ปีนผาน้ำหนาว ดูรอยตีนไดโนเสาร์
อีกหนึ่งจุดเด่นของจังหวัดเพชรบูรณ์ คงเป็นความมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยาที่มีเทือกเขาใหญ่ มีลักษณะเป็นแอ่งวางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ เกิดจากการเคลื่อนตัวเข้าหากันของเปลือกโลกหรือ อนุทวีป 2 แผ่น คือ อินโดไชน่าทางตะวันออก และชาน-ไทย ทาง ตะวันตก เมื่อ 280-240 ล้านปี เกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ด้านธรณีวิทยา ที่หลากหลาย

ชัญนา คำชา และมนตรี เหลืองอิงคะสุต
กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงพาคณะลงพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ ในเส้นทาง “อุทยานธรณีก้าวไกล นำพาไทยก้าวหน้า ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน”

แคนยอนน้ำหนาว
ก้าวแรกของการเรียนรู้ธรณีวิทยา เริ่มต้นจาก “แคนยอนน้ำหนาว” หลังวัดโคกมน ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ โดย นายมนตรี เหลืองอิงคะสุต รองอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี และ น.ส.ชัญนา คำชา นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษ สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ร่วมให้ความรู้
น.ส.ชัญนา เล่าที่มาของแคนยอนน้ำหนาวให้ฟังว่า เกิดจากชั้นหินที่วางเรียงตัวกันคล้ายขนมชั้น เกิดการแข็งตัวของตะกอนที่ตกสะสมตัวในทะเลสาบเมื่อประมาณ 200 ล้านปี หน้าผานี้เป็นชั้นหินที่มีความทนทานต่อการผุพังที่ แตกต่าง แทรกสลับกันของชั้นหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดาน และหินโคลน
โดยหินทรายจะอยู่ด้านบนและมีความทนทานกว่าหินอื่นๆ ด้านล่างที่ถูกกัดเซาะตรงฐาน เว้าไปเรื่อยๆ เมื่อชั้นหินข้างบนไม่มีอะไรรองรับ ก็เกิดการแตกหักและพังถล่มลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก เป็นวัฏจักรวนไปนับแสนปี ทำให้หน้าผาขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็น

แคนยอนน้ำหนาว
ส่วนที่มาของชื่อแคนยอนน้ำหนาว นายมนตรีเผยว่า แคนยอนน้ำหนาวมีลักษณะการเกิดโดยธรรมชาติ และมีความสวยงามคล้าย “แกรนด์แคนยอน” ที่มีชื่อเสียงระดับโลกของสหรัฐอเมริกาที่ย่อส่วนลงมา ในฤดูฝนจะมีน้ำตกไหลลงจากหน้าผา เป็นช่วงๆ จนทำให้ที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวด้านธรณีวิทยาที่สวยงามมากๆ

น้ำตกตาดใหญ่
ห่างจากแคนยอนน้ำหนาวไปราว 6 กิโลเมตร บ้านดงมะไฟ ที่ “น้ำตกตาดใหญ่” การเกิดน้ำตกตาดใหญ่นั้น เมื่อประมาณ 200 ล้านปีในยุคไทรแอสซิกตอนปลาย มีการสะสมตะกอนแบบทะเลสาบน้ำจืด หนองน้ำ ใช้เวลาหลายล้านปีจนตะกอนเหล่านี้กลายเป็นชั้นหิน

อีกมุมแคนยอนน้ำหนาว
ต่อมาเมื่อ 40 ล้านปีที่แล้ว เกิดการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกชาน-ไทย ชนกับเปลือกโลกอินโดจีน แรงบีบอัดทำให้ชั้นหินบริเวณนี้ยกตัวขึ้นเป็นภูเขา เกิดความคดโค้งโก่งงอ เกิดรอยแตกและรอยเลื่อน
ขณะเดียวกันชั้นหินถูกกัดเซาะด้วยน้ำ ลม แสงแดด ทำให้เนื้อหินผุกร่อน แตกหลุด จนเกิดเป็นผาชันบริเวณน้ำตกอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
หากใครสนใจเที่ยวน้ำตกตาดใหญ่ บ้านดงมะไฟ ต.โคกมน สามารถติดต่อนำชมได้ที่ร้าน Tune Coffee เครือข่ายพันธมิตรกับอุทยานธรณีเพชรบูรณ์ ร้านกาแฟอาราบิก้าน้ำหนาวชั้นดี กาเฟอีนต่ำ เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ต้องการรสชาติ กลิ่นหอม พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติในคราวเดียวกัน โทร. 09-8608-8195

รอยตีนอาร์โคซอร์ บนผาหิน
สุดท้ายของการเยี่ยมชมธรณีวิทยาใน จ.เพชรบูรณ์ ที่ “ผารอยตีนอาร์โคซอร์ ต้นตระกูลของไดโนเสาร์” เขตหมู่บ้านนาพอสอง ต.น้ำหนาว มี 2 จุดให้เลือกชม คือ วิวด้านบนผา ทางเดินสะดวกไม่ชันมากนัก แต่หากจะลงไปชมรอยตีนอาร์โคซอร์แบบใกล้ๆ ต้องเดินลงไปด้านล่างผา ประมาณ 400 เมตร แม้จะมีบันไดคอนกรีต แต่ก็มีความลาดชันสูง

ลงมาจะพบผาหินทรายลาดเอียง 45 องศา ขนาดมหึมา สูงกว่า 100 เมตร กว้าง 300 เมตร พบรอยตีน 300 กว่าตีน ทิศทางเดินจากยอดผาด้านบน เป็นรอยตีนมีอายุประมาณ 229-204 ล้านปี เจ้าของรอยน่าจะเป็นอาร์โคซอร์ (Archosaurs) ภาษากรีก แปลว่า “กิ้งก่าผู้ครองโลก” สัตว์เลื้อยคลานยุคไทรแอสซิก คล้ายจระเข้ตัวใหญ่ๆ แต่หางสั้น เพราะไม่พบรอยลากหาง

นายมนตรีให้ข้อมูลว่า แต่เดิมบริเวณนี้น่าจะมีลักษณะเป็นแอ่งบึง เมื่อสัตว์เดินย่ำในโคลนตะกอนที่เปียกนิ่ม และพัดพาโคลนดินมาทับปิดไว้ ต่อมาอีกนับหลายร้อยปีตะกอนเปลี่ยนเป็นชั้นหิน จึงยังมีรอยตีนอยู่ และนานนับ ล้านๆ ปี มีการขยับของเปลือกโลก แผ่นหินนี้จึงยกตัวสูงขึ้นอย่างที่เห็น
ส่วนขาขึ้นต้องเดินขึ้นอีกด้านหนึ่งของหน้าผา เป็นดิน ไม่มีปูคอนกรีต ความลาดชันสูงเช่นเดียวกัน ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าอยู่พอสมควร แต่ก็คุ้มค่าที่ได้เห็นความมหัศจรรย์ของแผ่นดินเพชรบูรณ์