‘ใหม่’ผู้กำกับลูกหม้อ‘บรอดคาซท์ฯ’ขอโต – เซ็นสัญญาทำละครให้ช่องวัน 31 ประเดิมเรื่องแรก“พระจันทร์แดง” สำหรับ ‘ใหม่’ ภวัต พนังคศิริ อดีตผู้กำกับลูกหม้อค่ายบรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น แห่งช่อง 3 ที่กำกับฯ ละครเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” จนโด่งดัง และมีแพลนกำกับฯ ภาคต่อเรื่อง “พรหมลิขิต” โดย เจ้าตัวเผยรายละเอียด หลังบวงสรวงละครเรื่อง “พระจันทร์แดง” แล้ว

ละคร “พรหมลิขิต” ช่อง 3 จะเปิดกล้องเดือนพ.ย.นี้แต่เรามากำกับฯ เรื่อง “พระจันทร์แดง” ทางช่องวัน 31 แล้วเรื่องนั้นจะยังไง “ตอนแรกคุยกันว่าจะทำเรื่องนี้และมาขอทางผู้ใหญ่ทั้ง 2 ที่ ซึ่งพี่บอย (ถกลเกียรติ) ก็อนุญาต และเข้าใจว่าคงต้องทำเรื่องพรหมลิขิต แต่พอถึงเวลาจริงๆ เวลาอาจไม่ลงตัว งานของที่นี่ก็ต้องเปิดแล้ว ก็อาจจะมีการชนอยู่ พอเวลาชนกันก็อาจจะไม่ได้กำกับพรหมลิขิต”

ตอนนี้เป็นผู้กำกับฯ อิสระหรืออยู่กับช่องวันแล้ว “ตอนนี้เซ็นกับช่องวัน 5 ปี ทำละคร 2 เรื่องต่อปี ที่ตัดสินใจเซ็น ความจริงก็คุยกับพี่หน่อง (อรุโณชา) ก่อน ว่าเราอยากจะโตมากกว่านี้ พอดีได้มาคุยกับพี่ป้อน (นิพนธ์) พี่ป้อนพี่บอยก็โอเค เห็นดีด้วยกับการที่เราจะเปิดบริษัทเอง ซึ่งผมเป็นทั้งผู้จัด และผู้กำกับฯ ด้วย ผมคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องโต ต้องทำอะไรให้ตัวเองแล้ว พี่หน่องก็เสียใจ แต่ก็บอกพี่หน่องว่าอยากทำพรหมลิขิตอยู่ อ่านบทแล้วสนุกมาก ก็เลยขอคุยกับผู้ใหญ่ทางนี้ พี่บอยอนุญาตก็บอกว่าให้เปิดกล้องและเคลียร์เรื่องพระจันทร์แดงไปก่อนนะ แต่ทางโน้นเขาต้องรีบเปิดกล้อง เพราะด้วยคิวนักแสดงที่โคกันไว้นานมากแล้ว ถ้าจะรีบเปิดก็จะไม่ลงตัวแล้วคราวนี้”

ยังไม่ 100% ว่าเราอาจจะไม่ได้ทำเรื่องนั้นกับพี่หน่องแล้ว “ใช่ยังไม่ออกจากปากพี่หน่อง แต่เราก็บอกปัญหาไปแล้วพี่หน่องก็ถอนหายใจไปเฮือกหนึ่ง แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าเปอร์เซ็นต์ไปกำกับฯ เป็นไปได้น้อย เพราะเวลาชนกันแน่นอน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้ทำ ก็รู้สึกเสียดาย”

ตอนออกมาจากพี่หน่องคือจบกันด้วยดี “จบกันด้วยดีครับ เข้าใจพี่หน่อง แล้วพี่หน่องก็เข้าใจเรา ผมรู้ว่า พี่หน่องก็มีเสียใจแหละ แต่ก็บอกเหตุผลไปว่ามัน ถึงเวลาผมอยากทำและสร้างอะไรให้ตัวเอง โตขึ้นมากกว่าเดิมเพราะที่ผ่านมาทำกับพี่หน่องตลอด ไม่ไปไหนเลย”

ได้บอกพี่หน่องไปตรงๆ หรือยังว่าอาจจะต้องหาผู้กำกับฯ สำรอง“เราไม่ได้พูดขนาดนี้หรอก แต่ผมคิดว่าเขาจะมารอเราให้เสร็จจากงานนี้เหมือนอย่างแผนที่วางไว้คงไม่ได้ เพราะหลายๆ อย่างจะดูเห็นแก่ตัวเกินไป”

เราไม่สามารถกำกับฯ สองอย่างในเวลาเดียวกันได้ เราต้องเริ่มต้นก้าวใหม่ในชีวิต “มันเป็นจุดเริ่มต้น เพราะฉะนั้นผมอยากทำให้ดี ใส่ให้เต็มที่ เอาไว้ที่เรามีพละกำลังมากกว่านี้ (หัวเราะ) อันนี้ก็ไหวแหละแต่เวลาทำอยากจะคอนเซนเทรตกับมันหน่อย”

ทำให้หนักใจขึ้นไหม เพราะจากเมื่อก่อนเป็นผู้กำกับฯ แต่ตอนนี้เป็นผู้จัดด้วย ต้องคิดมากขึ้นกว่าเดิมขนาดไหน “พยายามไม่คิดมากขึ้น ไม่อย่างนั้นจะเป็นการปิดกั้นไอเดีย เราต้องรู้จักทำงานและ เข้าใจมัน ที่ผ่านมาเราเป็นแต่ผู้กำกับฯ รู้จักแต่การใช้เงิน เรารู้ว่าบางอย่างเราก็ใช้ พี่หน่องลงทุนกับเราเยอะเหลือเกิน หลังจากที่ต้องมาทำเองเราต้องรู้จักตรงนี้ ใช้ให้เป็น ซึ่งมันก็สอนเราด้วย ก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่จะต้องทำ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน