กรมชลประทานพาทัวร์ – จังหวัดชัยภูมิเป็นพื้นที่หนึ่งที่ประสบปัญหาแล้งซ้ำซาก และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานมีแผนดำเนินโครงการด้านชลประทานอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการขนาดเล็ก และขนาดกลาง

ล่าสุดนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ทำความรู้จักกับ 2 อ่างเก็บน้ำ แห่งลุ่มน้ำชีตอนบน ที่จะบรรเทาปัญหา

นายพงศ์ศักดิ์ ณ ศร ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยภูมิ กล่าวว่า ชัยภูมิมีน้ำท่า หรือน้ำผิวดิน ปีละราว 2,500 ล้านลบ.ม. เก็บกักน้ำได้ในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง 340 ล้านลบ.ม. เป้าหมายจะกักเก็บได้ 60% ของน้ำท่า คือ 1,500 ล้าน แต่ปี 2563 เก็บได้จากทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ กลาง เล็ก แก้มลิงต่างๆ รวมเก็บได้ 631 ล้านลบ.ม. ขณะที่ความต้องการน้ำในอนาคตของจ.ชัยภูมิ จากการศึกษาของคณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปี 2557 มีถึง 2,799 ล้านลบ.ม.

อาชีพหลักชองคนชัยภูมิคือเกษตรกร ซึ่งมีปัญหาเพราะฤดูฝนน้ำท่วม แต่ฤดูแล้งไม่มีน้ำเพาะปลูก บางครั้งอยู่ในสภาพแล้งอย่างสาหัส

สองปีที่ผ่านมาน้ำค่อนข้างน้อย แค่น้ำอุปโภคบริโภคก็ยังลำบาก ปีนี้พายุโนอึลทำให้เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นจาก 34% เป็น 50% คาดการณ์คงไม่ขาดแคลน

เดิมชัยภูมิดำเนินโครงการพระราชดำริ เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก โครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า รวม 23 โครงการ เก็บน้ำได้รวม 11.4 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันดำเนินโครงการพระราชดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง คือ อ่างเก็บน้ำลำสะพุง และอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี

ทั้งสองโครงการอ่างเก็บน้ำเมื่อแล้วเสร็จจะเก็บน้ำได้ 117.11 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับประโยชน์ 115,000 ไร่ ช่วยให้เกษตรกร ทั้งที่ปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง มะม่วง และอินทผลัม มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายการดำเนินตามโครงการพระราชดำริเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเพิ่มอีก 3-4 โครงการ เมื่อโครงการอ่างเก็บน้ำทั้งหมดที่สร้างเสร็จตามแผน ในปี 2568 จะเก็บน้ำได้ถึง 880 ล้านลบ.ม. คิดว่าจะช่วยเกษตรกรให้มีความมั่นคงทางอาชีพได้

นายสนฑ์ จินดาสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 13 รับผิดชอบโครงการพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนบน จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อช่วยเหลือราษฎรโดยน้อมนำพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 เมื่อ 5 เมษายน 2526 มาเป็นแนวทางการศึกษาและวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ

กรมชลประทานจึงวางแผนและดำเนินการก่อสร้าง อ่างเก็บน้ำขนาดกลางตามลำน้ำสาขาลำน้ำชีตอนบน ตามแนวพระราชดำริดังกล่าวหลายแห่ง ซึ่งปี 2561 ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุงอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ ความจุ 46.9 ล้าน ลบ.ม. เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่ชลประทาน 40,000 ไร่

ปี 2562 ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำ ลำน้ำชีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ความจุ 70.21 ล้านลบ.ม. เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับพื้นที่การเกษตรตามลำน้ำชีบริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ รวมประมาณ 75,000 ไร่

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่ง ยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภค แหล่งทำการประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ตลอดจนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

นายมหิทธิ์ วงศ์ษา หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อมที่ 2 สำนักบริหารโครงการ กรมชลฯ กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำวังสะพุง แม้ไม่เข้าข่ายต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่มีโครงการอนุรักษ์-พัฒนาสิ่งแวดล้อมเนื่องจากพื้นที่โครงการติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีงบฯดูแลพื้นที่ อ่างเก็บน้ำและคุณภาพชีวิตประชาชน 41 ล้านบาท ระยะเวลาดูแลหลังสร้างเสร็จนานถึง 10 ปี

ที่สำคัญคือส่งน้ำไปช่วยประปาเขตอ.หนองบัวแดง ยิ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาฝนไม่ตกต่อเนื่อง ทำให้แหล่งน้ำประปาขาดแคลน โครงการนี้จะช่วยเรื่องน้ำประปา น้ำอุปโภคบริโภคค่อนข้างยั่งยืน รวมทั้งช่วยการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำชีตอนบน

ส่วนอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี จะกระจายน้ำไปยังตอนท้ายของลำน้ำชี โครงการนี้อยู่เหนืออำเภอเมืองจึงบรรเทาอุทกภัยได้ระดับหนึ่งด้วย

และไม่เพียงการจ่ายค่าชดเชย มีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีแผนดูแลคุณภาพชีวิตคน ในพื้นที่ การส่งเสริมการเกษตร การประชาสัมพันธ์เรื่องการปลูกป่า การส่งเสริมพัฒนาอาชีพให้ ผู้ได้รับผลกระทบ ดูแลประชาชนในพื้นที่ ทั้ง ด้านสาธารณสุข ชีวอนามัย

มีงบประมาณ 160 ล้านบาทที่จะดูแลประชาชนในพื้นที่อ่างเก็บน้ำและพื้นที่ชลประทาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน