โดย อนงค์ จันทร

เรียกว่ามาไกลกว่าที่คิด สำหรับพระเอกหนุ่ม ‘บูม’ กิตตน์ก้อง ขำกฤษ ที่ตอนนี้รั้งตำแหน่งพระเอกช่อง 7 จนกลายเป็นลูกรักอีกคนของช่อง โดยล่าสุดโปรยเสน่ห์กับตัวละคร ‘ปพล’ พระเอกร้ายเกรี้ยวกราดในละคร “พรหมพิศวาส” จนแฟนๆ หลงรัก

วันนี้เลยขอจับเข่าคุยกับหนุ่มเสน่ห์แรง ทั้งเรื่องงานละคร ธุรกิจ รวมถึงชีวิตรักกับแฟนสาว ‘กีฟ’ ดราภดา โสตถิพิทักษ์

เรื่องนี้รับบทพระเอกร้ายๆ?

บูม – “จริงๆ ไม่ได้ร้าย แต่เขามีเหตุผล เป็นปมของเขา ทำให้เป็นผู้ชายเกรี้ยวกราด ตอนได้รับบทนี้ ก่อนอื่นคือดีใจที่ทางช่องและพี่เจี๊ยบ (โสภิตนภา) ให้โอกาส แล้วได้มาร่วมงานกับน้องพิม (พิมประภา) อีก ตอนอ่านบทรู้สึกตื่นเต้นเพราะมันร้ายมาก ร้ายกว่าคนที่เล่นร้ายอีก ร้ายกับนางเอก แล้วปากจัดมาก ถือเป็นการพลิกบทบาท แต่ตอนสุดท้ายก็พลิกกลับมาดีนะ อย่าเพิ่งเกลียดผมมาก เผื่อใจไว้หน่อย”

ร่วมงานกับพิมอีกครั้งเป็นอย่างไรบ้าง?

บูม – “ดีใจมากครับ เพราะเราเคยคุยกันไว้ว่าอยากร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง ขอให้เป็นนางเอกของพี่นะ เราเคยร่วมงานกัน เรื่องแรกบูมโดนแทงตาย อีกเรื่องก็โดนคุณมิกค์ ทองระย้า สอยไป เรื่องนี้พอรู้ว่าได้เล่นคู่กับน้องพิม ก็เย้ๆ ไม่มีใครมาแย่ง ถือว่าคุ้มค่ากับการรอคอย”

เรื่องนี้บูมเองก็เซ็กซี่ไม่แพ้นางเอก?

บูม – “เอะอะก็ถอดเสื้ออาบน้ำ จริงๆ เล่นละครเกือบทุกเรื่องจะโดนถอดเสื้ออยู่แล้ว เรื่องนี้จะเป็นฉากที่เครียด กลับมาถึงบ้านก็ถอดเสื้ออาบน้ำตลอด ส่วนเรื่องฟิตหุ่นฟิตร่างกาย ปกติผมเป็นคนดูแลร่างกายอยู่แล้ว แต่พอรู้ว่าจะต้องมีฉากถอดเสื้อก็จะดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การออกกำลังกาย”

เลิฟซีนเยอะมากด้วยเรื่องนี้?

บูม – “โอเคครับ (หัวเราะ) ไม่เยอะมาก แค่ทุกวันที่ไปกอง”

แบบนี้ต้องบอก ‘กีฟ’ ก่อนไหม?

บูม – “ก็เล่าให้เขาฟังว่ามันเป็นดราม่า เลิฟซีน เขาก็เข้าใจ และยิ่งโอเคเมื่อรู้ว่าเล่นกับน้องพิม เพราะน้องพิมเป็นน้องที่น่ารัก เราสนิทและเชื่อใจกัน ถามว่ากีฟแอบมากองบ้างมั้ย ไม่แอบมา ถ้าเขามาก็บอก ปกติน้องจะไม่ยุ่งตอนเราทำงานอยู่แล้ว อาจจะมีแบบวันนี้เสร็จเร็ว หรือไปธุระที่ไหนกันต่อ เขามากองนับครั้งได้ เขาให้เกียรติเราเวลาทำงาน เวลามีบทอะไรมาผมก็เล่าให้เขาฟัง เขาก็อนุญาตเท่านั้นเอง แค่เล่าให้ฟัง ไม่ถึงขั้นขออนุญาต (หัวเราะ)”

กังวลไหมเวลาละครออกไป ภาพอาจจะดูหวือหวากว่าบท?

บูม – “มันคงไม่ออกไปมากกว่านี้อยู่แล้ว (หัวเราะ) เพราะมันก็สุดๆ แล้ว เรื่องนี้ดราม่าที่สุด เลิฟซีนเยอะที่สุด คนน่าจะด่าเยอะที่สุด จริงๆ ตัวพระเอกเป็นคนที่น่าสงสารนะ ถ้ารู้เหตุผลว่าเขาเติบโตมาอย่างไร และจะรู้ว่าเขาทำแบบนั้นเพราะอะไร แต่ถ้าผมโดนด่าแสดงว่าผมทำสำเร็จ ผมเข้าถึงบทบาท”

อะไรยากที่สุดในเรื่องนี้?

บูม – “การเป็น ‘ปพล’ มันยาก แต่ผมค่อนข้างโชคดีได้ทีมงานดี พี่เจี๊ยบเล่าบทให้ฟังตลอด แล้วผู้กำกับฯ ทำการบ้านหนักมาก ทำให้เราเข้าใจได้ง่ายขึ้น ยากในช่วงแรกๆ ที่เรายังไม่เข้าใจในตัวปพลเยอะ แต่เขาค่อยๆ ถ่ายแบบเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์ เลยทำให้เราซึมซับตัวปพล จนรู้พื้นหลังของเขา รู้ว่าเหตุผลคืออะไร พอเข้าฉากมันก็ออกมาโดยอัตโนมัติ”

ต่อจากเรื่องนี้มีเรื่องอะไรต่อ?

บูม – “เรื่องตุ๊กตา ของกันตนา เล่นกับน้องแม็กกี้ อาภา เป็นละครผีเรื่องแรกของผม แล้วผมเป็นคนกลัวผี แต่ไม่ได้เจอผีนะในเรื่อง ตอนถ่ายทำจริงๆ ไม่น่ากลัว เพราะคนเยอะ”

เล่นละครกับช่อง 7 มาตั้งแต่เป็นเพื่อนพระเอก จนได้เป็นพระเอกหลังข่าว และกลายเป็นพระเอกลูกรักอีกคนของช่อง 7 แล้ว?

บูม – “ก็เล่นมาเรื่อยๆ ซิตคอมละครเย็น แล้วก็มาเล่นหลังข่าว ค่อยๆ มา มาไกลเกินที่คิด ผมฝันมาเยอะ หลังจากนี้ผมใช้ชีวิตเหมือนเป็นกำไรชีวิต แค่ทำให้ดีที่สุด สุดท้ายเป็นยังไงไม่รู้ แต่เราทำมันเต็มที่แล้ว แค่ครั้งนั้นที่เราได้เล่นเป็นเพื่อนพระเอกมันเป็นสิ่งที่เราตั้งไว้ว่ามันสูงที่สุดสำหรับเราแล้ว จนทุกวันนี้ก็เลยแฮปปี้กับการทำงาน ไม่ว่าจะได้รับบทแบบไหนเราแฮปปี้ เพราะเราถึงฝันของเราแล้ว”

ระหว่างทางกว่าจะมาถึงจุดนี้พยายามขนาดไหน?

บูม – “ผมตั้งใจ ชอบจะทำงานหนัก รู้สึกว่าเรายังมีแรงมีกำลังพอ สนุกกับการทำงาน แล้วทำมันให้ เต็มที่ ผลไม่ว่าจะออกมายังไง แต่เมื่อเต็มที่กับมันแล้ว ในสิ่งที่แย่ที่สุดมันยังมีสิ่งที่ดีที่สุด ก็คือเราตั้งใจ ทุกคนทีมงานก็แฮปปี้แล้ว มันไปเกินครึ่ง สำเร็จเกินครึ่งแล้ว ยิ่งผลงานออกมาดีก็ยิ่งแฮปปี้ แล้วผมค่อนข้างโชคดี ที่ละครออกมาค่อนข้างดีตลอด”

กว่าจะถึงจุดนี้ว่ายากแล้ว จะรักษาตำแหน่งยากยิ่งกว่า?

บูม – “ใช่ครับ ผมถึงไม่ค่อยคิดอะไรมาก พยายามทำทุกวันนี้ให้เต็มที่ ต่อให้พรุ่งนี้ให้ผมไปเล่นเป็นอะไร ผมก็ไม่ซีเรียส เพราะผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาถึงจุดนี้เหมือนกัน มาไกลมากๆ ต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็แล้วแต่ผู้ใหญ่ แล้วแต่บุญแต่กรรมที่ทำมา ถ้าเรายังได้เป็นพระเอกก็ยังรักษาระดับนี้ แต่ถ้าวันนึงได้รับมอบหมายให้ไปรับอีกบทนึง ก็เชื่อมั่นว่าบทนั้นสำคัญ เพราะทุกบทสำคัญ ถ้าไม่สำคัญมันไม่จำเป็นต้องมีก็ได้”

ถือว่าละครเยอะในช่วงที่ผ่านมา เลือกบทอย่างไร?

บูม – “ผมไม่เคยเลือกครับ ถ้าช่องเลือกเรื่องไหนมาให้แล้ว และผู้จัดการส่งมาหาผม นั่นหมายความว่าทางช่องให้ความไว้วางใจ ผู้จัดการเราโอเค ผมไม่จำเป็นต้องเลือก แค่รับมาแล้วทำให้ดีที่สุด ทางช่องเขาผ่านหลายขั้นตอนมาแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องเลือกอีก แต่ทุกเรื่องเราทำการบ้านเยอะเท่าที่จะทำได้ และสุดท้ายเราให้ความวางใจกับผู้ช่วยและผู้กำกับฯ แล้วเรามาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”

นอกจากบทบาทนักแสดงเรายังเป็นนักธุรกิจ ร้านขนมปัง “Boom’s bakes” ด้วย ช่วงโควิดได้รับผลกระทบขนาดไหน?

บูม – “ของบูมเป็นธุรกิจซื้อกลับบ้าน ถึงแม้จำนวนลูกค้าจะน้อยลง แต่พฤติกรรมลูกค้าในการซื้อเปลี่ยน เพราะเขาซื้อจำนวนชิ้นเยอะขึ้น ถือเป็นความโชคดี เลยทำให้ไม่กระทบเท่าไหร่กับตัวร้าน”

ตอนแรกที่เคยบอกจะขยายสาขาเพิ่ม กับสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้จะหยุดโครงการนี้ไว้ก่อน หรือไปต่อ?

บูม – “ไม่หยุดครับ ช่วงโควิดเป็นช่วงการวางแผน แล้วสาขานี้อยู่ที่ห้วยขวาง กำลังจะขึ้นปลายปีนี้ ร้านนี้อลังการเลย เป็นร้านที่ชอบมากๆ ปกติอยู่ตึกพื้นที่ก็ได้แค่นั้น แต่ร้านนี้เราตกแต่งขึ้นมาใหม่หมด ลงทุนเยอะที่สุด แต่ยังเป็นแบบซื้อกลับบ้านเหมือนเดิม เนื้อที่เราตั้งใจจะโชว์ให้เห็นว่าขนมปังเราอบสดใหม่ทุกวัน”

เรากับกีฟวางแผนไว้หรือยังว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี?

บูม – “ยังครับ แต่ถึงมีผมก็ไม่บอก เพราะจะเซอร์ไพรส์เขา ผมไม่เคยเซอร์ไพรส์อะไรสำเร็จเลยตั้งแต่คบเขามา ผมโกหกไม่เป็น นี่เป็นเรื่องเดียวที่จะเซอร์ไพรส์เขาได้ แต่ตอนนี้ถ้าเขามาอ่านน่าจะรู้ตัวแล้ว (หัวเราะ) ตื่นมาแต่งหน้าทุกวัน”

คู่เราลงตัวหรือยัง?

บูม – “ลงตัวมานานแล้ว ชีวิตทุกวันนี้แฮปปี้ดี มีความสุขดีที่ชีวิตวันนี้มีเขาคู่เราให้เกียรติและเคารพความคิดซึ่งกันและกัน ปรึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเราเป็นความสัมพันธ์หลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน ทำธุรกิจเราก็เป็นพาร์ตเนอร์ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เวลาไปเที่ยวก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เราจะปรับสถานะให้เข้ากับเหตุการณ์เพื่อให้อยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข บางครั้งไปเที่ยว ไปเต้น ถ้าไปในสถานะแฟนอาจจะยืนเขิน หรือหวง คู่เราไม่ วันนี้เราไปเที่ยวไปในฐานะเพื่อน เต้นกันได้ ไว้ใจกัน”

ถ้าแต่งงานแล้วจะให้เขาออกจากวงการไหม?

บูม – “ไม่ต้องแต่งผมก็จะให้หยุดอยู่แล้ว แต่เขาเป็นคนชอบทำงาน หลังละครจบก็อยากจะเล่นละครต่อ ผมก็โอเค แต่ไม่อยากให้เขาทำงานหนัก ขอแค่พอประมาณ รับทีละเรื่อง เดี๋ยวไม่งั้นจะหาเวลาเจอกันยาก ที่ไม่อยากให้ทำงานเพราะผมโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อเลี้ยงมาแบบนี้ คุณพ่อไม่เคยปล่อยให้คุณแม่และลูกๆ ลำบาก คุณพ่อยอมเหนื่อย ยอมลำบากคนเดียว เราคิดเหมือนกัน ถ้าจะเหนื่อยหรือลำบากเราขอลำบากคนเดียว อยากดูแลเขา ผมไม่ชอบเห็นภาพผู้หญิงทำงานแล้วเหนื่อย ทำงานหนักๆ อยากให้เขาทำงานบ้านอยู่สบายๆ”

ด้วยเพราะเขาเล่นละครถึงเนื้อถึงตัวด้วยหรือเปล่า เลยไม่อยากให้ทำงานแล้ว?

บูม – “เข้าใจว่าเป็นเรื่องงาน แต่มีบ้างนิดหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ครับ”

หลังแต่งเราเองจะทำงานตรงนี้ต่อ หรือหันไปทำธุรกิจ?

บูม – “ถ้าผู้ใหญ่ยังให้โอกาสผมก็คงทำงานตรงนี้ไปเรื่อยๆ ผมสนุกและ มีความสุข เพราะพอละครออน แล้วเราได้เจอคนที่ชื่นชอบละครเรา มันเป็นความรักที่แปลก ทำให้ผมมีกำลังใจในทุกวันนี้ ไม่เคยรู้จักไม่ใช่ญาติ แต่พอเจอหน้ากัน เรารู้สึก ชื่นใจ มีความสุข”

ที่บ้านเริ่มถามเรื่องแต่งงานหรือยัง?

บูม – “โชคดีพี่ชายเพิ่งมีหลาน น้องสาวเพิ่งแต่งงานทุกอย่างครบดีไม่ได้ขาดอะไร แล้วเขาก็รู้ว่าผมภาระเยอะ ดูแลทุกคนในบ้าน ไม่ได้เร่งอะไร ผมบอกว่าผมมีความสุขกับการทำงาน คุณพ่อคุณแม่พี่ชาย น้องสาว ผมก็ดึงเขามาทำธุรกิจกับผมหมด”

เคยบอกว่าไม่อยากมีลูก ตอนนี้เปลี่ยนความคิดหรือยัง?

บูม – “ไม่เปลี่ยน ยิ่งเมื่อสิ้นปีผมเสียน้องลูบี้ สุนัขพันธุ์ชิวาวา ยิ่งทำให้ไม่อยากรักใครเพิ่ม ไม่อยากรับใครเข้ามาในชีวิตอีก ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเสียคนที่ผมรัก ญาติสนิทที่ผมรักยังไม่มีใครเสียชีวิต ลูบี้เป็นสิ่งแรกที่ผมเสียไป ทุกวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่หายสักที คุยกับคุณหมอว่าจะทำยังไงดี ได้ข้อสรุปว่าต้องหาคนใหม่ มันไม่ได้ทำให้เราลืมความสูญเสียนั้นได้ แต่เขาก็ทำให้เรามีความสุขกับสิ่งใหม่ๆ ช่วงนั้นทำอะไรไม่มีความสุขเลย ทำอะไรก็คิดถึงเขา เพราะผมเลี้ยงเหมือนลูก ขี้งอน จะไปทำงานก็มาสะกิดขอไปด้วย กลับมาถึงก็มานอนซุกคอ รักเขามาก พอวันที่ไม่มีเขาก็เหมือนขาดอะไรไป จนได้น้อง นีด์เปอร์มา มันก็ดีขึ้น เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรายิ้มได้

อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะ ผมว่าทุกวันนี้ใจคนโหดร้ายขึ้น ต่อให้ผมรัก ดูแลดีขนาดไหน แต่ทุกวันนี้ เห็นข่าวคดีข่มขืนเกือบทุกวัน ฆ่ากันตายแค่ขับรถ จิตใจคนไม่รู้ว่าทำไมโหดร้ายกันขนาดนั้น ถ้าวันนึงคนที่ผมรักมากที่สุดในชีวิตต้องไปเป็นเหยื่ออารมณ์ของคนเหล่านั้นผมจะทำยังไง แต่ถ้าวันนึงจะมีลูก เขาจะมาเกิดเอง อันนั้นช่วยไม่ได้ ผมก็ยินดีจะดูแลเขาให้ดีที่สุด และยอมรับ แต่ ณ ตอนนี้ถ้าเลือกได้ไม่อยากมี

อีกอย่างตัวผมทำงานหนักคนเดียว เพื่อให้ครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ พี่ชาย น้องสาว ทุกคนสบาย ผมอยากใช้เวลาหลังจากนี้ดูแลเขาให้ดีที่สุด ยังไม่อยากมีใครเพิ่ม แล้วเปลี่ยนเวลาที่ดูแลคนเหล่านี้เพื่อมาดูแลคนคนเดียว ผมอยากดูแลคนที่ผมมีอยู่ตอนนี้ให้ดีที่สุดก่อน”

วางแผนถึงวัยเกษียณไหมว่าจะเป็น เมื่อไหร่?

บูม – “จนกว่าทุกคนจะสบาย คุณพ่อคุณแม่ พี่ชาย น้องสาว หลาน และแฟนผม ถ้าทุกคนสบายกันหมด ทุกคนอยู่ได้โดยไม่ต้องมีผม ผมก็คงสบายใจ ไปพักผ่อน อยู่กับนีด์เปอร์ อยู่กับแฟน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน