พท.เย้ยบิ๊กตู่-ตั้งรมว.คลังไม่ได้
ชี้เวลาเหลือน้อยเต็มที-ต้านรัฐประหารซ้อน
วันที่ 10 ก.ย. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ว่า ผู้อภิปรายของเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี ชี้ให้เห็นถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาล ทำให้ประเทศและประชาชนเสียโอกาส ส่วนการตอบคำถามของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ สภาพเหมือนไม่ได้อยู่ประเทศหรือสถานการณ์เดียวกัน
ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาวิกฤต พล.อ.ประยุทธ์ยังคงท่องคาถาเดิมคือโบ้ยเป็นความผิดของรัฐบาลก่อน โดยลืมว่าตัวเองอยู่มา 6-7 ปี เขวี้ยงงูไม่พ้นคอ รมว.คลังลาออก ทำลายสถิติอยู่ในตำแหน่งสั้นที่สุดให้หน้าแหก ยังไม่สามารถตั้งคนใหม่ทดแทนได้ มีเสียงยุให้ พล.อ.ประยุทธ์นั่งควบรมว.คลัง ยังไม่กล้านั่ง เขียนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ แต่ให้ความชัดเจนกับประชาชนไม่ได้ว่า ไทม์ไลน์การตั้งรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างจะตั้งได้เมื่อไร สภาพเหมือนรู้อยู่เต็มอกว่าวิกฤตซ้อนวิกฤตหนักขนาดนี้ เวลารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์เหลือน้อยลงไปทุกขณะ
“พล.อ.ประยุทธ์จะปากกล้าสั่นในสภาอย่างไรก็ว่าไป แต่นักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ฟังอยู่ตัดสินใจได้ว่าทำไมรัฐบาลถึงไม่ควรได้ไปต่อ ประเภทถามช้าง ตอบม้า ถามวัวตอบควาย ใช้ไอโอทหารช่วยอย่างไร ก็ผ่านยาก” นายอนุสรณ์กล่าว
นายปิยะวัฒน์ พันธ์สายเชื้อ ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข่าวปฏิวัติรัฐประหารว่า ไม่ควรกระทำ แค่ข่าวลือก็ส่งผลกระทบกับการลงทุนแล้ว หากเกิดขึ้นจริง จะส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจประเทศถดถอยมากกว่านี้ ปัญหาเกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล และรัฐธรรมนูญที่เป็นเผด็จการไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้นทางแก้ควรพูดคุยกันในที่ประชุมสภาตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่ควรใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญมาแก้ปัญหา ส่วนการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่ผิดสังเกตกองทัพจะอ้างว่าฝึกตามรอบหรือเตรียมกำลังพลไว้เพื่อสวนสนามอำลา ตำแหน่งของผบ.เหล่าทัพนั้น ก็ไม่ควรทำ เพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ขนาดนี้ กองทัพไม่ควรใช้งบที่ไม่เกิดประโยชน์ ควรนำงบไปช่วยชาวบ้านดีกว่า
ส่วนการเคลื่อนกำลังเพื่อข่มขู่กลุ่มเยาวชนปลดแอกที่จะจัดชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. ยิ่งไม่ควร เพราะการชุมนุมไม่เกินเลยขอบเขตที่กฎหมายกำหนด หากผู้มีอำนาจหวังจะก่อรัฐประหารอีกครั้ง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เชื่อว่าจะไม่สามารถบริหารประเทศได้