‘มาสด้าพระนคร รัชโยธิน’ – มาสด้า ทุ่มลงทุนขยายเครือข่าย ผู้จำหน่ายเพิ่มเติม ล่าสุดจับมือกลุ่มพระนครเข้าร่วมดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแห่งที่ 3 สาขา รัชโยธิน ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท
เป็นโชว์รูมขนาดใหญ่แห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพย่านรัชโยธิน แวดล้อมไปด้วยแหล่งชุมชนและห้างสรรพสินค้าที่สำคัญ และยังอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าพหลโยธิน 24
พร้อมเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก 2 เส้น ทั้งถนนพหลโยธินและวิภาวดี ทำให้ลูกค้าสามารถเดินทางมาใช้บริการและรับรถได้สะดวก

ประกอบกับยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทันสมัย และช่องซ่อมมากถึง 10 ช่องซ่อม พร้อมศูนย์ซ่อมสีและ ตัวถังขนาดใหญ่ไว้คอยให้บริการลูกค้าอย่างครบครันและฉับไว
“การเปิดโชว์รูมมาสด้าพระนคร สาขารัชโยธิน นับเป็นโชว์รูมมาสด้าแห่งที่ 3 ภายใต้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มพระนคร ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมา มั่นใจว่ามาสด้า พระนคร สาขารัชโยธิน จะเติมเต็มและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าเกิดความรักและเชื่อมั่นในแบรนด์มาสด้ามากยิ่งขึ้น”
นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว และว่าหลายปีที่ผ่านมามาสด้ากลายเป็นแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นที่มียอดขายร้อนแรงมากที่สุด ลูกค้าให้ความสนใจอยากเป็นเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก เป็นรถยนต์ที่ถูกออกแบบอย่างสง่างาม อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะเทคโนโลยีสกายแอ๊กทีฟ

ด้านนายธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท พระนคร เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด กล่าวว่า เชื่อมั่นในศักยภาพและมองเห็นโอกาสในการเติบโตร่วมไปกับแบรนด์มาสด้า จึงร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาสด้าอย่างเป็นทางการ
เปิดสาขาแรกบนถนนเกษตร-นวมินทร์ ตามมาด้วยสาขาอุดมสุข และล่าสุด คือสาขารัชโยธิน ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นโชว์รูมและศูนย์ให้บริการมาตรฐานที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ‘4S’
ทั้งส่วนงานขาย งานบริการ งานฝ่ายอะไหล่ และงานซ่อมสีและตัวถัง หรือที่เรียกว่า “One Stop Service” ที่ลูกค้าสามารถนำรถมาเข้ารับบริการได้ทุกส่วนงานภายในที่เดียว มีจำนวนช่องซ่อมถึง 10 ช่อง สามารถรองรับเซอร์วิสลูกค้าได้ถึงวันละ 40 ราย
การเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ครั้งนี้ ส่งผลให้ มาสด้ามีศูนย์บริการ รวมทั้งสิ้น 138 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบคุณค่าและคุณภาพการให้บริการ 4 หลักแก่ลูกค้า ได้แก่ ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว มาตรฐานและประสิทธิภาพ และราคาที่เหมาะสม
เพื่อยกระดับคุณภาพการขายและการบริการหลังการขาย ให้ได้มาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ