ต่อจากฉบับ 22 ก.ย. 2563
ชะตาอมร พรหมมีฤทธิ์
10) ดาวมฤตยู (0) – ความหงุดหงิด ความเชื่อมั่นในตัวเอง และมักจะรำคาญคนรอบข้าง
สำหรับรายละเอียดคุณสมบัติที่นอกเหนือจากนี้ ท่านสามารถหาอ่านได้ในตอนต่อไป
2. คำว่าเจ้าเรือนชะตานับจากราศีที่ลัคนาครอง เป็นเรือนชะตาที่ 1 เรียกว่า เรือนตนุ นับจากลัคนาเวียนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา ดังต่อไปนี้
1) เรือนตนุ หมายถึง บุคลิก ลักษณะ และจิตใจ ของเจ้าชะตา
2) เรือนกดุมภะ หมายถึง หลักทรัพย์หรือฐานะความร่ำรวยของเจ้าชะตา
3) เรือนสหัชชะ หมายถึง มิตรภาพและสังคมเพื่อนที่รู้จักใหม่
4) เรือนพันธุ หมายถึง ชาติตระกูล ญาติผู้ใหญ่ของเจ้าชะตา
5) เรือนปุตตะ หมายถึง เครดิต เกียรติยศ ชื่อเสียง และบุตร
6) เรือนอริ หมายถึง อุปสรรค ความขัดแย้ง โรคภัยไข้เจ็บ ศัตรู คู่แข่ง
7) เรือนปัตนิ หมายถึง คู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา
8) เรือนมรณะ หมายถึง ความตาย ความดับสูญ การแยกกันอยู่ การตาย
9) เรือนศุภะ หมายถึง บ้านช่อง ถิ่นที่อยู่ ถิ่นเกิด
10) เรือนกัมมะ หมายถึง การงาน อาชีพ
11) เรือนลาภะ หมายถึง ผลกำไร ผลประโยชน์ รายได้ที่จะเข้ามาเมื่อสูงอายุ
12) เรือนวินาศ หมายถึง การจาก การเลิกร้าง
เรือนชะตาทั้งหมดดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ เรือนชะตาที่ดี หรือเรือนชะตาที่ให้คุณแก่ลัคนา มี 9 เรือน ส่วนเรือนชะตาที่เสีย มี 3 เรือนชะตา ได้แก่ เรือนอริ (6) เรือนมรณะ (8) เรือนวินาศ (12)
3. เรือนชะตาที่เสียมีชื่อทางวิชาการว่า เรือนทุสภานภพ
4. ดาววิบากกรรม เป็นดาวที่มีกรรม และจะต้องคอยรังแกลัคนาเมื่อโคจรมาสัมพันธ์ดีกับลัคนาเสมอ