิตตามปกติ แม้ว่าจะถูกก่อกวนจากฝั่งตรงข้าม เพราะว่าฝั่งฉันไม่ใช่ผู้ที่เริ่มก่อเหตุในครั้งนี้ ไม่ใช่คนผิด อยากขอฝากถึงคู่กรณีว่าให้ต่างคนต่างอยู่ เพราะไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อนเป็นเพียงแม่ของผู้สูญเสียที่เมื่อถูกกระทำแล้วก็ต้องเดินหน้าตามขั้นตอนถึงที่สุดเท่านั้น น.ส.พรพิมลกล่าว

วันเดียวกันพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ควบคุมตัวน.ส.อัญญารัตน์ ทองสุข อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1203/2566 ลงวันที่ 16 ธ.ค. 66 ข้อหาสนับสนุนร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่งขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ฝากขังผัดแรก โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และเกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนี

ขณะที่ พ.ต.ต.สัญญลักษ์ สังขะภักดี สว.กก.สส.3 ตรวจสอบรถกระบะ มิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน 4 ประตู สีน้ำตาล ป้ายทะเบียน 3กร 5xxx กรุงเทพมหานคร ที่ใช้รับ ผู้ก่อเหตุหลบหนีจากที่เกิดเหตุ พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายเอกชัย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ครอบครองรถยนต์ มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ที่บก.น.5 พร้อมนำรถให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมรถกระบะคันดังกล่าวน้องสาวคือน.ส.อัญญารัตน์ และผู้ต้องหาหญิงเพียงคนเดียวในคดีดังกล่าวขอยืมไปให้นายนพวุฒิ เรืองศรี อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกส่งฝากขังไปก่อนหน้าเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมาแฟนหนุ่มใช้พามือปืนหลบหนี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน