‘เบิ้ล’น้อยใจโพสต์ระบายนักร้องก็มีหัวใจ – ลูกทุ่งหนุ่มคนดัง ‘เบิ้ล ปทุมราช อาร์สยาม’ หรือ ‘อาทิตย์ สมน้อย’ น้อยใจ หลังจากเจอ คอมเมนต์ต่อว่าสะสม เลยโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ ข้อความว่า “ทุกวันนี้ที่อยู่มาได้ถึงสี่ห้าปี อยู่เพราะความเข้าใจและแฟนเพลงทุกคนรู้ในตัวตนจากตัวเราไปถึงหัวใจแฟนคลับ รักกันตลอดไปนะครับแฟนเพลง เบิ้ล ปทุมราช”
โดยเบิ้ลอธิบายว่า “ที่โพสต์ไปแค่อยากอธิบายว่า การเป็นนักแสดงการเป็นนักร้อง ก็มีหัวใจ เป็นคนธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวย ไม่ได้มาจากดาวอะไร เป็นคนเดินดินคนหนึ่ง เราอาจจะไปใส่ใจกับคอมเมนต์ต่างๆ เรื่องที่เราไม่ได้ทำ ก็อาจจะเป็นอารมณ์น้อยใจ คือที่ผ่านมาไม่ว่า จะเป็นก้าวร้าว ไร้มารยาท คืออยากให้รู้จักผม แล้วค่อยด่าผมได้มั้ย อยากให้ทุกคนรู้จักผมในแบบที่ผมเป็นจริงๆ แล้วสักวันหนึ่งผมก็เชื่อว่าเราจะได้รู้จักกัน ถามเรื่องมารยาท เรื่องการไหว้ ผมเชื่อว่าผมไหว้ตั้งแต่ยาม สวัสดิการ เพราะผมก็คือคนธรรมดาคนหนึ่งที่เราให้เกียรติและก็ควรได้เกียรตินั้นกลับคืนมา ซึ่งการไหว้คือผมก็คิดว่าเป็นการที่ทำให้คนที่อยู่ตรงหน้ารู้สึกดี”
โดนว่าแบบนี้มาตลอด จนทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเอง นักร้องลูกทุ่งกล่าวว่า “สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือใจเย็นขึ้น อะไรที่ไม่ควรโต้ตอบ หรือไม่ควรสุมฟืนใส่ไฟเพิ่ม เราก็อยู่นิ่งๆ ขึ้น แต่ในส่วนที่เรานิ่งขึ้นก็มีสิ่งที่ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง ในการพูดการโพสต์ บางครั้งศิลปิน นักร้องเวลาเราคอมเมนต์ เวลาที่อวตารมาด่าในยูทูบมาว่าถึงบุพการี ถ้าคุณเป็นคนโดนเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน แต่ถามว่าในเส้นทาง นักร้องสักวันก็เจออีก ถึงวันนี้ผมมาอธิบายก็จะมีคอมเมนต์อีกแบบหนึ่งอีก ยังไงก็ต้องมี ผมก็ขอพูดตรงนี้ว่าถ้ามันผิดพลาดในอดีต ถ้าผมเป็นคนขี้เก๊ก หรือรู้สึกไม่ดีเวลามอง ผมพร้อมปรับปรุงตัวเอง และอยากให้สัมผัสผม ถึงวันนี้คุณจะด่าผมจะว่าผม แต่ถ้าวันหนึ่งได้มีโอกาสเจอคุณในขณะที่คุณลำบากก็พร้อมจะยื่นมือช่วยเหมือนเดิม ผมเชื่อว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดคือการให้อภัย สร้างมิตรภาพ สร้างความสุขให้กันและกันมากกว่า ในขณะที่บ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ในสถานการณ์ปัจจุบัน”
คิดว่าตัวเราเปลี่ยนไปเยอะไหม “เยอะครับ ยิ่งตอนเป็นทหาร และมาเป็นเดอะแมสก์ ทำให้ผมรู้สึกว่าช่วงที่ผมใส่หน้ากากเหมือนผมไปอีกโลกหนึ่งเลย ผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ และได้ทดสอบตัวเองในการทำสยามเมืองยิ้ม ตอนปล่อยเพลงนี้มีคอมเมนต์ว่าเบิ้ลทำเพลงนี้ให้คนไทยได้มีรอยยิ้ม ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากทำอะไรเพื่อประเทศมากขึ้น ในวันที่เราไม่ดัง เราถามตัวเองว่าเราจะทำยังไงเพลงถึงจะดัง แต่พอเรามีชื่อเสียงแล้ว ดังแล้วทำอะไรช่วยสังคมบ้าง ก็เลยเลือกจะอยู่กับพี่บิณฑ์ไปอยู่มูลนิธิ หรือเวลาไปคอนเสิร์ตต่างๆ ใกล้สถานที่หมาป่วย มะเร็งแมว ผมก็รวบรวมจากบ้านแฟนคลับ คนละ 10-20 บาท เอาไปช่วยได้น้อยได้หลักพันก็ทำหลักพัน ได้หลักหมื่นก็ทำหลักหมื่น ทุกวันนี้เลือกจะอยู่กับความสุขและการทำดีดีกว่า อะไรที่เข้ามาในชีวิตแล้วเราไม่ได้ทำ เราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ แล้วถ้าสิ่งไหนที่เราทำผิดจริงก็ควรปรับปรุงแก้ไข ไม่ใช่แก้ตัว ผมเชื่อว่าตรงนี้จะทำให้ผมอยู่ได้จริงๆ ครับ”