‘สิงโต’วางแพลนบวช-เรียนต่อตปท. – นักแสดงวัยรุ่นสายวายสุดฮอต ‘สิงโต’ ปราชญา เรืองโรจน์ มาร่วมงาน “โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์” กับค่ายอาร์เอส ไม่ใช่เพราะหมดสัญญากับต้นสังกัด GMMTV
โดยสิงโตเผยว่า “กับ โลกทั้งใบให้นายคนเดียว เดอะซีรีส์ ข้ามค่ายพอสมควร กองถ่ายน่ารักมาก ทุกคนเทกแคร์ดีมาก คือตอนแรกเราค่อนข้างเกร็ง เพราะไม่เคยทำงานนอกค่ายขนาดนี้มาก่อน แล้วเป็นภาพยนตร์มาก่อน ตำนานเขาทำไว้ดีมากๆ ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งเกร็ง เรากลัวทำไม่ได้ กลัวไปหมด แต่พอมาเจอพี่ทีมงาน พี่โด่ง (ดร.องอาจ สิงห์ลำพอง) ผู้กำกับฯ เพื่อนๆ พี่ๆ นักแสดงรุ่นใหญ่ ทุกคนช่วยสอน ดูแลเราดีมากจริงๆ และพี่ปราโมทย์ แสงศร พี่เต๋า สมชาย ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่เขา เมื่อก่อนเล่นแต่บทวัยรุ่น กับเพื่อนนักแสดง รุ่นพี่ รุ่นน้องในแวดวงที่คุ้นเคย พอมาทำงานตรงนี้ได้เจอมืออาชีพจริงๆ ระดับท็อปในยุค 90 เรากดดัน เกร็ง และประทับใจ ปลื้มปริ่มมากด้วย”
ขออนุญาตทางผู้ใหญ่มาแล้ว “ทุกอย่างผ่านการพูดคุยกับทางผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว หลายคนคิดว่าสิงโตมาอยู่ตรงนี้หรือเปล่า ยังอยู่ที่เดิม ทางค่ายเปิดโอกาสให้ศิลปินทุกคนไปร่วมงานกับค่ายอื่นๆ เป็นปกติ ขอแค่ปีนั้นเราไม่ได้โดนคิว หรือละคร ซีรีส์กับทางบริษัทหรือทางค่าย ปีนี้เราไม่มีแฟนมีตติ้งที่ต้องบินไปต่างประเทศ ฉะนั้นคิวเราก็ค่อนข้างฟรีไทม์”
สัญญายังมีอยู่ “ปัจจุบันนี้ยังไม่หมดสัญญานะครับ ยังทำงานร่วมกันอยู่ อย่างน้อยๆ ก็ยาวถึงปีหน้าเลย แพลนที่ผมวางไว้ในปีหน้าปกติผมแพลนไว้นานพอสมควรอยู่แล้วว่าเราอยากไปเรียนต่อ แต่เราก็ต้องดูในเรื่องการเดินทางว่าบินได้หรือยัง และมีแพลนบวช แต่ยังไม่อยากระบุเวลา ก็ให้เป็นเรื่องของปีหน้า ว่าเราจะมีเวลาไปเรียนต่อไปหรือยัง บวชได้หรือยัง”
แสดงว่าถ้าปีหน้าหมดสัญญาเราอาจจะหายไปแป๊บนึง “อาจจะหายไปเรียนต่อ คือถ้าสอบติดก็ไปครับ แพลนไว้ที่อเมริกาครับ”
ไม่เสียดายโอกาสเหรอ เพราะกำลังไปได้สวยในเส้นทางนี้ “เสียดายครับ แต่เรากลัวว่าเราหมดแพสชั่น คือเวลามีความตั้งใจอะไร หรือเรามีไฟ ก็อยากทำตรงนั้นให้ไกลสุดเท่าที่เราทำได้ ผมเชื่อว่าหลายคนคงมีโมเมนต์หมดไฟจะเรียนต่อแล้ว และขุดมาไม่ขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้ผมยังมีไฟอยู่ อยากเรียนต่ออยู่ ผมวาดฝันในอนาคตว่าอยากทำงานเบื้องหลัง ก็อยากให้ตัวเองไปถึงจุดนั้นต่อ”
เราไม่สงสารแฟนคลับเหรอ “ผมพยายามสะกดจิตแฟนคลับทุกคนตั้งแต่ 2 ปีมาแล้วมั้งครับ เพราะผมมีแพลนเรียนต่อมาค่อนข้างนานพอสมควรแล้ว กล่อมมาตลอดพอสมควรเลยครับ แต่ก็บอกเขาเสมอว่าไม่ใช่ว่าเราไปเรียนต่อแล้วเรากลับมาแล้วจะหายไปเลย เรายังสามารถทำงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังได้ถ้าเรามีโอกาส”
เรื่องเรียนคือจบแล้ว “จบแล้วครับ ถ้าตารางไม่มีอะไรเคลื่อนนะครับ น่าจะรับปริญญาประมาณมีนาคมปีหน้าเลยครับ”
ปีหน้าถือเป็นปีวัดใจว่าเราจะไปในทิศทางไหน “ครับ แต่จริงๆ แล้วมีโปรเจ็กต์หลายอย่างที่ทำกับบริษัทในปีหน้ายาวเต็มแล้วเหมือนกัน”