มงคลข่าวสด

เกือบชั่วชีวิตที่ครองตนอยู่ในสมณเพศอย่างเคร่งครัด “พระราชธรรมภาณี (สุนาถ ติกขวีโร)” คงเปรียบเทียบดังเช่นเสาหลักแห่งการวงการคณะสงฆ์สระแก้ว

ด้วยความเป็นพระนักปกครอง นักวิชาการ นักเผยแผ่ธรรมที่มีชื่อเสียง ทำให้พุทธศาสนิกชนมีที่พึ่งทางจิตใจให้สงบร่มเย็นเป็นสุข ด้วยเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บัดนี้ วงการศึกษาสงฆ์ได้สูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่าไปอย่างไม่หวนกลับ “พระราชธรรมภาณี” อดีตเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว พระอารามหลวง อ.เมือง จ.สระแก้ว และที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว

มีนามเดิม สุนาถ เกิดน้ำใส เกิดที่บ้านเลขที่ 9 หมู่ที่ 5 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เม.ย.2478 บิดา-มารดา ชื่อ นายบาง และนางวันนา เกิดน้ำใส

ช่วงวัยเด็กเข้าเรียนที่โรงเรียนบ้านผักกาดฮอง ต.คลองน้ำใส จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ.ศ.2493 บรรพชาที่วัดโคกสะแบง ต.คลองน้ำใส

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2495 สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

พ.ศ.2497 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ เดินทางมาที่ อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี ในสมัยนั้นยังเป็นสามเณร เข้าไปอุปัฏฐากถวายน้ำร้อนน้ำชา เจ้าประคุณสมเด็จสอบถามจนทราบว่า เรียนจบนักธรรมชั้นเอกแล้ว จึงชักชวนให้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมต่อที่วัดสระเกศ กรุงเทพฯ

พ.ศ.2499 อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดหลวงอรัญญ์ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ. ปราจีนบุรี โดยมีพระครูอรัญ ประเทศคณาจารย์ วัดหลวงอรัญญ์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการบุญ วัดใหม่หนองไทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการเหม วัดชนะชัยศรี เป็นพระอนุสาว นาจารย์

จากนั้น มุ่งศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลีอย่างจริงจัง ตัดสินใจเข้าเมืองหลวง พ.ศ.2501 สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค, พ.ศ.2502 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค สำนักเรียนวัดสระเกศฯ

จนกระทั่ง พ.ศ.2527 กลับมารับตำแหน่งเป็นรองเจ้าคณะอำเภออรัญประเทศ และรองเจ้าอาวาสวัดหลวงอรัญญ์

ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสมอบหมายภารกิจสนองงานเจ้าอาวาส ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ อีกมากมาย

ต่อมา จังหวัดสระแก้ว ได้รับการยกฐานะเป็นจังหวัดใหม่ เป็นจังหวัดที่ 74 ของประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2536 โดยมีพระราชปริยัตยาจารย์ (หลวงพ่อเส็ง) เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว เป็นเจ้าคณะจังหวัดสระแก้วรูปแรก พ.ศ.2538 จึงได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสระแก้วไปด้วย

พ.ศ.2531 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอกที่ พระครูอรัญประเทศคณารักษ์ พ.ศ.2540 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโสภณพุทธิธาดา

ครั้นพระราชปริยัตยาจารย์ มรณภาพจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว

พ.ศ.2551 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณ ศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชธรรมภาณี และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว

กระทั่งอายุ 80 ปี พ.ศ.2559 พระราช ธรรมภาณี ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระแก้ว

เป็นพระเถระมีภูมิรู้ภูมิธรรม เป็นผู้นำ เป็นพระสงฆ์นักพัฒนาในด้านการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่และการสาธารณูปการ ชีวิตส่วนตัวเป็นไปอย่างเรียบร้อยมักน้อยสันโดษ ในการบริหารท่านกล้าคิด กล้าทํา เด็ดขาด เด็ดเดี่ยว ทรงไว้ซึ่งสง่าราศีน่าเคารพยำเกรง

แต่ในส่วนลึก เป็นคนอ่อนโยน มีเมตตาปรานี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของผู้น้อยอย่างดี จึงเป็นที่เคารพนับถือของคณะสงฆ์ผู้ใต้ปกครอง และเป็นที่ไว้วางใจสำหรับพระเถระผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชาทั้งสิ้น

ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง คืนวันอังคารที่ 4 ส.ค.2563 เวลา 24.32 น. จึงละสังขารด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว

สิริอายุ 85 ปี 5 เดือน พรรษา 64

ทั้งนี้ วันที่ 16 ส.ค.2563 เวลา 09.00 น. ญาติโยมและคณะศิษย์ จะนำสังขารของท่านกลับไปที่บ้านเกิด ที่ศาลาวัดเกิดน้ำใส ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมตั้งศพสวดพระอภิธรรมทุกวัน เป็นเวลา 100 วัน

จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ร่วมไว้อาลัยโดยทั่วกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน