ศาลพระภูมิ – เราคงได้เห็นกันมาทั้งในอดีตและปัจจุบันที่เมื่อมีการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนหรืออาคารทั่วไป ก็มักจะมีการสร้างศาลเล็กๆ ขึ้นที่มุมที่ดินของอาคารบ้านเรือน ที่จะเปิดใช้สอยกันทั่วไป เราเรียกศาลชนิดนี้ว่า ศาลพระภูมิ
ศาลพระภูมิคืออะไร – ศาลพระภูมิคลี่คลายมาจากศาลปู่ตาในชุมชน น่าจะเพราะการย้ายถิ่นฐานที่อยู่ของผู้คน เกิดชุมชนขึ้นใหม่
เมื่อผู้คนโยกย้ายกันมาจากต่างถิ่นต่างแดน ต่างบรรพบุรุษ ปู่ย่าตายายที่เคยเชื่อว่าเป็นผีที่ปกป้องภยันตรายแก่ลูกหลาน จึงสร้างศาลขึ้นเฉพาะตนเพื่อหวังให้เป็นที่สถิตของผีปู่ย่าตายายที่จะมาปกป้องคุ้มครองลูกหลานเฉพาะในเขตบ้านของตน ก็จะสร้างศาลปู่ตามาปกป้องลูกหลาน แต่เมื่อมีบ้านเรือนมากขึ้น ก็เห็นว่า ผีปู่ตาคงจะมาปกป้องคุ้มครองลูกหลานไม่ทั่วถึงกัน ก็ต้องหาผู้ปกป้องรายใหม่ จึงคิดเอาผีเจ้าถิ่นหรือผีเจ้าทางมา ปกป้องคุ้มครอง ซึ่งต่อมาพัฒนาขึ้นเป็นเทพ
ครั้นต่อมาเกิดมีการก่อสร้างแบ่งแยกพื้นที่อยู่อาศัยอาคารบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ผีหรือเทพประจำถิ่นก็น่าจะมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของชุมชน ก็เชื่อว่าต้องมีการเชื้อเชิญผีหรือเทพจากที่อื่นๆ เข้ามาสถิต ผีหรือเทพเหล่านั้นมีสถานะเป็นสัมภเวสี แปลว่าผู้ไม่มีที่อยู่ต้องเร่ร่อนไป จึงได้มีโอกาสเข้ามาสถิตในศาลที่สร้างขึ้น
เกิดมีความเชื่อขึ้นอีกว่า บรรดาสัมภเวสีที่เร่ร่อนที่มีฐานะ เป็นเทพนั้นจุติมาจากพระภิกษุผู้มรณภาพในสถานะเป็นพระ สัมภเวสีนั้นจึงมีฐานะเป็นพระ
ศาลที่พัฒนาจากศาลปู่ตาจึงกลายมาเป็นศาลพระภูมิ
แต่ข้อสังเกตสำคัญคือ พระภูมิเป็นสัมภเวสีที่มิใช่เทวดาที่สถิตอยู่ที่เขาพระสุเมรุที่อยู่อาศัยจึงต้องมีรูปแบบเหมือนบ้านเรือนผู้คนทั่วไป ไม่มีเรือนยอดในคติของจักรวาลทัศน์ที่ หมายถึงเขาพระสุเมรุ
ต่อมาศาลพระภูมิส่วนหนึ่งได้กลายมาเป็นศาลพระพรหม ซึ่งพระพรหมนั้นเป็นสัตว์โลกอันไม่มีที่อยู่ในสวรรค์จึงต้องมาสถิตอยู่ในศาลพระพรหมที่พบเห็นกันทั่วไป
ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์